เพชรธรรมชาติ มุมมองใหม่จากรายงานของ Natural Diamond Council
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความโปร่งใสมากขึ้น อุตสาหกรรมเพชรกำลังเผชิญกับคำถามสำคัญ “อะไรคือความแตกต่างระหว่างเพชรธรรมชาติกับเพชรสังเคราะห์?” รายงานล่าสุดจาก Natural Diamond Council (NDC) จึงออกมาเพื่อไขข้อสงสัย ความเข้าใจผิด และชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงเบื้องหลังอุตสาหกรรมเพชรที่หลายคนอาจไม่เคยรับรู้ ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณค่าทางสังคม
ตามรายงานฉบับใหม่ " Laboratory-Grown Diamond Facts " ชี้ชัดว่าเพชรธรรมชาติและเพชรสังเคราะห์ (lab-grown diamond) แม้จะมีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายคลึงกัน แต่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะในคุณค่าและที่มา รวมทั้งมาตรฐานนิยามคำว่า Diamond หมายถึง เพชรจากธรรมชาติ ส่วน Synthetic Diamonds, Laboratory-grown diamonds และ Laboratory-created diamonds หมายถึง เพชรสังเคราะห์
โดยหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือ ความเชื่อว่าเพชรสังเคราะห์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ทว่า รายงานระบุว่า มากกว่า 70% ของเพชรสังเคราะห์ถูกผลิตในจีนและอินเดีย ใช้พลังงานจากถ่านหินเป็นหลัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสูง ขณะที่บริษัทเหมืองเพชรธรรมชาติหลายแห่งกลับมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และดำเนินโครงการฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อปกป้องระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
รายงานยังเปิดเผยว่า เพชรธรรมชาติยังคงเป็นทรัพยากรที่หายาก การผลิตทั่วโลกลดลงกว่า 37% ตั้งแต่ปี 2005 และคาดว่าจะหายากขึ้นเรื่อยๆ ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ขณะที่ราคาของเพชรธรรมชาติเติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปีตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ส่วนเพชรสังเคราะห์กลับมีราคาลดลงกว่า 76% ตั้งแต่ปี 2018 (ราคาขายปลีกลดลงจาก 3,625 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2018 เหลือเพียง 855 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025)
ภาพจาก https://www.professionaljeweller.com/natural-diamond-council-new-report/
ในเชิงจริยธรรม เพชรธรรมชาติที่ผ่านระบบ Kimberley Process และรับรองโดย Responsible Jewellery Council ได้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นในประเทศผู้ผลิต เช่น แคนาดา บอตสวานา และนามิเบีย ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมเพชรคิดเป็น 20% ของ GDP ในเขต Northwest Territories ประเทศแคนาดา และมีการจ้างงานกว่า 1,000 ตำแหน่ง ขณะที่เพชรสังเคราะห์ขาดการตรวจสอบในเรื่องความยั่งยืนดังที่กล่าวอ้าง
แม้เพชรสังเคราะห์จะได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะในด้านราคาที่ย่อมเยาและการตลาดที่เข้าถึงง่าย ผู้ประกอบการควรมองเห็นโอกาสในการวางตำแหน่งของเพชรทั้งสองประเภทให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเน้นการสื่อสารที่โปร่งใสและอิงหลักฐาน เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างรอบด้าน
รายงานฉบับนี้เผยแพร่ภายหลังจากสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (GIA) ประกาศ ไม่ใช้การจัดเกรดเพชรตามหลัก 4C ในการประเมินเพชรสังเคราะห์ โดยระบุว่าเป็น ระดับพรีเมียมหรือระดับมาตรฐาน ซึ่งตอกย้ำว่า เพชรธรรมชาติไม่ใช่เพียงเครื่องประดับที่สวยงาม แต่ยังเป็นมรดกทางธรรมชาติที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมควรใช้ข้อมูลนี้เพื่อพัฒนาแผนกลยุทธ์ ทั้งในด้านการตลาด การสื่อสาร และการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างถูกต้อง โดยมีรากฐานของความโปร่งใสและความรับผิดชอบเป็นหลักยึดสำคัญจะทำให้อุตสาหกรรมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
กรกฎาคม 2568
ข้อมูลอ้างอิง
2) Diamond FAQs. 2025. DIAMOND INDUSTRY FACTS. [Online]. Available at: https://www.naturaldiamonds.com/in/diamond-facts-info/diamond-facts/. (Retrieved June 12,2025).
3) Jewelry magazine. 2025. Canada’s Northwest Territories Introduces Strategic Relief Package to Safeguard Diamond Industry. . [Online]. Available at: https://www.thejewelrymagazine.com/canadas-northwest-territories-introduces-strategic-relief-package-to-safeguard-diamond-industry/. (Retrieved June 12,2025).