ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ห้ากระแสที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องประดับและแนวโน้มตลาดในปี 2021

Feb 19, 2021
687 views
1 share

        ภาคอุตสาหกรรมเครื่องประดับนั้นมีขนาดใหญ่ทั้งในสหรัฐรวมถึงในตลาดโลก ก่อนโควิด-19 จะระบาดไปทั่วโลก Grand View Research ได้ประมาณการไว้ว่าอุตสาหกรรมเครื่องประดับจะมีมูลค่า 480,500 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2025 แต่เมื่อร้านเครื่องประดับต้องปิดทำการนานหลายเดือนเนื่องจากการระบาด ขนาดของตลาดจึงลดลงเล็กน้อย แต่ประมาณการรายได้สุทธิที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนกระแสความนิยมของลูกค้า ได้บ่งชี้ว่าตลาดเครื่องประดับน่าจะเติบโตอย่างเข้มแข็ง

        ขณะที่ร้านค้าและกิจการเครื่องประดับกำลังรอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ก็มีกระแสโดดเด่นที่ผู้ประกอบการควรนำมาพิจารณาเพื่อใช้วางกลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงกำหนดวิธีที่ดีที่สุดในการจัดหาสินค้าและบริการมาสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีกระแสสำคัญห้าประการที่จะส่งผลต่อแนวโน้มในอุตสาหกรรมและตลาดเครื่องประดับ ตลอดจนวิธีการที่ร้านค้าจะใช้ประโยชน์จากกระแสเหล่านี้เพื่อตอบสนองต่อผู้ซื้อได้ดีที่สุด


1. เครื่องประดับตามความต้องการเฉพาะบุคคล

        ผู้ขายพบว่ามีกระแสเครื่องประดับตามความต้องการเฉพาะบุคคลในเครื่องประดับแทบทุกประเภท ตั้งแต่สร้อยข้อมือไปจนถึงแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน ถ้าผู้ซื้อจะลงทุนซื้อเครื่องประดับ ไม่ว่าซื้อให้ตัวเองหรือซื้อให้ผู้เป็นที่รัก ผู้ซื้อก็มักจะต้องการเครื่องประดับที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว

        เราพบว่ามีการปรับแต่งสินค้าตามความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องประดับทุกระดับ ตั้งแต่แบรนด์เครื่องประดับสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันไปจนถึงร้านเครื่องประดับหรูหรา ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาศิลปินมาช่วยสลักชื่อหรือวันที่ลงบนกำไลสักวง และสำหรับลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์แบบร้านบูติก การปรับแต่งเครื่องประดับตามความต้องการในสินค้ากลุ่มสร้อยข้อมือ ต่างหู และแหวนก็เป็นสิ่งที่คาดหวังได้ในร้านค้าระดับ High-end หลายแห่ง

        กระแสการสั่งทำและการปรับแต่งสินค้าตามความต้องการส่งผลสะท้อนในวงกว้างทั่วทั้งตลาดเครื่องประดับ เมื่อคนต้องการเครื่องประดับสั่งทำกันมากขึ้น ร้านค้าทั้งแบบดั้งเดิมและแบบอีคอมเมิร์ซต่างก็นำเสนอทางเลือกนี้ การรองรับลูกค้าที่ต้องการเครื่องประดับสั่งทำช่วยให้ร้านเครื่องประดับได้ลูกค้าในวงกว้างมากขึ้นและเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังที่หมุนเวียนภายในร้านในแต่ละเดือน 


2. การให้คุณค่าแก่การจัดหาอย่างถูกต้อง

        ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับที่มาของเครื่องประดับยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา และที่น่าสำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องที่ว่าเครื่องประดับนั้นมาจากใคร ผู้ซื้อและกิจการต่างๆ หันมาตระหนักในคุณค่าของการผลิตและการซื้อเครื่องประดับอย่างถูกต้องกันมากขึ้น ไม่ว่าอย่างไร การประกอบกิจการเครื่องประดับอย่างถูกต้องก็มีประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการช่วยปกป้องทั้งคนงานและสภาพแวดล้อมในบริเวณแหล่งที่มาของวัตถุดิบ

        แม้ว่าการจัดหาและการผลิตอย่างถูกต้องคือเป้าหมายสูงสุด แต่การปฏิบัติจริงก็ทำได้ยากมาก ผู้ประกอบการต้องควบคุมตัวแปรต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพการทำงานไปจนถึงค่าจ้างที่เป็นธรรมและแนวทางปฏิบัติในการทำเหมือง เพื่อให้เครื่องประดับแต่ละชิ้นได้รับตราประทับ “จัดหาอย่างถูกต้อง” และที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ขั้นตอนการจัดหาในส่วนของการผลิตเครื่องประดับเท่านั้น

        เครื่องประดับที่ถูกต้องและยั่งยืนได้รับความนิยมสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันการจัดหาและการผลิตเครื่องประดับประเภทนี้ก็มีค่าใช้จ่ายสูงมากเช่นกัน อย่างไรก็ดี เครื่องประดับที่ผลิตอย่างยั่งยืนยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมักมีความรู้สึกที่ดีต่อเครื่องประดับที่ผ่านกระบวนการมาอย่างถูกต้อง และตราบใดที่มีอุปสงค์ ก็ย่อมมีอุปทาน

3. การลดงบประมาณในการซื้อแหวนหมั้น

        เราอาจคุ้นเคยกับกฎการตั้งงบประมาณการซื้อแหวนหมั้นให้เท่ากับ “เงินเดือนสามเดือน” มีธรรมเนียมอยู่ว่าแหวนหมั้นควรมีมูลค่าเท่ากับหนึ่งในสี่ของเงินเดือนตลอดปีของผู้ซื้อ ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ได้แหวนวงใหญ่ที่งดงาม แต่แนวทางนี้อาจสร้างความกดดันและปัญหาทางการเงินให้แก่ผู้ซื้อได้อย่างมากเช่นกัน

        ทุกวันนี้คู่รักที่วางแผนแต่งงานกันมักเลือกที่จะโยนกฎ “เงินเดือนสามเดือน” ทิ้งไป ผลการศึกษาโดย The Knot พบว่าผู้ได้รับการสำรวจหนึ่งในสามใช้เงินเพียง 1,000 ถึง 3,000 เหรียญสหรัฐในการซื้อแหวนหมั้น ยิ่งกว่านั้น ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละสิบระบุว่าใช้เงินซื้อแหวนไม่ถึง 1,000 เหรียญสหรัฐ

        การศึกษาดังกล่าวได้ระบุด้วยว่าราคาแหวนหมั้นที่ซื้อกันโดยเฉลี่ยทั่วสหรัฐอยู่ที่ 5,500 เหรียญสหรัฐ โดยในบางพื้นที่ก็มีราคาเฉลี่ยสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมเครื่องประดับก็ไม่อาจมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ซื้อเป็นจำนวนมากเริ่มซื้อแหวนหมั้นที่มีราคาไม่เกิน 3,000 เหรียญสหรัฐ

        แหวนหมั้นถือเป็นการลงทุนซื้อเครื่องประดับครั้งสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของผู้คนมากมาย เมื่อผู้ที่วางแผนจะแต่งงานซื้อแหวนหมั้นในราคาค่อนข้างต่ำเช่นนี้ บริษัทเครื่องประดับจึงจำเป็นต้องทบทวนการจัดการสินค้าคงคลัง และแบบแผนการใช้จ่ายของผู้บริโภคในการซื้อแหวนหมั้นก็จะส่งผลต่อรูปแบบของธุรกิจด้วย

4. การซื้อผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

        โซเชียลมีเดียเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ร้านเครื่องประดับจะสามารถเข้าถึงว่าที่ลูกค้าและนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่น่าจะมีประโยชน์มากที่สุดทั้งต่อผู้ขายและผู้ซื้อเครื่องประดับก็คือ Instagram

Instagram แบรนด์ Vhernier

        เมื่อสองปีที่แล้ว Instagram ได้เปิดตัวคุณลักษณะสำหรับการชอปปิง คุณลักษณะนี้ช่วยให้กิจการต่างๆ นำเสนอผลิตภัณฑ์และงานออกแบบของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ลูกค้าหลากหลายทั่วโลก กิจการเพียงแค่แท็กผลิตภัณฑ์ของตนในรูปภาพแบบเดียวกับที่แท็กบัญชีบุคคล เมื่อผู้ใช้เข้าไปดูในบัญชี Instagram ของกิจการ ผู้ใช้สามารถเลื่อนดูโพสต์ต่างๆ จากนั้นแตะบนสินค้าที่ตนเองสนใจ คุณลักษณะนี้จะแสดงราคาสินค้า และหากผู้ใช้ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าชิ้นนั้นๆ ก็สามารถแตะสองครั้งเพื่อตามลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของบริษัท และจากจุดนั้นผู้ใช้ก็จะดำเนินการซื้อได้อย่างง่ายดาย

Instagram แบรนด์ Pomellato

        ประสบการณ์ใหม่ในการซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียนั้นช่วยให้การเลือกดูและซื้อเครื่องประดับทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และไม่น่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป ที่สำคัญมันยังเป็นช่องทางการตลาดที่ให้ประโยชน์แก่กิจการเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่ำและความสามารถในการเข้าถึงสูง ขณะเดียวกันก็เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคด้วย เนื่องจากช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเครื่องประดับได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและใช้งานได้อย่างเพลิดเพลิน

5. บริการทางการเงิน

        กระแสที่น่าจะเป็นประโยชน์มากเป็นอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับก็คือบริการทางการเงิน เมื่อกิจการเครื่องประดับเสนอบริการทางการเงินให้แก่ลูกค้า ผู้ซื้อจึงไม่ต้องเลื่อนการซื้อออกไปเพราะขาดเงินงบประมาณในเวลานั้น โดยเรื่องนี้จะยิ่งสำคัญเป็นพิเศษสำหรับคนที่กำลังหาซื้อแหวนหมั้น บ่อยครั้งเครื่องประดับเป็นสัญลักษณ์ของความรัก คำขอบคุณ และการเฉลิมฉลอง บริการทางการเงินช่วยให้ลูกค้าสามารถมอบของขวัญที่เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายหรือซื้อของขวัญพิเศษให้ตัวเองได้โดยไม่ต้องรอ

        ดังเช่นในสหรัฐ ด้วยโครงการทางการเงินจาก United Consumer Financial Services ผู้ขายและกิจการเครื่องประดับอาจช่วยให้ลูกค้าได้รับการอนุมัติภายในไม่กี่นาที ลูกค้าสามารถเลือกแผนการชำระรายเดือนที่ตรงกับงบประมาณของตนโดยไม่ไปรบกวนค่าใช้จ่ายรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ด้วยการนำเสนอทางเลือกด้านการเงิน ผู้ขายเครื่องประดับจะช่วยให้ลูกค้าได้นำเครื่องประดับกลับบ้านภายในวันนั้น และในกรณีของการซื้อแหวนหมั้น นั่นหมายความว่าคู่รักจะได้เริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกันเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง 


ข้อมูลอ้างอิง


5 Trends Shaping the Jewelry Industry and Market Outlook in 2021.” Retrieved January 5, 2021 from https://www.ucfs.net/trends-jewelry-industry/.

เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ห้ากระแสที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องประดับและแนวโน้มตลาดในปี 2021

Feb 19, 2021
687 views
1 share

        ภาคอุตสาหกรรมเครื่องประดับนั้นมีขนาดใหญ่ทั้งในสหรัฐรวมถึงในตลาดโลก ก่อนโควิด-19 จะระบาดไปทั่วโลก Grand View Research ได้ประมาณการไว้ว่าอุตสาหกรรมเครื่องประดับจะมีมูลค่า 480,500 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2025 แต่เมื่อร้านเครื่องประดับต้องปิดทำการนานหลายเดือนเนื่องจากการระบาด ขนาดของตลาดจึงลดลงเล็กน้อย แต่ประมาณการรายได้สุทธิที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนกระแสความนิยมของลูกค้า ได้บ่งชี้ว่าตลาดเครื่องประดับน่าจะเติบโตอย่างเข้มแข็ง

        ขณะที่ร้านค้าและกิจการเครื่องประดับกำลังรอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ก็มีกระแสโดดเด่นที่ผู้ประกอบการควรนำมาพิจารณาเพื่อใช้วางกลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงกำหนดวิธีที่ดีที่สุดในการจัดหาสินค้าและบริการมาสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีกระแสสำคัญห้าประการที่จะส่งผลต่อแนวโน้มในอุตสาหกรรมและตลาดเครื่องประดับ ตลอดจนวิธีการที่ร้านค้าจะใช้ประโยชน์จากกระแสเหล่านี้เพื่อตอบสนองต่อผู้ซื้อได้ดีที่สุด


1. เครื่องประดับตามความต้องการเฉพาะบุคคล

        ผู้ขายพบว่ามีกระแสเครื่องประดับตามความต้องการเฉพาะบุคคลในเครื่องประดับแทบทุกประเภท ตั้งแต่สร้อยข้อมือไปจนถึงแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน ถ้าผู้ซื้อจะลงทุนซื้อเครื่องประดับ ไม่ว่าซื้อให้ตัวเองหรือซื้อให้ผู้เป็นที่รัก ผู้ซื้อก็มักจะต้องการเครื่องประดับที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว

        เราพบว่ามีการปรับแต่งสินค้าตามความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องประดับทุกระดับ ตั้งแต่แบรนด์เครื่องประดับสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันไปจนถึงร้านเครื่องประดับหรูหรา ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาศิลปินมาช่วยสลักชื่อหรือวันที่ลงบนกำไลสักวง และสำหรับลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์แบบร้านบูติก การปรับแต่งเครื่องประดับตามความต้องการในสินค้ากลุ่มสร้อยข้อมือ ต่างหู และแหวนก็เป็นสิ่งที่คาดหวังได้ในร้านค้าระดับ High-end หลายแห่ง

        กระแสการสั่งทำและการปรับแต่งสินค้าตามความต้องการส่งผลสะท้อนในวงกว้างทั่วทั้งตลาดเครื่องประดับ เมื่อคนต้องการเครื่องประดับสั่งทำกันมากขึ้น ร้านค้าทั้งแบบดั้งเดิมและแบบอีคอมเมิร์ซต่างก็นำเสนอทางเลือกนี้ การรองรับลูกค้าที่ต้องการเครื่องประดับสั่งทำช่วยให้ร้านเครื่องประดับได้ลูกค้าในวงกว้างมากขึ้นและเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังที่หมุนเวียนภายในร้านในแต่ละเดือน 


2. การให้คุณค่าแก่การจัดหาอย่างถูกต้อง

        ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับที่มาของเครื่องประดับยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา และที่น่าสำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องที่ว่าเครื่องประดับนั้นมาจากใคร ผู้ซื้อและกิจการต่างๆ หันมาตระหนักในคุณค่าของการผลิตและการซื้อเครื่องประดับอย่างถูกต้องกันมากขึ้น ไม่ว่าอย่างไร การประกอบกิจการเครื่องประดับอย่างถูกต้องก็มีประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการช่วยปกป้องทั้งคนงานและสภาพแวดล้อมในบริเวณแหล่งที่มาของวัตถุดิบ

        แม้ว่าการจัดหาและการผลิตอย่างถูกต้องคือเป้าหมายสูงสุด แต่การปฏิบัติจริงก็ทำได้ยากมาก ผู้ประกอบการต้องควบคุมตัวแปรต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพการทำงานไปจนถึงค่าจ้างที่เป็นธรรมและแนวทางปฏิบัติในการทำเหมือง เพื่อให้เครื่องประดับแต่ละชิ้นได้รับตราประทับ “จัดหาอย่างถูกต้อง” และที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ขั้นตอนการจัดหาในส่วนของการผลิตเครื่องประดับเท่านั้น

        เครื่องประดับที่ถูกต้องและยั่งยืนได้รับความนิยมสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันการจัดหาและการผลิตเครื่องประดับประเภทนี้ก็มีค่าใช้จ่ายสูงมากเช่นกัน อย่างไรก็ดี เครื่องประดับที่ผลิตอย่างยั่งยืนยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมักมีความรู้สึกที่ดีต่อเครื่องประดับที่ผ่านกระบวนการมาอย่างถูกต้อง และตราบใดที่มีอุปสงค์ ก็ย่อมมีอุปทาน

3. การลดงบประมาณในการซื้อแหวนหมั้น

        เราอาจคุ้นเคยกับกฎการตั้งงบประมาณการซื้อแหวนหมั้นให้เท่ากับ “เงินเดือนสามเดือน” มีธรรมเนียมอยู่ว่าแหวนหมั้นควรมีมูลค่าเท่ากับหนึ่งในสี่ของเงินเดือนตลอดปีของผู้ซื้อ ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ได้แหวนวงใหญ่ที่งดงาม แต่แนวทางนี้อาจสร้างความกดดันและปัญหาทางการเงินให้แก่ผู้ซื้อได้อย่างมากเช่นกัน

        ทุกวันนี้คู่รักที่วางแผนแต่งงานกันมักเลือกที่จะโยนกฎ “เงินเดือนสามเดือน” ทิ้งไป ผลการศึกษาโดย The Knot พบว่าผู้ได้รับการสำรวจหนึ่งในสามใช้เงินเพียง 1,000 ถึง 3,000 เหรียญสหรัฐในการซื้อแหวนหมั้น ยิ่งกว่านั้น ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละสิบระบุว่าใช้เงินซื้อแหวนไม่ถึง 1,000 เหรียญสหรัฐ

        การศึกษาดังกล่าวได้ระบุด้วยว่าราคาแหวนหมั้นที่ซื้อกันโดยเฉลี่ยทั่วสหรัฐอยู่ที่ 5,500 เหรียญสหรัฐ โดยในบางพื้นที่ก็มีราคาเฉลี่ยสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมเครื่องประดับก็ไม่อาจมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ซื้อเป็นจำนวนมากเริ่มซื้อแหวนหมั้นที่มีราคาไม่เกิน 3,000 เหรียญสหรัฐ

        แหวนหมั้นถือเป็นการลงทุนซื้อเครื่องประดับครั้งสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของผู้คนมากมาย เมื่อผู้ที่วางแผนจะแต่งงานซื้อแหวนหมั้นในราคาค่อนข้างต่ำเช่นนี้ บริษัทเครื่องประดับจึงจำเป็นต้องทบทวนการจัดการสินค้าคงคลัง และแบบแผนการใช้จ่ายของผู้บริโภคในการซื้อแหวนหมั้นก็จะส่งผลต่อรูปแบบของธุรกิจด้วย

4. การซื้อผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

        โซเชียลมีเดียเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ร้านเครื่องประดับจะสามารถเข้าถึงว่าที่ลูกค้าและนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่น่าจะมีประโยชน์มากที่สุดทั้งต่อผู้ขายและผู้ซื้อเครื่องประดับก็คือ Instagram