มาตรา 301 กระทบห่วงโซ่อุปทานอัญมณีและเครื่องประดับโลก

Aug 5, 2026
69 views
0 share

        ในช่วงที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางการค้า สหรัฐอเมริกาได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 301 (Section 301 Tariffs) รอบใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ภายหลังสิ้นสุดมาตรการภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% ตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานอัญมณีและเครื่องประดับโลก รวมถึงผู้ส่งออกไทยที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของประเทศ

        มาตรการใหม่นี้ครอบคลุมสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้ารวม 60 เขตเศรษฐกิจ รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ดำเนินการสอบสวนประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ ภายใต้ Section 301 โดยเห็นว่าหลายประเทศยังไม่มีมาตรการห้ามหรือบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ (Forced Labor) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ จึงกำหนดมาตรการภาษีเพิ่มเติมเพื่อกดดันให้ประเทศคู่ค้าปรับปรุงกฎหมายและการบังคับใช้ด้านแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สหรัฐฯ กำหนด

        โครงสร้างภาษีแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

        1. อัตราภาษีเพิ่มเติม 10% สำหรับประเทศที่มีกฎหมายห้ามสินค้าจากแรงงานบังคับ หรือมีพันธกรณีที่จะดำเนินการตามข้อตกลงกับสหรัฐฯ เช่น อาร์เจนติน่า, กัมพูชา, แคนาดา, อินเดีย, เม็กซิโก, ศรีลังกา และสหราชอาณาจักร (อัตรา MFN+10%)

        2. อัตราภาษีเพิ่มเติม 12.5% สำหรับประเทศที่มีช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายห้ามสินค้าจากแรงงานบังคับ เช่น ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง,  อิสราเอล, แอฟริกาใต้, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม และไทย (อัตรา MFN+12.5%)

        3. อัตราตามมาตรา 301 คำนวณร่วมกับอัตราภาษี MFN สำหรับสหภาพยุโรป (EU) และไต้หวัน อัตราภาษีตามมาตรา 301 จะคำนวณร่วมกับอัตราภาษี MFN โดยให้อัตราภาษีรวมไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ กำหนดอัตราภาษีรวมไม่ต่ำกว่า 12.5% (หากอัตรา MFN สูงกว่า ให้ใช้ MFN)

        ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังประกาศข้อยกเว้นรายสินค้าสำหรับวัตถุดิบบางชนิด สินค้าที่จำเป็นต่อห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ และสินค้าที่การจัดเก็บภาษีอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยสินค้าที่สหรัฐฯ ประกาศยกเว้นการเก็บอากรตอบโต้ปรากฏใน Annex I และ Annex II ซึ่งมีอัญมณีและเครื่องประดับพิกัดที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรา 301 ดังนี้

        - โลหะเงิน พิกัด 71069110

        - ทองคำ พิกัด 71081100, 71081210, 71081250, 71081310, 71081355, 71081370 และ 71082000

        - แพลทินัม พิกัด 7110.11.00, 7110.19.00, 7110.21.00, 7110.29.00, 7110.31.00, 7110.39.00, 7110.41.00 และ 7110.49.00 

        - เศษและของที่ใช้ไม่ได้อื่นๆ ที่มีโลหะมีค่าหรือโลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า พิกัด 7112.92.01

        - ของอื่นๆ ทำด้วยโลหะมีค่าหรือโลหะที่หุ้มด้วยโลหะมีค่า พิกัด 7115.90.05 และ 7115.90.30

        - เหรียญกษาปณ์ พิกัด 7118.90.00

        เมื่อมองในผลกระทบที่เกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับนั้น ไทยอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีเพิ่มเติม 12.5% ซึ่งสูงกว่าอินเดียที่ถูกเรียกเก็บ 10% ทำให้เครื่องประดับและอัญมณีไทยมีภาระต้นทุนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ สูงกว่าคู่แข่งบางประเทศ และอาจกระทบต่อการตัดสินใจสั่งซื้อของผู้นำเข้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่นที่แข่งขันกันด้านราคา นอกจากนี้ ความแตกต่างของอัตราภาษีอาจกระตุ้นให้ผู้ประกอบการทบทวนและปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานหรือฐานการผลิตไปยังประเทศที่ได้รับเงื่อนไขทางภาษีที่เอื้อประโยชน์กว่า ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายคำสั่งซื้อ (Trade Diversion) และการลงทุน (Investment Diversion) ไปยังประเทศที่มีภาระภาษีต่ำกว่า ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตในหลายประเทศอาจเร่งกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Diversification) โดยจัดหาวัตถุดิบหรือย้ายบางขั้นตอนการผลิตไปยังประเทศที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากกว่า เพื่อลดต้นทุนและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ 

        สำหรับประเทศไทย แม้จะยังคงมีจุดแข็งด้านทักษะการผลิต คุณภาพสินค้า และการเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีของภูมิภาค แต่หากไม่สามารถยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน ความโปร่งใสในการตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทาน (Traceability) และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม อาจทำให้สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ ในระยะยาว

        มาตรการภาษี Section 301 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการค้า แต่สะท้อนแนวโน้มที่ประเทศผู้นำเข้าจะนำประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ความยั่งยืน และธรรมาภิบาล มาใช้เป็นเงื่อนไขในการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ดังนั้น ความสามารถในการแสดงความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลกต่อไป


จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

สิงหาคม 2569





------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

1) Ward and Smith.July 2026. Trump Administration’s New Section 301 Tariffs Reach Nearly All U.S. Imports. [Online]. Available at: https://www.wardandsmith.com/article/trump-administrations-new-section-301-tariffs-reach-nearly-all-u-s-imports/. (Retrieved July 24,2026).

2) Jewellerynet. July. 2026. New US tariffs hit global jewellery trade. [Online]. Available at: https://news.jewellerynet.com/en/jnanews/news/27263/073026-US-tariff-shifts-hit-global-jewellery-trade. (Retrieved July 31,2026).

3) The Whitehouse. July. 2026. Actions by the United States in the Investigations under Section 301 of the Trade Act of 1974 of the Acts, Policies, and Practices of 60 Economies Related to the Failure of Each Economy to Impose and Effectively Enforce a Prohibition on the Importation of Goods Produced with Forced Labor. [Online]. Available at: https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2026/07/actions-by-the-united-states-in-the-investigations-under-section-301-of-the-trade-act-of-1974-of-the-acts-policies-and-practices-of-60-economies-related-to-the-failure-of-each-economy-to-impose-and/. (Retrieved July 31,2026).












เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


มาตรา 301 กระทบห่วงโซ่อุปทานอัญมณีและเครื่องประดับโลก

Aug 5, 2026
69 views
0 share

        ในช่วงที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางการค้า สหรัฐอเมริกาได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 301 (Section 301 Tariffs) รอบใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ภายหลังสิ้นสุดมาตรการภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% ตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานอัญมณีและเครื่องประดับโลก รวมถึงผู้ส่งออกไทยที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของประเทศ

        มาตรการใหม่นี้ครอบคลุมสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้ารวม 60 เขตเศรษฐกิจ รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ดำเนินการสอบสวนประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ ภายใต้ Section 301 โดยเห็นว่าหลายประเทศยังไม่มีมาตรการห้ามหรือบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ (Forced Labor) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ จึงกำหนดมาตรการภาษีเพิ่มเติมเพื่อกดดันให้ประเทศคู่ค้าปรับปรุงกฎหมายและการบังคับใช้ด้านแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สหรัฐฯ กำหนด

        โครงสร้างภาษีแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

        1. อัตราภาษีเพิ่มเติม 10% สำหรับประเทศที่มีกฎหมายห้ามสินค้าจากแรงงานบังคับ หรือมีพันธกรณีที่จะดำเนินการตามข้อตกลงกับสหรัฐฯ เช่น อาร์เจนติน่า, กัมพูชา, แคนาดา, อินเดีย, เม็กซิโก, ศรีลังกา และสหราชอาณาจักร (อัตรา MFN+10%)

        2. อัตราภาษีเพิ่มเติม 12.5% สำหรับประเทศที่มีช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายห้ามสินค้าจากแรงงานบังคับ เช่น ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง,  อิสราเอล, แอฟริกาใต้, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม และไทย (อัตรา MFN+12.5%)

        3. อัตราตามมาตรา 301 คำนวณร่วมกับอัตราภาษี MFN สำหรับสหภาพยุโรป (EU) และไต้หวัน อัตราภาษีตามมาตรา 301 จะคำนวณร่วมกับอัตราภาษี MFN โดยให้อัตราภาษีรวมไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ กำหนดอัตราภาษีรวมไม่ต่ำกว่า 12.5% (หากอัตรา MFN สูงกว่า ให้ใช้ MFN)

        ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังประกาศข้อยกเว้นรายสินค้าสำหรับวัตถุดิบบางชนิด สินค้าที่จำเป็นต่อห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ และสินค้าที่การจัดเก็บภาษีอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยสินค้าที่สหรัฐฯ ประกาศยกเว้นการเก็บอากรตอบโต้ปรากฏใน Annex I และ Annex II ซึ่งมีอัญมณีและเครื่องประดับพิกัดที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรา 301 ดังนี้

        - โลหะเงิน พิกัด 71069110

        - ทองคำ พิกัด 71081100, 71081210, 71081250, 71081310, 71081355, 71081370 และ 71082000

        - แพลทินัม พิกัด 7110.11.00, 7110.19.00, 7110.21.00, 7110.29.00, 7110.31.00, 7110.39.00, 7110.41.00 และ 7110.49.00 

        - เศษและของที่ใช้ไม่ได้อื่นๆ ที่มีโลหะมีค่าหรือโลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า พิกัด 7112.92.01

        - ของอื่นๆ ทำด้วยโลหะมีค่าหรือโลหะที่หุ้มด้วยโลหะมีค่า พิกัด 7115.90.05 และ 7115.90.30

        - เหรียญกษาปณ์ พิกัด 7118.90.00

        เมื่อมองในผลกระทบที่เกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับนั้น ไทยอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีเพิ่มเติม 12.5% ซึ่งสูงกว่าอินเดียที่ถูกเรียกเก็บ 10% ทำให้เครื่องประดับและอัญมณีไทยมีภาระต้นทุนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ สูงกว่าคู่แข่งบางประเทศ และอาจกระทบต่อการตัดสินใจสั่งซื้อของผู้นำเข้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่นที่แข่งขันกันด้านราคา นอกจากนี้ ความแตกต่างของอัตราภาษีอาจกระตุ้นให้ผู้ประกอบการทบทวนและปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานหรือฐานการผลิตไปยังประเทศที่ได้รับเงื่อนไขทางภาษีที่เอื้อประโยชน์กว่า ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายคำสั่งซื้อ (Trade Diversion) และการลงทุน (Investment Diversion) ไปยังประเทศที่มีภาระภาษีต่ำกว่า ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตในหลายประเทศอาจเร่งกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Diversification) โดยจัดหาวัตถุดิบหรือย้ายบางขั้นตอนการผลิตไปยังประเทศที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากกว่า เพื่อลดต้นทุนและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ 

        สำหรับประเทศไทย แม้จะยังคงมีจุดแข็งด้านทักษะการผลิต คุณภาพสินค้า และการเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีของภูมิภาค แต่หากไม่สามารถยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน ความโปร่งใสในการตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทาน (Traceability) และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม อาจทำให้สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ ในระยะยาว

        มาตรการภาษี Section 301 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการค้า แต่สะท้อนแนวโน้มที่ประเทศผู้นำเข้าจะนำประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ความยั่งยืน และธรรมาภิบาล มาใช้เป็นเงื่อนไขในการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ดังนั้น ความสามารถในการแสดงความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลกต่อไป


จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

สิงหาคม 2569





------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

1) Ward and Smith.July 2026. Trump Administration’s New Section 301 Tariffs Reach Nearly All U.S. Imports. [Online]. Available at: https://www.wardandsmith.com/article/trump-administrations-new-section-301-tariffs-reach-nearly-all-u-s-imports/. (Retrieved July 24,2026).

2) Jewellerynet. July. 2026. New US tariffs hit global jewellery trade. [Online]. Available at: https://news.jewellerynet.com/en/jnanews/news/27263/073026-US-tariff-shifts-hit-global-jewellery-trade. (Retrieved July 31,2026).

3) The Whitehouse. July. 2026. Actions by the United States in the Investigations under Section 301 of the Trade Act of 1974 of the Acts, Policies, and Practices of 60 Economies Related to the Failure of Each Economy to Impose and Effectively Enforce a Prohibition on the Importation of Goods Produced with Forced Labor. [Online]. Available at: https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2026/07/actions-by-the-united-states-in-the-investigations-under-section-301-of-the-trade-act-of-1974-of-the-acts-policies-and-practices-of-60-economies-related-to-the-failure-of-each-economy-to-impose-and/. (Retrieved July 31,2026).












เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970