Loading... Please wait

ท่านชอบอัญมณีชนิดใดมากที่สุด





โหวตทั้งหมด >>
อ่านต่อทั้งหมด >>

ตุรกี...ศูนย์กลางการค้าทองคำและเครื่องประดับทองที่สำคัญของโลก

29/05/2558

ในฐานะผู้ผลิตเครื่องประดับทองคำรายใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และผู้ส่งออกเครื่องประดับทองมากเป็นอันดับสองของโลก ตุรกีจึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าของ 80 ประเทศในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปตะวันออก สหพันธรัฐรัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS: เป็นประเทศที่เคยเป็นสมาชิกของสหภาพโซเวียตเก่าจำนวน 12 ประเทศ) ตะวันออกกลาง ทะเลดำ (Black Sea) คอเคเซีย และแอฟริกาเหนือ

สืบเนื่องจากงานศิลปหัตถกรรมเครื่องประดับตุรกีที่มีรากฐานมาจากมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ถึง 5 พันปีของดินแดนอนาโตเลียจวบจนปัจจุบันนี้ก็ได้รับการผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย ฝีมือช่างที่โดดเด่น ความหลากหลายไร้ขีดจำกัด ศักยภาพในการผลิตที่ตอบสนองได้ทุกความต้องการ คุณภาพชั้นเยี่ยม ระดับราคาที่เอื้อต่อการแข่งขันในตลาด และความสามารถในการส่งมอบสินค้าในระยะเวลาที่สั้นลงมากส่งผลให้ธุรกิจการค้าและการส่งออกเครื่องประดับทองของตุรกีเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศและตลาดต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น


บทบาทของทองคำในตุรกี

รายงานที่เผยแพร่โดย World Gold Council เรื่อง Turkey: gold in action พูดถึงอุตสาหกรรมเครื่องประดับตุรกี โดยศึกษาบทบาทของทองคำในชีวิตประจำวันของประชากรในตุรกี ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคทองคำมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก และยังวิเคราะห์การมีส่วนช่วยเหลือเศรษฐกิจของชาติอีกด้วย

ตุรกีเป็นโลกใบย่อมของตลาดทองคำโลก กล่าวคือ เป็นประเทศที่ตั้งของห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของทองคำ นับตั้งแต่การทำเหมือง การสกัดทอง ไปจนถึงการออกแบบเครื่องประดับและการลงทุน ความต้องการบริโภคทองคำตามธรรมเนียมประเพณีอันยาวนาน บวกกับแรงหนุนจากมรดกทางวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในวิถีชีวิต ความเชี่ยวชาญในการผลิต การเป็นตลาดค้าเหรียญทองคำที่สำคัญเป็นผลให้มีทองคำเก็บสะสมไว้ตามบ้านเรือนโดยเป็นทองที่สอดไว้ “ใต้หมอน” รวมกันประมาณ 3,500 ตัน (หรือคิดเป็นมูลค่าราว 145.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งทองคำที่สอดไว้ใต้หมอนนั้นในตุรกีหมายถึงทองคำที่ประชาชนทั่วไปเก็บสะสมไว้

รายงานของ World Gold Council ประเมินบทบาทของทองคำในชีวิตผู้บริโภค วิเคราะห์การมีส่วนช่วยเศรษฐกิจของห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด และตรวจสอบวิธีการกำหนดค่าคงที่ของโลหะเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2012 เพียงปีเดียวการผลิต บริโภค และการนำทองคำกลับมาใช้ใหม่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจตุรกีได้อย่างน้อย 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ นโยบายเพื่อการปฏิรูปของธนาคารกลางที่เริ่มขึ้นในปี 2011 จูงใจให้ธนาคารพาณิชย์สร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีทองหนุนเพื่อระดมปริมาณทองคำสำรอง

นโยบายนี้ได้เสริมสร้างสภาวะของภาคธนาคารโดยช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่อง รวมทั้งยังทำให้มั่นใจได้ว่าธนาคารพาณิชย์จะมีทองคำสำรองเพิ่ม และขณะนี้มีทองคำราว 250 ตัน (ประมาณมูลค่า 10.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ) เข้ามาในระบบการเงินและได้นำไปใช้ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของตุรกีเป็นผลสำเร็จแล้ว

อลิสแตร์ ฮิววิตต์ หัวหน้าฝ่ายข้อมูลการตลาด (Market Intelligent) ของ World Gold Council กล่าวว่า “ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าทาย ตุรกีต้องเผชิญกับความกดดันทั้งทางการเมืองและสังคมอย่างต่อเนื่องในการนำพาประเทศไปบนเส้นทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ทองคำนั้นเป็นตัวแทนหลายสิ่งหลายอย่างในสังคมตุรกี ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานคนงานกว่า 250,000 คน ในอุตสาหกรรมทองคำ หรือการลงทุนที่ปกป้องทรัพย์สินของประชาชนจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงิน นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมือนใครให้กับประเทศอื่นๆ ในการนำทองคำมาใช้อย่างได้ผลในแกนหลักของโครงสร้างการเงินของประเทศ”

ข้อมูลสำคัญที่ค้นพบจากการศึกษาค้นคว้าของ World Gold Council มีประเด็นต่างๆ ดังนี้

     * ทองคำเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมตุรกี โดยย้อนกลับไปเมื่อ 700 ปีก่อนคริสตกาล พ่อค้าในลิเดีย (Lydia)
        อาณาจักรโบราณซึ่งเป็นตุรกีในปัจจุบัน ริเริ่มใช้เหรียญทองคำเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนและตุรกียังคงเป็น
        หนึ่งในผู้ผลิตเหรียญอย่างเป็นทางการรายใหญ่ที่สุดของโลก

     * ความต้องการทองคำที่มีมาอย่างยาวนานของตุรกีทำให้แต่ละครัวเรือนสะสมทองคำปริมาณมากสอดไว้ “ใต้หมอน”
        ประมาณการว่าในภาคครัวเรือนมีทองคำสะสมไว้รวม 3,500 ตัน นอกจากนี้ทองคำยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือ
        เศรษฐกิจตุรกี โดยการผลิต การบริโภค และการนำทองคำกลับมาใช้ใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจตุรกีในปี 2012
        เพียงปีเดียวได้อย่างน้อย 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

     * ทองคำเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่มีความสำคัญในระบบการเงินของตุรกี โดยในสิ้นปี 2013 ธนาคารพาณิชย์มีทองคำสำรอง
        ราว 250 ตัน คิดเป็นมูลค่า 10.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้นำมาใช้ในการสนับสนุนเศรษฐกิจตุรกี โดยรวมไปถึง
        ทองคำ “ใต้หมอน” ของตุรกีที่มีปริมาณ 40 ตัน หรือประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้มีการรวบรวมมาตั้งแต่
        กลางปี 2012
เอกสารแนบ Turkey_0558.pdf Download

ภาพประกอบ



แสดงความคิดเห็น