ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่า:เครื่องประดับแห่งตำนาน ร้อยเรียงด้วยความรักและความทรงจำ

Jun 26, 2025
7240 views
4 shares

        ในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ มีเครื่องประดับหลายชิ้นที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งด้วยความงดงามและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง แต่มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่สามารถครองใจผู้คนทั่วโลกได้เท่ากับ “แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่า” แหวนวงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับอันล้ำค่าเท่านั้น หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรัก การเปลี่ยนแปลง และการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่สะท้อนความงดงามในหลากหลายมิติ

จุดเริ่มต้นของเครื่องประดับอันล้ำค่า

        แหวนหมั้นวงนี้ปรากฏต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1981 เมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งเวลส์ทรงประกาศหมั้นกับเลดี้ไดอาน่า สเปนเซอร์ แหวนวงนี้ถูกเลือกจากแบบแหวนของบริษัท Garrard ซึ่งเป็นผู้ผลิตอัญมณีประจำราชวงศ์ โดยมีลักษณะโดดเด่นคือ ตัวเรือนทองคำขาว 18K ประดับด้วยไพลินสีน้ำเงินจากศรีลังกาขนาด 12 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรบริสุทธิ์จำนวน 14 เม็ด จัดวางในรูปวงรีอย่างลงตัว ความน่าสนใจของแหวนวงนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่งดงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลือกแบบแหวนของเลดี้ไดอาน่าเอง ซึ่งขัดแย้งกับประเพณีของราชวงศ์ที่นิยมสั่งทำแหวนหมั้นเฉพาะ ไม่ใช่เลือกจากแบบแหวนที่คนทั่วไปสามารถเลือกซื้อได้ การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงบุคลิกอันกล้าหาญและเรียบง่าย  ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการยกย่องว่าเป็น "เจ้าหญิงของประชาชน" 

แรงบันดาลใจจากอดีตกาล

        แหวนหมั้นนี้มีดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเข็มกลัดที่เจ้าชายอัลเบิร์ตมอบให้สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียในวันเสกสมรสเมื่อปี ค.ศ. 1840 ซึ่งประกอบด้วยไพลินล้อมเพชรเช่นกัน เครื่องประดับทั้งสองชิ้นนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและการอุทิศตนของกษัตริย์ที่มีต่อพระมเหสี นอกจากนี้ แหวนวงนี้ยังถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงแฟชั่น เพราะไพลินเป็นอัญมณีที่ไม่ใช่ทางเลือกปกติของแหวนหมั้นสำหรับราชวงศ์ในช่วงเวลานั้น ยิ่งเป็นเหตุให้แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่ากลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ให้กับคู่รักทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการผสานความคลาสสิกเข้ากับความเป็นตัวของตัวเอง

การส่งต่อแห่งความรักจากรุ่นสู่รุ่น 

        หลังจากการจากไปอย่างน่าเศร้าของเจ้าหญิงไดอาน่าในปี ค.ศ. 1997 แหวนวงนี้ได้ถูกเก็บรักษาไว้โดยพระโอรสทั้งสองพระองค์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2010 เจ้าชายวิลเลียมทรงนำแหวนวงนี้มามอบให้เคท มิดเดิลตัน เพื่อใช้เป็นแหวนหมั้นเมื่อทรงขอเธอแต่งงานในช่วงที่ทั้งสองอยู่ในเคนยา การกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างเจ้าชายวิลเลียมกับพระมารดา พระองค์ตรัสในภายหลังว่า “นี่คือหนทางหนึ่งที่ทำให้แม่ของผมมีส่วนร่วมในวันพิเศษนี้” เคท มิดเดิลตัน หรือดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ มักสวมแหวนวงนี้ออกงานสาธารณะอยู่เสมอ ทำให้แหวนของเจ้าหญิงไดอาน่ากลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน จนกลายเป็นแหวนหมั้นในฝันของผู้หญิงทั่วโลก

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับกาลเวลา

        ในปี ค.ศ. 1981 แหวนวงนี้มีมูลค่าประมาณ 28,500 ปอนด์ (หรือราว 60,000 ดอลลาร์สหรัฐในขณะนั้น) แต่ปัจจุบันคาดการณ์ว่าราคาของแหวนวงนี้สูงขึ้นถึงกว่า 400,000–500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่ได้สะท้อนแค่ความหายากของอัญมณีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และอารมณ์ ความนิยมที่ยืนยาวของแหวนวงนี้ได้กระตุ้นให้แบรนด์เครื่องประดับหลายแห่งผลิตแหวนในลักษณะคล้ายกัน เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถครอบครองได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงผลักดันให้การเลือกไพลินแทนเพชรในแหวนหมั้นได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในคอลเลคชัน: แรงบันดาลใจจากแหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่า

        แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่ากลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคอลเลกชัน “1735” ของ Garrard ซึ่งไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความสง่างามของไพลินและเพชรเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงอัญมณีอื่น ๆ เช่น ทับทิม มรกต และอะความารีน โดยแต่ละชิ้นจะมีอัญมณีกลางเป็นรูปไข่หรือทรงกลม ล้อมด้วยเพชรเม็ดกลมหนึ่งหรือสองชั้นในลักษณะคลัสเตอร์ (Cluster Halo)

        ซาร่า เพรนทิซ (Sara Prentice) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Garrard กล่าวว่า “ในการออกแบบคอลเลกชัน 1735 เราต้องการถ่ายทอดความคลาสสิกอันสง่างามของแหวนหมั้นเจ้าหญิงไดอาน่าออกมาให้ชัดเจนที่สุด” และเธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราปรับปรุงดีไซน์ให้เหมาะกับความต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบัน โดยการยกอัญมณีเม็ดกลางให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้สามารถสวมแหวนแต่งงานซ้อนกันได้อย่างเรียบเนียนกับแหวนหมั้น 1735 ได้”


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

มิถุนายน 2568

ข้อมูลอ้างอิง


1. https://www.laingsuk.com/blog/post/the-story-of-an-iconic-piece-of-jewellery-princess-dianas-engagement-ring?srsltid=AfmBOooSDeOhFmBf2wjKuljftzvCnb0x3pLfpbp3Xne5qwDhle46AwCi
2. https://www.theknot.com/content/princess-diana-engagement-ring
3. https://garrard.com/int/2021/princess-diana-engagement-ring-inspired-1735-collection-sapphire-cluster-setting/
4. https://www.townandcountrymag.com/style/jewelry-and-watches/a34644816/princess-diana-sapphire-engagement-ring-history/
5. https://wwd.com/pop-culture/culture-news/feature/princess-diana-jewels-1236553088/

เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่า:เครื่องประดับแห่งตำนาน ร้อยเรียงด้วยความรักและความทรงจำ

Jun 26, 2025
7240 views
4 shares

        ในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ มีเครื่องประดับหลายชิ้นที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งด้วยความงดงามและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง แต่มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่สามารถครองใจผู้คนทั่วโลกได้เท่ากับ “แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่า” แหวนวงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับอันล้ำค่าเท่านั้น หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรัก การเปลี่ยนแปลง และการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่สะท้อนความงดงามในหลากหลายมิติ

จุดเริ่มต้นของเครื่องประดับอันล้ำค่า

        แหวนหมั้นวงนี้ปรากฏต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1981 เมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งเวลส์ทรงประกาศหมั้นกับเลดี้ไดอาน่า สเปนเซอร์ แหวนวงนี้ถูกเลือกจากแบบแหวนของบริษัท Garrard ซึ่งเป็นผู้ผลิตอัญมณีประจำราชวงศ์ โดยมีลักษณะโดดเด่นคือ ตัวเรือนทองคำขาว 18K ประดับด้วยไพลินสีน้ำเงินจากศรีลังกาขนาด 12 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรบริสุทธิ์จำนวน 14 เม็ด จัดวางในรูปวงรีอย่างลงตัว ความน่าสนใจของแหวนวงนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่งดงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลือกแบบแหวนของเลดี้ไดอาน่าเอง ซึ่งขัดแย้งกับประเพณีของราชวงศ์ที่นิยมสั่งทำแหวนหมั้นเฉพาะ ไม่ใช่เลือกจากแบบแหวนที่คนทั่วไปสามารถเลือกซื้อได้ การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงบุคลิกอันกล้าหาญและเรียบง่าย  ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการยกย่องว่าเป็น "เจ้าหญิงของประชาชน" 

แรงบันดาลใจจากอดีตกาล

        แหวนหมั้นนี้มีดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเข็มกลัดที่เจ้าชายอัลเบิร์ตมอบให้สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียในวันเสกสมรสเมื่อปี ค.ศ. 1840 ซึ่งประกอบด้วยไพลินล้อมเพชรเช่นกัน เครื่องประดับทั้งสองชิ้นนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและการอุทิศตนของกษัตริย์ที่มีต่อพระมเหสี นอกจากนี้ แหวนวงนี้ยังถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงแฟชั่น เพราะไพลินเป็นอัญมณีที่ไม่ใช่ทางเลือกปกติของแหวนหมั้นสำหรับราชวงศ์ในช่วงเวลานั้น ยิ่งเป็นเหตุให้แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่ากลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ให้กับคู่รักทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการผสานความคลาสสิกเข้ากับความเป็นตัวของตัวเอง

การส่งต่อแห่งความรักจากรุ่นสู่รุ่น 

        หลังจากการจากไปอย่างน่าเศร้าของเจ้าหญิงไดอาน่าในปี ค.ศ. 1997 แหวนวงนี้ได้ถูกเก็บรักษาไว้โดยพระโอรสทั้งสองพระองค์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2010 เจ้าชายวิลเลียมทรงนำแหวนวงนี้มามอบให้เคท มิดเดิลตัน เพื่อใช้เป็นแหวนหมั้นเมื่อทรงขอเธอแต่งงานในช่วงที่ทั้งสองอยู่ในเคนยา การกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างเจ้าชายวิลเลียมกับพระมารดา พระองค์ตรัสในภายหลังว่า “นี่คือหนทางหนึ่งที่ทำให้แม่ของผมมีส่วนร่วมในวันพิเศษนี้” เคท มิดเดิลตัน หรือดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ มักสวมแหวนวงนี้ออกงานสาธารณะอยู่เสมอ ทำให้แหวนของเจ้าหญิงไดอาน่ากลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน จนกลายเป็นแหวนหมั้นในฝันของผู้หญิงทั่วโลก

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับกาลเวลา

        ในปี ค.ศ. 1981 แหวนวงนี้มีมูลค่าประมาณ 28,500 ปอนด์ (หรือราว 60,000 ดอลลาร์สหรัฐในขณะนั้น) แต่ปัจจุบันคาดการณ์ว่าราคาของแหวนวงนี้สูงขึ้นถึงกว่า 400,000–500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่ได้สะท้อนแค่ความหายากของอัญมณีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และอารมณ์ ความนิยมที่ยืนยาวของแหวนวงนี้ได้กระตุ้นให้แบรนด์เครื่องประดับหลายแห่งผลิตแหวนในลักษณะคล้ายกัน เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถครอบครองได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงผลักดันให้การเลือกไพลินแทนเพชรในแหวนหมั้นได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในคอลเลคชัน: แรงบันดาลใจจากแหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่า

        แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่ากลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคอลเลกชัน “1735” ของ Garrard ซึ่งไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความสง่างามของไพลินและเพชรเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงอัญมณีอื่น ๆ เช่น ทับทิม มรกต และอะความารีน โดยแต่ละชิ้นจะมีอัญมณีกลางเป็นรูปไข่หรือทรงกลม ล้อมด้วยเพชรเม็ดกลมหนึ่งหรือสองชั้นในลักษณะคลัสเตอร์ (Cluster Halo)

        ซาร่า เพรนทิซ (Sara Prentice) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Garrard กล่าวว่า “ในการออกแบบคอลเลกชัน 1735 เราต้องการถ่ายทอดความคลาสสิกอันสง่างามของแหวนหมั้นเจ้าหญิงไดอาน่าออกมาให้ชัดเจนที่สุด” และเธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราปรับปรุงดีไซน์ให้เหมาะกับความต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบัน โดยการยกอัญมณีเม็ดกลางให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้สามารถสวมแหวนแต่งงานซ้อนกันได้อย่างเรียบเนียนกับแหวนหมั้น 1735 ได้”


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

มิถุนายน 2568

ข้อมูลอ้างอิง


1. https://www.laingsuk.com/blog/post/the-story-of-an-iconic-piece-of-jewellery-princess-dianas-engagement-ring?srsltid=AfmBOooSDeOhFmBf2wjKuljftzvCnb0x3pLfpbp3Xne5qwDhle46AwCi
2. https://www.theknot.com/content/princess-diana-engagement-ring
3. https://garrard.com/int/2021/princess-diana-engagement-ring-inspired-1735-collection-sapphire-cluster-setting/
4. https://www.townandcountrymag.com/style/jewelry-and-watches/a34644816/princess-diana-sapphire-engagement-ring-history/
5. https://wwd.com/pop-culture/culture-news/feature/princess-diana-jewels-1236553088/

เอกสารแนบ

เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970
external-site