ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

แสงสว่างในธุรกิจเครื่องประดับและอัญมณีในฮ่องกง

Sep 27, 2021
335 views
0 share

            ผู้ผลิตเครื่องประดับร่วมประเมินสถานการณ์ของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับฮ่องกงในช่วงหลังการระบาด โดยผู้นำอุตสาหกรรมกล่าวว่าฮ่องกงอยู่ในสถานะที่จะฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


            นับเป็นเวลากว่าหนึ่งปีที่การระบาดได้เปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจทั่วโลก และฮ่องกงก็กำลังกลับมายืนหยัดในภาคธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีอีกครั้งอย่างระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป

            Covid-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพฤติกรรมการซื้อ แนวโน้มของผู้บริโภค และความนิยมในผลิตภัณฑ์ ผู้ขายเครื่องประดับจึงต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินงานและสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมและรักษาระดับการเติบโต และความพยายามเหล่านี้ก็เริ่มเห็นผลแล้ว

            การส่งออกและการขายปลีกเครื่องประดับอัญมณีเริ่มดีดกลับขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับตัวเลขที่ต่ำในปี 2020 และ 2019 ขณะที่กิจการต่างๆ กำลังมองหาวิธีการใหม่ที่ทันสมัยในการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าระยะยาวตลอดจนว่าที่ลูกค้า

            บริษัทต่างๆ ล้วนร่วมกันบุกเบิกการปฏิวัติทางดิจิทัลในธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีอันเนื่องมาจากวิกฤติ Covid-19 โดย Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) ระบุว่า ผู้ค้าในฮ่องกงร้อยละ 45.4 ที่ได้รับการสำรวจเพื่อทำรายงานดัชนีการส่งออกประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2021 วางแผนที่จะสร้างช่องทางการขายออนไลน์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโรคระบาดต่อการดำเนินงานของกิจการ

            บริษัทบางแห่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หมวดใหม่ๆ รวมถึงชุดเครื่องประดับอัญมณีที่เหมาะกับการใส่หน้ากาก เช่น ต่างหูและอุปกรณ์เสริมสำหรับหน้ากาก ขณะที่บางแห่งก็หันไปพึ่งโครงการส่งเสริมการขาย การให้ส่วนลด และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ 

            ขณะเดียวกันเครื่องประดับอัญมณีระดับสูงก็ยังคงเป็นที่ต้องการแม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงยืนยันที่จะเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ เช่น วันแม่ การจบการศึกษา การครบรอบแต่งงาน และอื่นๆ

            ตามข้อมูลจาก Big Data Research Institute ของ JD.com นั้น World Gold Council ระบุว่าเครื่องประดับอัญมณีเป็นของขวัญวันแม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสี่ในปี 2021 แนวโน้มดังกล่าวยิ่งช่วยเพิ่มความต้องการของผู้บริโภคในสินค้าหมวดนี้

            ผู้ค้าหวังพึ่งตลาดจีนเพื่อกระตุ้นการบริโภคให้เติบโตขึ้น โดยฮ่องกงได้หันเหความสนใจไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ จากเดิมที่เน้นตลาดเครื่องประดับและอัญมณีในสหรัฐและยุโรป ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก Covid-19 และเพิ่งเริ่มฟื้นตัว

กลยุทธ์ทางธุรกิจข้อใดที่บริษัทของคุณวางแผนไว้ว่าจะใช้ในปี 2021


ที่มา: การสำรวจความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจจากรายงานดัชนีการส่งออกของ Hong Kong Trade Development Council

 ไตรมาสที่ 1 ปี 2021

            โดยรวมแล้วฮ่องกงมีโอกาสที่จะฟื้นฟูบทบาทในตลาดจากการที่ภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งตามมาตรการที่กำหนด งานแต่งงานที่เลื่อนออกไปกลับมาจัดใหม่ในปี 2021 ในขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็ยังคงตัว

            อย่างไรก็ดี ผู้ขายเครื่องประดับยังคงมีความหวังอย่างไม่ประมาท โดยมองว่าปัจจัยต่างๆ ในด้านเศรษฐกิจมหภาคและภูมิศาสตร์การเมือง เช่น การกลับมาระบาดของ Covid-19 และความตึงเครียดของการค้าทวิภาคียังคงเป็นภัยคุกคามต่อความก้าวหน้าที่สำคัญต่างๆ การเติบโตของธุรกิจยังคงขึ้นอยู่กับความสำเร็จของโครงการฉีดวัคซีนทั่วโลก ความท้าทายสำคัญอีกประการหนึ่งคือการกลับมาเปิดการเดินทางระหว่างประเทศอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับสากลและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

ความเปลี่ยนแปลงและโอกาส

            ตามความเห็นจาก Ken Lo ประธานสมาคม Hong Kong Jewellery & Jade Manufacturers Association (HKJJA) และกรรมการบริษัท Eternity Manufacturing Ltd ลูกค้ามีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการซื้อเครื่องประดับอัญมณีทางออนไลน์ระหว่างสถานการณ์การระบาด แนวโน้มนี้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น มูลค่าผลิตภัณฑ์ที่ผู้ซื้อยินดีซื้อทางออนไลน์สูงขึ้นจากไม่ถึง 1,000 เหรียญฮ่องกง (ราว 128 เหรียญสหรัฐ) เป็น 1,500 เหรียญฮ่องกง (ราว 193 เหรียญสหรัฐ)

            อย่างไรก็ดี เสน่ห์ของการได้เห็น ได้สัมผัส และได้ลองใส่เครื่องประดับอัญมณี โดยเฉพาะเครื่องประดับอัญมณีระดับคุณภาพสูงนั้นยังคงไม่เลือนหายไป และลูกค้าบางรายก็ยังคงเดินทางไปที่ร้านเพื่อซื้อสินค้าราคาสูง ที่จริงแล้วความต้องการเครื่องประดับมูลค่าสูงยังคงแข็งแกร่งแม้ในช่วงที่มีข้อจำกัดและการปิดเมืองจากสถานการณ์ Covid

            เครื่องประดับกลุ่มที่เรียกว่า ‘เครื่องประดับตามโอกาส’ สำหรับการหมั้น การแต่งงาน หรือวันแม่ รวมถึงการเฉลิมฉลองอื่นๆ ยังคงขายได้อยู่ Lo เผย “การระบาดไม่อาจห้ามผู้ซื้อได้ ถ้าผู้ซื้อรู้สึกว่าต้องซื้อเครื่องประดับ พวกเขาก็จะซื้ออยู่ดี พฤติกรรมการซื้อนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

            Lo ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาดภายในร้านด้วยการดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ซื้อและพนักงานจะปลอดภัย

            Lo อธิบายว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวของธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีฮ่องกง เพราะตลาดจีนมีการซื้อสินค้าหรูหราเพิ่มขึ้นสูงมาก นอกจากนี้ยังคาดกันว่าจีนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีก ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตร้อยละ 8.5 ในปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในขณะที่สหรัฐมีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 6.8 ส่วนประเทศกลุ่มเติบโตใหม่และกำลังพัฒนาน่าจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจราวร้อยละ 6

“ยอดขายปลีกเครื่องประดับอัญมณีฮ่องกงเพิ่มขึ้น 29.7% 

ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2021 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว”

            บริษัทที่ปรึกษา Bain & Co กล่าวว่า จีนช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวหลังวิกฤติด้วยการซื้อสินค้ามูลค่าสูงอย่างต่อเนื่อง ตามผลการรายงานที่เผยแพร่ออกมาในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “ความต้องการสินค้าหรูหราของชาวจีนยังคงรอรับการตอบสนองอยู่ และกลุ่มลูกค้าจากทุกประเทศก็กำลังเติบโตเพิ่มขึ้นหรืออยู่ระหว่างการฟื้นตัว” ทางบริษัทกล่าว “ช่องทางออนไลน์ยังคงเติบโตได้ดีเนื่องจากลูกค้ารายใหม่ๆ หันมาซื้อสินค้าหรูหราทางออนไลน์เป็นครั้งแรก และระดับราคาก็มีช่วงกว้างขึ้นจากการมีผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นทั้งผลิตภัณฑ์ระดับเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพสูง”

            ตลาดสินค้าหรูหราส่วนบุคคล อันได้แก่ กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับอัญมณีราคาแพง เริ่มกระเตื้องขึ้นในไตรมาสที่ 1 ของปี 2021 หลังจากผ่านปีวิกฤติไปแล้ว โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0-1 เมื่อเทียบกับปี 2019

            ตามข้อมูลจากรายงาน การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในภาคธุรกิจสินค้าหรูหราได้รับแรงขับเคลื่อนจากตลาดจีนเป็นหลัก และที่น่าแปลกใจคือมาจากตลาดสหรัฐด้วย รายงานระบุว่า “ตลาดสหรัฐเป็นตลาดที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับมา ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการระดมฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็วช่วยให้การบริโภคสินค้าหรูหรากลับมาด้วยความเร็วที่น่าแปลกใจ ยุโรปตามมาทีหลังด้วยอุปสรรคจากโครงการฉีดวัคซีนที่ช้ากว่าและการขาดการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ”

            Lo เน้นย้ำว่าจีนเป็นพรมแดนใหม่สำหรับผู้ขายเครื่องประดับฮ่องกง ในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงซื้อเครื่องประดับอัญมณีและสินค้าหรูหราอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกฮ่องกงหันเหความสนใจไปยังจีนและประเทศอื่นๆ ในเอเชียจากเดิมที่เน้นตลาดหลักอย่างสหรัฐและยุโรป แนวโน้มนี้น่าจะยังคงดำเนินต่อไปหลังการระบาด

            ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2021 ของ HKTDC แสดงให้เห็นว่าผู้รับการสำรวจร้อยละ 36.5 วางแผนที่จะพัฒนากิจการในตลาดจีน ขณะที่ร้อยละ 32.8 ตั้งใจที่จะขยายฐานลูกค้าให้หลากหลายยิ่งกว่าเดิม

            รายงานดัชนีการส่งออกของ HKTDC เป็นการวัดแนวโน้มระยะสั้นในภาคการส่งออกของฮ่องกง ขณะที่การสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจซึ่งจัดทำเป็นรายไตรมาสนั้นได้จากการสัมภาษณ์ผู้ค้าฮ่องกง 500 รายจากภาคอุตสาหกรรมหลักรวม 6 อุตสาหกรรม

“ดัชนีการส่งออกเครื่องประดับในไตรมาสที่ 1 ปี 2021 อยู่ที่ 42.2 จุดเพิ่มขึ้น 9.2 จุด

จาก 33 จุดในไตรมาสที่ 4 ปี 2020 แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้ส่งออกปรับตัวดีขึ้น” 

-ตามข้อมูลจาก Hong Kong Trade Development Council-

ปัจจัยใดที่เป็นภัยคุกคามสูงสุดต่อการส่งออกของคุณในช่วงหกเดือนข้างหน้า


หมายเหตุ: ตัวเลขในวงเล็บมาจากความคิดเห็นในการสำรวจดัชนีการส่งออกประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2020

ที่มา: การสำรวจความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจจากรายงานดัชนีการส่งออกประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2021 

ของ Hong Kong Trade Development Council

ธุรกิจท่ามกลางวิกฤติ

            บริษัทต่างๆ เริ่มเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างตัวตนในโลกออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ Covid-19

            Jason Lee กรรมการบริษัทผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้ส่งออก Seaco Jewellery Ltd กล่าวว่า บริษัทของเขาได้ส่งใบเสนอราคาทางอีเมลเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีการใช้วิดีโอคอลและการประชุมผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความอย่าง WhatsApp และแพลตฟอร์มการประชุมทางไกลอย่าง Zoom

            อย่างไรก็ดี คำสั่งซื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้มาจากลูกค้าเดิมที่คุ้นเคยกับทางบริษัทอยู่แล้ว ตลาดหลักของ Seaco คือสหรัฐและยุโรป แม้ว่าวิดีโอคอลหรือการประชุมทางไกลกับผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้ายังไม่ได้นำไปสู่ยอดขายจริง แต่ Lee ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ซื้อเปิดรับการขอข้อมูลหรือซื้อผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น

            เขาเสริมว่าผู้บริโภคหันมาสนใจสินค้าที่มีราคาย่อมเยาและมีคุณภาพระดับรองลงมาในระหว่างการระบาด แนวโน้มนี้อาจดำเนินต่อไปหลังจากวิกฤติสิ้นสุดลงแล้ว Lee ให้ความเห็นว่า “ในกรณีที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้ามาตรฐานซึ่งไม่จำเป็นต้องมาดู เลือก และตรวจสอบสินค้าด้วยตนเอง เราคาดว่าคำสั่งซื้อทางออนไลน์ ทางโทรศัพท์ หรือทางอีเมลจะเพิ่มขึ้น”

            Karen Li ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทค้าส่งและค้าปลีกเครื่องประดับแท้ Universal Jewellery Company Ltd สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นเดียวกัน 


แบรนด์ Universal Jewellery Company Ltd

            ในช่วงที่การระบาดรุนแรง Universal Jewellery พึ่งการโทรศัพท์และการส่งข้อความผ่านแอปเป็นหลักเพื่อติดต่อหาลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ และใช้ช่องทางเหล่านี้เพื่อแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่และการส่งเสริมการขายต่างๆ ส่วนผู้ซื้อในประเทศนั้นยังคงไปที่ร้านของทางบริษัท

            ลูกค้าคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบโดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลผลิตภัณฑ์ซึ่งลูกค้าใช้เปรียบเทียบงานออกแบบ ขนาด และราคานั้น มีพร้อมให้เข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต Li ยังได้เน้นถึงความสำคัญของประสบการณ์ภายในร้านเครื่องประดับอัญมณี “ลูกค้ายังต้องการเห็นและสัมผัสเครื่องประดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าราคาสูงจากนักออกแบบ” เธอกล่าว

            ตลาดสำคัญของ Universal Jewellery ได้แก่ สหรัฐ จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน รวมถึงสหราชอาณาจักรในระยะหลังมานี้ Li กล่าวว่าธุรกิจค้าส่งของบริษัทชะลอตัวลงตรงข้ามกับธุรกิจค้าปลีกซึ่งมียอดขายกระเตื้องขึ้น

            เธอยกให้สาเหตุมาจากการที่ผู้ซื้อมีรายได้ส่วนเหลือเพิ่มขึ้น และได้นำรายได้ส่วนนี้มาใช้ซื้อสินค้าเพื่อการลงทุนอย่างอัญมณีและเครื่องประดับคุณภาพสูงแทนที่จะใช้ไปกับการเดินทางและการซื้อสินค้าหรูหราประเภทอื่นๆ

            “เครื่องประดับอัญมณีระดับคุณภาพสูงทำยอดขายได้ดีมาก ยิ่งคุณภาพสูง ยอดขายก็ยิ่งดี” เธอเผย “ยอดขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการระบาดเนื่องจากคนอาศัยโอกาสช่วงที่เพชรมีราคาลดลง แต่เพชรคุณภาพสูงก็ยังคงขายดีแม้เมื่อราคาเสถียรแล้ว”

            Li กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแง่การออกแบบ ผู้บริโภคมองหาเครื่องประดับที่สวมใส่ได้ง่าย รวมถึงมีความงามที่เป็นอมตะและเป็นสากล ความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับกลางยังคงมีอยู่ แต่เมื่อพรมแดนกลับมาเปิดอีกครั้ง ผู้คนก็จะกลับมาร่วมงานสังสรรค์และการชุมนุมต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องประดับระดับคุณภาพสูงชิ้นพิเศษไว้สวมใส่ในโอกาสเหล่านี้

การฟื้นตัวอย่างแท้จริงและถาวร

            ด้วยการบริโภคที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องประกอบกับความพยายามของบริษัทต่างๆ ที่จะควบคุมและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนด้านอื่นๆ ฮ่องกงจึงอยู่ในสภาพที่ดีกว่าช่วงที่เกิดวิกฤติการระบาดของ Covid-19 และมีการประท้วงทางการเมือง ตามความเห็นจาก Lawrence Ma ประธานสมาพันธ์ Diamond Federation of Hong Kong, China (DFHK)

            การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนยังเป็นผลมาจากโครงการฉีดวัคซีนที่ประสบความสำเร็จ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนการที่ตลาดจีนช่วยขับเคลื่อนความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ การที่ตลาดสำคัญมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 ก็อาจส่งผลต่อเนื่องมาถึงอุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณีเช่นกัน

            “เราหวังว่าฮ่องกงจะฟื้นตัวดีขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ภายในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม 2021 สถานการณ์ต่างๆ น่าจะดีขึ้น” Ma ระบุ “เรากำลังรอให้การเดินทางระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง เรื่องนี้สำคัญสำหรับฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าเครื่องประดับอัญมณี แต่การเดินทางภายในภูมิภาคก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”

            Ma ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lee Heng Diamond Group และผู้ก่อตั้ง MaBelle Jewelry กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกและยอดค้าปลีกของฮ่องกงจะดีขึ้นมากในช่วงสองสามเดือนข้างหน้านี้ แต่แนวโน้มดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการเปรียบเทียบกับฐานตัวเลขที่ต่ำในปี 2019 และ 2020

            ข้อมูลจากกรมสำมะโนประชากรและสถิติของฮ่องกงแสดงให้เห็นว่ายอดขายเครื่องประดับในเดือนเมษายนปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 93.2 จากเดิมที่ลดลงร้อยละ 76.6 ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ยอดขายในเดือนเมษายน 2019 ลดลงร้อยละ 11.4 ในขณะที่ยอดขายเครื่องประดับในช่วงเดียวกันของปี 2018 นั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6

            การส่งออกเครื่องประดับก็มีแนวโน้มในทางเดียวกัน โดยตัวเลขของเดือนเมษายน 2021 เพิ่มขึ้นร้อยละ 62 จากที่ลดลงร้อยละ 37.3 เมื่อปีที่แล้ว และลดลงร้อยละ 8.6 ในปี 2019 ในขณะที่การส่งออกเครื่องประดับอัญมณีในเดือนเมษายนปี 2018 นั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.5

            “ที่จริงแล้วภาพรวมไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ต่ำมากในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงมิถุนายน ถ้าจะให้ดีควรวัดการฟื้นตัวที่แท้จริงโดยเปรียบเทียบกับตัวเลขช่วงก่อน Covid-19 และก่อนการประท้วง” Ma กล่าว

            อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีของฮ่องกงจะฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เมื่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นแล้ว Ma คาดว่าจะมีการฟื้นตัวในแง่กำลังซื้อของผู้บริโภค อัตราการว่างงานที่ต่ำลง ตลอดจนการมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาในฮ่องกงอีกครั้ง

การเติบโตหลังวิกฤติ

            Lo จาก HKJJA ก็คาดว่าธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีจะมีแนวโน้มสดใส พร้อมเสริมว่าตลาดจีนจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้นการเติบโต รวมถึงตลาดสหรัฐในระยะหลังด้วย 

            “ทุกวันนี้เราขายสินค้าได้ทุกที่ผ่านการชอปปิงทางออนไลน์ กระแสนี้มีแนวโน้มเชิงบวก” เขาให้ความเห็น “ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง ดังนั้นเราจึงรักษาดุลบัญชีได้ ธุรกิจน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและอาจกลับไปเท่ากับช่วงก่อน Covid-19”

            อย่างไรก็ดี บริษัทเครื่องประดับอัญมณีต่างๆ ยังคงระมัดระวังในการขยายกิจการและเพิ่มสายการผลิตเนื่องจากยังคงมีภัยคุกคามจาก Covid-19 และความไม่แน่นอนอื่นๆ อยู่

            Li จาก Universal Jewellery เน้นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของช่องทางออนไลน์ในธุรกิจทุกประเภท “ผู้คนมีแนวโน้มที่จะค้นหาข้อมูลและทำธุรกิจทางออนไลน์ต่อไป เราคาดว่ากิจกรรมแบบลูกผสมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (hybrid event) ตลอดจนการข้ามสายอุตสาหกรรมจะมีให้เห็นมากยิ่งขึ้น แต่ร้านเครื่องประดับอัญมณีและงานแสดงสินค้าก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ เพราะผู้ซื้อยังคงให้คุณค่ากับประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเอง”


ข้อมูลอ้างอิง


“Bright spots in Hong Kong’s jewellery sector.” by Bernardette Sto. Domingo. JNA. (July/August 2021: pp. 14-18).

เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

แสงสว่างในธุรกิจเครื่องประดับและอัญมณีในฮ่องกง

Sep 27, 2021
335 views
0 share

            ผู้ผลิตเครื่องประดับร่วมประเมินสถานการณ์ของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับฮ่องกงในช่วงหลังการระบาด โดยผู้นำอุตสาหกรรมกล่าวว่าฮ่องกงอยู่ในสถานะที่จะฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


            นับเป็นเวลากว่าหนึ่งปีที่การระบาดได้เปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจทั่วโลก และฮ่องกงก็กำลังกลับมายืนหยัดในภาคธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีอีกครั้งอย่างระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป

            Covid-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพฤติกรรมการซื้อ แนวโน้มของผู้บริโภค และความนิยมในผลิตภัณฑ์ ผู้ขายเครื่องประดับจึงต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินงานและสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมและรักษาระดับการเติบโต และความพยายามเหล่านี้ก็เริ่มเห็นผลแล้ว

            การส่งออกและการขายปลีกเครื่องประดับอัญมณีเริ่มดีดกลับขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับตัวเลขที่ต่ำในปี 2020 และ 2019 ขณะที่กิจการต่างๆ กำลังมองหาวิธีการใหม่ที่ทันสมัยในการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าระยะยาวตลอดจนว่าที่ลูกค้า

            บริษัทต่างๆ ล้วนร่วมกันบุกเบิกการปฏิวัติทางดิจิทัลในธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีอันเนื่องมาจากวิกฤติ Covid-19 โดย Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) ระบุว่า ผู้ค้าในฮ่องกงร้อยละ 45.4 ที่ได้รับการสำรวจเพื่อทำรายงานดัชนีการส่งออกประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2021 วางแผนที่จะสร้างช่องทางการขายออนไลน์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโรคระบาดต่อการดำเนินงานของกิจการ

            บริษัทบางแห่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หมวดใหม่ๆ รวมถึงชุดเครื่องประดับอัญมณีที่เหมาะกับการใส่หน้ากาก เช่น ต่างหูและอุปกรณ์เสริมสำหรับหน้ากาก ขณะที่บางแห่งก็หันไปพึ่งโครงการส่งเสริมการขาย การให้ส่วนลด และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ 

            ขณะเดียวกันเครื่องประดับอัญมณีระดับสูงก็ยังคงเป็นที่ต้องการแม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงยืนยันที่จะเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ เช่น วันแม่ การจบการศึกษา การครบรอบแต่งงาน และอื่นๆ

            ตามข้อมูลจาก Big Data Research Institute ของ JD.com นั้น World Gold Council ระบุว่าเครื่องประดับอัญมณีเป็นของขวัญวันแม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสี่ในปี 2021 แนวโน้มดังกล่าวยิ่งช่วยเพิ่มความต้องการของผู้บริโภคในสินค้าหมวดนี้

            ผู้ค้าหวังพึ่งตลาดจีนเพื่อกระตุ้นการบริโภคให้เติบโตขึ้น โดยฮ่องกงได้หันเหความสนใจไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ จากเดิมที่เน้นตลาดเครื่องประดับและอัญมณีในสหรัฐและยุโรป ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก Covid-19 และเพิ่งเริ่มฟื้นตัว

กลยุทธ์ทางธุรกิจข้อใดที่บริษัทของคุณวางแผนไว้ว่าจะใช้ในปี 2021


ที่มา: การสำรวจความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจจากรายงานดัชนีการส่งออกของ Hong Kong Trade Development Council

 ไตรมาสที่ 1 ปี 2021

            โดยรวมแล้วฮ่องกงมีโอกาสที่จะฟื้นฟูบทบาทในตลาดจากการที่ภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งตามมาตรการที่กำหนด งานแต่งงานที่เลื่อนออกไปกลับมาจัดใหม่ในปี 2021 ในขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็ยังคงตัว

            อย่างไรก็ดี ผู้ขายเครื่องประดับยังคงมีความหวังอย่างไม่ประมาท โดยมองว่าปัจจัยต่างๆ ในด้านเศรษฐกิจมหภาคและภูมิศาสตร์การเมือง เช่น การกลับมาระบาดของ Covid-19 และความตึงเครียดของการค้าทวิภาคียังคงเป็นภัยคุกคามต่อความก้าวหน้าที่สำคัญต่างๆ การเติบโตของธุรกิจยังคงขึ้นอยู่กับความสำเร็จของโครงการฉีดวัคซีนทั่วโลก ความท้าทายสำคัญอีกประการหนึ่งคือการกลับมาเปิดการเดินทางระหว่างประเทศอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับสากลและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

ความเปลี่ยนแปลงและโอกาส

            ตามความเห็นจาก Ken Lo ประธานสมาคม Hong Kong Jewellery & Jade Manufacturers Association (HKJJA) และกรรมการบริษัท Eternity Manufacturing Ltd ลูกค้ามีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการซื้อเครื่องประดับอัญมณีทางออนไลน์ระหว่างสถานการณ์การระบาด แนวโน้มนี้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น มูลค่าผลิตภัณฑ์ที่ผู้ซื้อยินดีซื้อทางออนไลน์สูงขึ้นจากไม่ถึง 1,000 เหรียญฮ่องกง (ราว 128 เหรียญสหรัฐ) เป็น 1,500 เหรียญฮ่องกง (ราว 193 เหรียญสหรัฐ)

            อย่างไรก็ดี เสน่ห์ของการได้เห็น ได้สัมผัส และได้ลองใส่เครื่องประดับอัญมณี โดยเฉพาะเครื่องประดับอัญมณีระดับคุณภาพสูงนั้นยังคงไม่เลือนหายไป และลูกค้าบางรายก็ยังคงเดินทางไปที่ร้านเพื่อซื้อสินค้าราคาสูง ที่จริงแล้วความต้องการเครื่องประดับมูลค่าสูงยังคงแข็งแกร่งแม้ในช่วงที่มีข้อจำกัดและการปิดเมืองจากสถานการณ์ Covid

            เครื่องประดับกลุ่มที่เรียกว่า ‘เครื่องประดับตามโอกาส’ สำหรับการหมั้น การแต่งงาน หรือวันแม่ รวมถึงการเฉลิมฉลองอื่นๆ ยังคงขายได้อยู่ Lo เผย “การระบาดไม่อาจห้ามผู้ซื้อได้ ถ้าผู้ซื้อรู้สึกว่าต้องซื้อเครื่องประดับ พวกเขาก็จะซื้ออยู่ดี พฤติกรรมการซื้อนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

            Lo ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาดภายในร้านด้วยการดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ซื้อและพนักงานจะปลอดภัย

            Lo อธิบายว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวของธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีฮ่องกง เพราะตลาดจีนมีการซื้อสินค้าหรูหราเพิ่มขึ้นสูงมาก นอกจากนี้ยังคาดกันว่าจีนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีก ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตร้อยละ 8.5 ในปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในขณะที่สหรัฐมีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 6.8 ส่วนประเทศกลุ่มเติบโตใหม่และกำลังพัฒนาน่าจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจราวร้อยละ 6

“ยอดขายปลีกเครื่องประดับอัญมณีฮ่องกงเพิ่มขึ้น 29.7% 

ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2021 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว”

            บริษัทที่ปรึกษา Bain & Co กล่าวว่า จีนช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวหลังวิกฤติด้วยการซื้อสินค้ามูลค่าสูงอย่างต่อเนื่อง ตามผลการรายงานที่เผยแพร่ออกมาในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “ความต้องการสินค้าหรูหราของชาวจีนยังคงรอรับการตอบสนองอยู่ และกลุ่มลูกค้าจากทุกประเทศก็กำลังเติบโตเพิ่มขึ้นหรืออยู่ระหว่างการฟื้นตัว” ทางบริษัทกล่าว “ช่องทางออนไลน์ยังคงเติบโตได้ดีเนื่องจากลูกค้ารายใหม่ๆ หันมาซื้อสินค้าหรูหราทางออนไลน์เป็นครั้งแรก และระดับราคาก็มีช่วงกว้างขึ้นจากการมีผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นทั้งผลิตภัณฑ์ระดับเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพสูง”

            ตลาดสินค้าหรูหราส่วนบุคคล อันได้แก่ กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับอัญมณีราคาแพง เริ่มกระเตื้องขึ้นในไตรมาสที่ 1 ของปี 2021 หลังจากผ่านปีวิกฤติไปแล้ว โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0-1 เมื่อเทียบกับปี 2019

            ตามข้อมูลจากรายงาน การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในภาคธุรกิจสินค้าหรูหราได้รับแรงขับเคลื่อนจากตลาดจีนเป็นหลัก และที่น่าแปลกใจคือมาจากตลาดสหรัฐด้วย รายงานระบุว่า “ตลาดสหรัฐเป็นตลาดที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับมา ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการระดมฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็วช่วยให้การบริโภคสินค้าหรูหรากลับมาด้วยความเร็วที่น่าแปลกใจ ยุโรปตามมาทีหลังด้วยอุปสรรคจากโครงการฉีดวัคซีนที่ช้ากว่าและการขาดการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ”

            Lo เน้นย้ำว่าจีนเป็นพรมแดนใหม่สำหรับผู้ขายเครื่องประดับฮ่องกง ในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงซื้อเครื่องประดับอัญมณีและสินค้าหรูหราอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกฮ่องกงหันเหความสนใจไปยังจีนและประเทศอื่นๆ ในเอเชียจากเดิมที่เน้นตลาดหลักอย่างสหรัฐและยุโรป แนวโน้มนี้น่าจะยังคงดำเนินต่อไปหลังการระบาด

            ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2021 ของ HKTDC แสดงให้เห็นว่าผู้รับการสำรวจร้อยละ 36.5 วางแผนที่จะพัฒนากิจการในตลาดจีน ขณะที่ร้อยละ 32.8 ตั้งใจที่จะขยายฐานลูกค้าให้หลากหลายยิ่งกว่าเดิม

            รายงานดัชนีการส่งออกของ HKTDC เป็นการวัดแนวโน้มระยะสั้นในภาคการส่งออกของฮ่องกง ขณะที่การสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจซึ่งจัดทำเป็นรายไตรมาสนั้นได้จากการสัมภาษณ์ผู้ค้าฮ่องกง 500 รายจากภาคอุตสาหกรรมหลักรวม 6 อุตสาหกรรม

“ดัชนีการส่งออกเครื่องประดับในไตรมาสที่ 1 ปี 2021 อยู่ที่ 42.2 จุดเพิ่มขึ้น 9.2 จุด

จาก 33 จุดในไตรมาสที่ 4 ปี 2020 แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้ส่งออกปรับตัวดีขึ้น” 

-ตามข้อมูลจาก Hong Kong Trade Development Council-

ปัจจัยใดที่เป็นภัยคุกคามสูงสุดต่อการส่งออกของคุณในช่วงหกเดือนข้างหน้า


หมายเหตุ: ตัวเลขในวงเล็บมาจากความคิดเห็นในการสำรวจดัชนีการส่งออกประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2020

ที่มา: การสำรวจความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจจากรายงานดัชนีการส่งออกประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2021 

ของ Hong Kong Trade Development Council

ธุรกิจท่ามกลางวิกฤติ

            บริษัทต่างๆ เริ่มเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างตัวตนในโลกออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ Covid-19

            Jason Lee กรรมการบริษัทผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้ส่งออก Seaco Jewellery Ltd กล่าวว่า บริษัทของเขาได้ส่งใบเสนอราคาทางอีเมลเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีการใช้วิดีโอคอลและการประชุมผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความอย่าง WhatsApp และแพลตฟอร์มการประชุมทางไกลอย่าง Zoom

            อย่างไรก็ดี คำสั่งซื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้มาจากลูกค้าเดิมที่คุ้นเคยกับทางบริษัทอยู่แล้ว ตลาดหลักของ Seaco คือสหรัฐและยุโรป แม้ว่าวิดีโอคอลหรือการประชุมทางไกลกับผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้ายังไม่ได้นำไปสู่ยอดขายจริง แต่ Lee ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ซื้อเปิดรับการขอข้อมูลหรือซื้อผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น

            เขาเสริมว่าผู้บริโภคหันมาสนใจสินค้าที่มีราคาย่อมเยาและมีคุณภาพระดับรองลงมาในระหว่างการระบาด แนวโน้มนี้อาจดำเนินต่อไปหลังจากวิกฤติสิ้นสุดลงแล้ว Lee ให้ความเห็นว่า “ในกรณีที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้ามาตรฐานซึ่งไม่จำเป็นต้องมาดู เลือก และตรวจสอบสินค้าด้วยตนเอง เราคาดว่าคำสั่งซื้อทางออนไลน์ ทางโทรศัพท์ หรือทางอีเมลจะเพิ่มขึ้น”

            Karen Li ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทค้าส่งและค้าปลีกเครื่องประดับแท้ Universal Jewellery Company Ltd สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นเดียวกัน 


แบรนด์ Universal Jewellery Company Ltd

            ในช่วงที่การระบาดรุนแรง Universal Jewellery พึ่งการโทรศัพท์และการส่งข้อความผ่านแอปเป็นหลักเพื่อติดต่อหาลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ และใช้ช่องทางเหล่านี้เพื่อแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่และการส่งเสริมการขายต่างๆ ส่วนผู้ซื้อในประเทศนั้นยังคงไปที่ร้านของทางบริษัท

            ลูกค้าคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบโดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลผลิตภัณฑ์ซึ่งลูกค้าใช้เปรียบเทียบงานออกแบบ ขนาด และราคานั้น มีพร้อมให้เข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต Li ยังได้เน้นถึงความสำคัญของประสบการณ์ภายในร้านเครื่องประดับอัญมณี “ลูกค้ายังต้องการเห็นและสัมผัสเครื่องประดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าราคาสูงจากนักออกแบบ” เธอกล่าว

            ตลาดสำคัญของ Universal Jewellery ได้แก่ สหรัฐ จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน รวมถึงสหราชอาณาจักรในระยะหลังมานี้ Li กล่าวว่าธุรกิจค้าส่งของบริษัทชะลอตัวลงตรงข้ามกับธุรกิจค้าปลีกซึ่งมียอดขายกระเตื้องขึ้น

            เธอยกให้สาเหตุมาจากการที่ผู้ซื้อมีรายได้ส่วนเหลือเพิ่มขึ้น และได้นำรายได้ส่วนนี้มาใช้ซื้อสินค้าเพื่อการลงทุนอย่างอัญมณีและเครื่องประดับคุณภาพสูงแทนที่จะใช้ไปกับการเดินทางและการซื้อสินค้าหรูหราประเภทอื่นๆ

            “เครื่องประดับอัญมณีระดับคุณภาพสูงทำยอดขายได้ดีมาก ยิ่งคุณภาพสูง ยอดขายก็ยิ่งดี” เธอเผย “ยอดขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการระบาดเนื่องจากคนอาศัยโอกาสช่วงที่เพชรมีราคาลดลง แต่เพชรคุณภาพสูงก็ยังคงขายดีแม้เมื่อราคาเสถียรแล้ว”

            Li กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแง่การออกแบบ ผู้บริโภคมองหาเครื่องประดับที่สวมใส่ได้ง่าย รวมถึงมีความงามที่เป็นอมตะและเป็นสากล ความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับกลางยังคงมีอยู่ แต่เมื่อพรมแดนกลับมาเปิดอีกครั้ง ผู้คนก็จะกลับมาร่วมงานสังสรรค์และการชุมนุมต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องประดับระดับคุณภาพสูงชิ้นพิเศษไว้สวมใส่ในโอกาสเหล่านี้

การฟื้นตัวอย่างแท้จริงและถาวร

            ด้วยการบริโภคที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องประกอบกับความพยายามของบริษัทต่างๆ ที่จะควบคุมและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนด้านอื่นๆ ฮ่องกงจึงอยู่ในสภาพที่ดีกว่าช่วงที่เกิดวิกฤติการระบาดของ Covid-19 และมีการประท้วงทางการเมือง ตามความเห็นจาก Lawrence Ma ประธานสมาพันธ์ Diamond Federation of Hong Kong, China (DFHK)

            การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนยังเป็นผลมาจากโครงการฉีดวัคซีนที่ประสบความสำเร็จ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนการที่ตลาดจีนช่วยขับเคลื่อนความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ การที่ตลาดสำคัญมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 ก็อาจส่งผลต่อเนื่องมาถึงอุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณีเช่นกัน

            “เราหวังว่าฮ่องกงจะฟื้นตัวดีขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ภายในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม 2021 สถานการณ์ต่างๆ น่าจะดีขึ้น” Ma ระบุ “เรากำลังรอให้การเดินทางระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง เรื่องนี้สำคัญสำหรับฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าเครื่องประดับอัญมณี แต่การเดินทางภายในภูมิภาคก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”

            Ma ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lee Heng Diamond Group และผู้ก่อตั้ง MaBelle Jewelry กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกและยอดค้าปลีกของฮ่องกงจะดีขึ้นมากในช่วงสองสามเดือนข้างหน้านี้ แต่แนวโน้มดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการเปรียบเทียบกับฐานตัวเลขที่ต่ำในปี 2019 และ 2020

            ข้อมูลจากกรมสำมะโนประชากรและสถิติของฮ่องกงแสดงให้เห็นว่ายอดขายเครื่องประดับในเดือนเมษายนปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 93.2 จากเดิมที่ลดลงร้อยละ 76.6 ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ยอดขายในเดือนเมษายน 2019 ลดลงร้อยละ 11.4 ในขณะที่ยอดขายเครื่องประดับในช่วงเดียวกันของปี 2018 นั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6

            การส่งออกเครื่องประดับก็มีแนวโน้มในทางเดียวกัน โดยตัวเลขของเดือนเมษายน 2021 เพิ่มขึ้นร้อยละ 62 จากที่ลดลงร้อยละ 37.3 เมื่อปีที่แล้ว และลดลงร้อยละ 8.6 ในปี 2019 ในขณะที่การส่งออกเครื่องประดับอัญมณีในเดือนเมษายนปี 2018 นั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.5

            “ที่จริงแล้วภาพรวมไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ต่ำมากในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงมิถุนายน ถ้าจะให้ดีควรวัดการฟื้นตัวที่แท้จริงโดยเปรียบเทียบกับตัวเลขช่วงก่อน Covid-19 และก่อนการประท้วง” Ma กล่าว

            อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีของฮ่องกงจะฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เมื่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นแล้ว Ma คาดว่าจะมีการฟื้นตัวในแง่กำลังซื้อของผู้บริโภค อัตราการว่างงานที่ต่ำลง ตลอดจนการมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาในฮ่องกงอีกครั้ง

การเติบโตหลังวิกฤติ

            Lo จาก HKJJA ก็คาดว่าธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีจะมีแนวโน้มสดใส พร้อมเสริมว่าตลาดจีนจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้นการเติบโต รวมถึงตลาดสหรัฐในระยะหลังด้วย 

            “ทุกวันนี้เราขายสินค้าได้ทุกที่ผ่านการชอปปิงทางออนไลน์ กระแสนี้มีแนวโน้มเชิงบวก” เขาให้ความเห็น “ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง ดังนั้นเราจึงรักษาดุลบัญชีได้ ธุรกิจน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและอาจกลับไปเท่ากับช่วงก่อน Covid-19”

            อย่างไรก็ดี บริษัทเครื่องประดับอัญมณีต่างๆ ยังคงระมัดระวังในการขยายกิจการและเพิ่มสายการผลิตเนื่องจากยังคงมีภัยคุกคามจาก Covid-19 และความไม่แน่นอนอื่นๆ อยู่

            Li จาก Universal Jewellery เน้นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของช่องทางออนไลน์ในธุรกิจทุกประเภท “ผู้คนมีแนวโน้มที่จะค้นหาข้อมูลและทำธุรกิจทางออนไลน์ต่อไป เราคาดว่ากิจกรรมแบบลูกผสมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (hybrid event) ตลอดจนการข้ามสายอุตสาหกรรมจะมีให้เห็นมากยิ่งขึ้น แต่ร้านเครื่องประดับอัญมณีและงานแสดงสินค้าก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ เพราะผู้ซื้อยังคงให้คุณค่ากับประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเอง”


ข้อมูลอ้างอิง


“Bright spots in Hong Kong’s jewellery sector.” by Bernardette Sto. Domingo. JNA. (July/August 2021: pp. 14-18).

เอกสารแนบ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970