บอตสวานา–แองโกลา จ่อเข้าถือหุ้น De Beers ปรับสมดุลอำนาจในอุตสาหกรรมเพชรโลก

Oct 16, 2025
663 views
0 share

        รัฐบาลของบอตสวานา (Botswana) และแองโกลา (Angola) กำลังแสดงความสนใจที่จะเข้าถือหุ้นใน De Beers Group ซึ่งเป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจเพชรโลก โดยปัจจุบัน Anglo American  มีแผนที่จะขายหุ้นส่วนใหญ่ของ De Beers ออกไป เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจของตนเอง

สำหรับแผนของแต่ละประเทศ: บอตสวานา–ประธานาธิบดีของประเทศกล่าวว่า ต้องการถือหุ้นมากกว่า 50% เพื่อให้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายได้เอง

ในขณะที่แองโกลาประกาศว่าบริษัท Endiama E.P. ได้ยื่นข้อเสนอ “fully financed” เพื่อเข้าลงทุนในหุ้นส่วนน้อย (minority stake) และชวนให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างบอตสวานา นามิเบีย และแอฟริกาใต้เข้าร่วมด้วย

นอกจากนั้น แองโกลายังได้เปิดเผยถึงความก้าวหน้าใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเพชรของตน เช่น การเปิดเหมือง Luele ซึ่งมีกำลังผลิตราว 4 ล้านกะรัตต่อปี และการค้นพบเขตคิมเบอร์ไลต์ใหม่ ร่วมกับ De Beers ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรกหลังจากที่บริษัทไม่พบเขตใหม่ๆ มานานกว่า 30 ปี

 

ภาพจาก: https://willyou.com/

การปรับโครงสร้างความเป็นเจ้าของใน De Beers เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเพชรกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน เช่น ความเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลก ความกดดันเรื่องจริยธรรมในการจัดหา (ethical sourcing) และการแข่งขันจากเพชรสังเคราะห์ (lab-grown diamonds) ทั้งนี้ De Beers เองเคยประกาศว่าการแยกตัวจาก Anglo American อาจแล้วเสร็จในครึ่งแรกของปี 2026

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งเข้าแทรกแซงมากเกินไป อาจสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุนเอกชน หรือบดบังแนวทางการบริหารที่ยืดหยุ่นของบริษัทเพชรขนาดใหญ่ในระดับโลก

สำหรับไทย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตเพชรรายใหญ่เหมือนบอตสวานาและแองโกลา แต่การเคลื่อนไหวในวงการเพชรโลกลักษณะนี้ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่ผู้ผลิต/ผู้ลงทุนท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้างการเป็นเจ้าของ ความโปร่งใส และบทบาทของภาครัฐ-เอกชนร่วมกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

        ไทยซึ่งมีศักยภาพด้านฝีมือการเจียระไน การออกแบบ และตลาดส่งออกเครื่องประดับระดับ high-end อาจเรียนรู้จากกรณีนี้ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่ต้นน้ำ (upstream) ให้มากขึ้น เช่น การลงทุนร่วมในเหมืองพลอยหรือธุรกิจต้นทางอื่นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และลดการพึ่งพาผู้นำเข้า

        บทสรุป: ประเทศผู้ผลิตเพชรรายใหญ่ในแอฟริกากำลังมองหาโอกาสที่จะเข้าควบคุมหรือมีส่วนในบริษัทเพชรรายใหญ่ระดับโลกอย่าง De Beers ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเสริมอำนาจภายในอุตสาหกรรมเพชรในประเทศตนเอง แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจและความเป็นเจ้าของของอุตสาหกรรมเพชรโลก สำหรับไทย แม้สถานการณ์จะแตกต่าง แต่บทเรียนสำคัญคือ ต้องเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวทั้งในเรื่องโครงสร้างองค์กร ความร่วมมือข้ามองค์กรในอุตสาหกรรม และการยกระดับมาตรฐานให้เข้าสู่การแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคง



ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

กันยายน 2568




เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


บอตสวานา–แองโกลา จ่อเข้าถือหุ้น De Beers ปรับสมดุลอำนาจในอุตสาหกรรมเพชรโลก

Oct 16, 2025
663 views
0 share

        รัฐบาลของบอตสวานา (Botswana) และแองโกลา (Angola) กำลังแสดงความสนใจที่จะเข้าถือหุ้นใน De Beers Group ซึ่งเป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจเพชรโลก โดยปัจจุบัน Anglo American  มีแผนที่จะขายหุ้นส่วนใหญ่ของ De Beers ออกไป เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจของตนเอง

สำหรับแผนของแต่ละประเทศ: บอตสวานา–ประธานาธิบดีของประเทศกล่าวว่า ต้องการถือหุ้นมากกว่า 50% เพื่อให้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายได้เอง

ในขณะที่แองโกลาประกาศว่าบริษัท Endiama E.P. ได้ยื่นข้อเสนอ “fully financed” เพื่อเข้าลงทุนในหุ้นส่วนน้อย (minority stake) และชวนให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างบอตสวานา นามิเบีย และแอฟริกาใต้เข้าร่วมด้วย

นอกจากนั้น แองโกลายังได้เปิดเผยถึงความก้าวหน้าใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเพชรของตน เช่น การเปิดเหมือง Luele ซึ่งมีกำลังผลิตราว 4 ล้านกะรัตต่อปี และการค้นพบเขตคิมเบอร์ไลต์ใหม่ ร่วมกับ De Beers ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรกหลังจากที่บริษัทไม่พบเขตใหม่ๆ มานานกว่า 30 ปี

 

ภาพจาก: https://willyou.com/

การปรับโครงสร้างความเป็นเจ้าของใน De Beers เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเพชรกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน เช่น ความเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลก ความกดดันเรื่องจริยธรรมในการจัดหา (ethical sourcing) และการแข่งขันจากเพชรสังเคราะห์ (lab-grown diamonds) ทั้งนี้ De Beers เองเคยประกาศว่าการแยกตัวจาก Anglo American อาจแล้วเสร็จในครึ่งแรกของปี 2026

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งเข้าแทรกแซงมากเกินไป อาจสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุนเอกชน หรือบดบังแนวทางการบริหารที่ยืดหยุ่นของบริษัทเพชรขนาดใหญ่ในระดับโลก

สำหรับไทย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตเพชรรายใหญ่เหมือนบอตสวานาและแองโกลา แต่การเคลื่อนไหวในวงการเพชรโลกลักษณะนี้ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่ผู้ผลิต/ผู้ลงทุนท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้างการเป็นเจ้าของ ความโปร่งใส และบทบาทของภาครัฐ-เอกชนร่วมกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

        ไทยซึ่งมีศักยภาพด้านฝีมือการเจียระไน การออกแบบ และตลาดส่งออกเครื่องประดับระดับ high-end อาจเรียนรู้จากกรณีนี้ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่ต้นน้ำ (upstream) ให้มากขึ้น เช่น การลงทุนร่วมในเหมืองพลอยหรือธุรกิจต้นทางอื่นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และลดการพึ่งพาผู้นำเข้า

        บทสรุป: ประเทศผู้ผลิตเพชรรายใหญ่ในแอฟริกากำลังมองหาโอกาสที่จะเข้าควบคุมหรือมีส่วนในบริษัทเพชรรายใหญ่ระดับโลกอย่าง De Beers ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเสริมอำนาจภายในอุตสาหกรรมเพชรในประเทศตนเอง แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจและความเป็นเจ้าของของอุตสาหกรรมเพชรโลก สำหรับไทย แม้สถานการณ์จะแตกต่าง แต่บทเรียนสำคัญคือ ต้องเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวทั้งในเรื่องโครงสร้างองค์กร ความร่วมมือข้ามองค์กรในอุตสาหกรรม และการยกระดับมาตรฐานให้เข้าสู่การแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคง



ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

กันยายน 2568




เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970