จากภาษีศุลกากรตอบโต้สู่มาตรา 122: นัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ

Mar 26, 2026
125 views
0 share

        โยบายภาษีของสหรัฐอเมริกาภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความผันผวนต่อระบบการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกดดันประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาได้มีคำวินิจฉัยสำคัญในการใช้อำนาจตาม International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐสภามอบให้ ทำให้มาตรการภาษีหลายชุดที่ฝ่ายบริหารใช้ในช่วงปีที่ผ่านมา กลายเป็น “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

        จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ศาลสูงสุดสหรัฐ (U.S. Supreme Court) มีคำวินิจฉัยด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ว่า การเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับคู่ค้าโดยอาศัยพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกในปี 1977 สงวนไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติเท่านั้น การใช้อำนาจดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำตัดสินดังกล่าวทำให้โครงสร้างภาษีที่สหรัฐฯ เคยใช้กับหลายประเทศต้องสิ้นสุดลงทันที และเปิดทางให้บริษัทผู้นำเข้าในสหรัฐสามารถเรียกร้องคืนภาษีที่ถูกจัดเก็บไปก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีการคืนเงินประมาณ 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (U.S. Court of International Trade) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกระบวนการคืนเงินดังกล่าวในระยะต่อไป 

 

        ภายหลังคำตัดสินของศาล ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้ภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของ Trade Act ปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีนำเข้าชั่วคราว เป็นมาตรการทดแทนภาษีเดิม และมีระยะเวลาบังคับใช้สูงสุด 150 วัน (หมดอายุวันที่ 24 กรกฎาคม 2569) เว้นแต่จะได้รับการขยายเวลาโดยรัฐสภา ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าตามมาตรา 122 เป็น 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตามเพดานที่กฎหมายกำหนด แต่การเปลี่ยนแปลงเป็นอัตรา 15% ดังกล่าวยังไม่มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ รวมทั้งมีการศึกษาเพื่อเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมผ่านกฎหมายอื่นๆ ประกอบด้วย

        จากคำตัดสินของศาลดังกล่าว ทำให้ล่าสุดมีบริษัทกว่า 2,000 แห่งได้ยื่นฟ้องร้องขอคืนภาษีศุลกากร ซึ่งรวมถึงบริษัทในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอย่าง Costco, David Yurman และ Cemayla บริษัทแม่ของ FoundRae นอกจากนี้ บริษัทผลิตนาฬิกาสวิสหลายแห่งก็ประกาศว่าจะฟ้องร้องเช่นกัน

        อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลกระทบรายพิกัดศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนั้น จำเป็นต้องพิจารณารายการสินค้าในหมวดยกเว้นอื่นๆ (Annex II) ด้วย เนื่องจากสินค้าที่ถูกระบุไว้ใน Annex II จะได้รับการยกเว้นจากมาตรา 122 แต่ยังเก็บภาษีอื่นตามปกติ โดยอากรขาเข้าสำหรับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทยไปสหรัฐฯ (อัตราปกติ+มาตรา 122) ผู้นำเข้าไทยจะต้องเสียอากรขาเข้าในช่วงอัตราร้อยละ 0-23.5 รายละเอียดปรากฏดังตาราง

ตารางที่ 1 อากรขาเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของสหรัฐอเมริกา (อัตราปกติ+มาตรา 122)


        สถานการณ์นี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของนโยบายการค้าสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา จากการใช้มาตรการภาษีเชิงรุก ไปสู่การเผชิญข้อจำกัดทางกฎหมาย และการปรับกลยุทธ์โดยอาศัยกฎหมายอื่นเข้ามาทดแทน ในระยะต่อไป ทิศทางของมาตรการภาษีภายใต้มาตรา 122 รวมถึงความคืบหน้าในการคืนภาษี อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดบรรยากาศการค้าโลก และสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อประเทศผู้ส่งออกทั่วโลก รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่งพึ่งพาตลาดสหรัฐในสัดส่วนสูง ความเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาษีเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติของต้นทุนการนำเข้า การแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบทางการค้า การติดตามพัฒนาการของนโยบายภาษีสหรัฐอย่างใกล้ชิด และการเตรียมกลยุทธ์รับมือกับความผันผวนของกฎระเบียบทางการค้า จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการไทยในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

มีนาคม 2569



------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

1) CNN. 2026. Trump announces global tariffs will increase to 15% from 10% ‘effective immediately. [Online]. Available at: https://edition.cnn.com/2026/02/21/business/trump-global-tariffs-increase-supreme-court. (Retrieved March 11,2026).

2) JCK. 2026. Where’s My Money? Your Tariff Refund Questions Answered. [Online]. Available at: https://www.jckonline.com/editorial-article/tariff-refund-questions-answered/. (Retrieved March 12,2026).

3) JCK. 2026. Court Orders Refunds of Billions in Tariffs. [Online]. Available at: https://www.jckonline.com/editorial-article/court-orders-customs-refund/. (Retrieved March 12,2026).

4) Spectrum. 2026. U.S. begins tariff probes into China, European Union and other global trading partners. [Online]. Available at: https://spectrumlocalnews.com/nc/charlotte/business/2026/03/12/president-trump-tariffs-section-301-investigations-16-countries-european-union. (Retrieved March 13,2026).

5) TDRI. 2026. เมื่อสงครามภาษีเปลี่ยนโหมด จาก IEEPA สู่ Section 122 สำรวจความเสี่ยงผู้ส่งออกไทย. [ออนไลน์]. https://tdri.or.th/2026/02/trump-tariffs-refunds-and-thai-exports/. (ค้นคว้าเมื่อวันที่ 13 มีนาคม,2569).







เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


จากภาษีศุลกากรตอบโต้สู่มาตรา 122: นัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ

Mar 26, 2026
125 views
0 share

        โยบายภาษีของสหรัฐอเมริกาภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความผันผวนต่อระบบการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกดดันประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาได้มีคำวินิจฉัยสำคัญในการใช้อำนาจตาม International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐสภามอบให้ ทำให้มาตรการภาษีหลายชุดที่ฝ่ายบริหารใช้ในช่วงปีที่ผ่านมา กลายเป็น “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

        จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ศาลสูงสุดสหรัฐ (U.S. Supreme Court) มีคำวินิจฉัยด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ว่า การเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับคู่ค้าโดยอาศัยพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกในปี 1977 สงวนไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติเท่านั้น การใช้อำนาจดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำตัดสินดังกล่าวทำให้โครงสร้างภาษีที่สหรัฐฯ เคยใช้กับหลายประเทศต้องสิ้นสุดลงทันที และเปิดทางให้บริษัทผู้นำเข้าในสหรัฐสามารถเรียกร้องคืนภาษีที่ถูกจัดเก็บไปก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีการคืนเงินประมาณ 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (U.S. Court of International Trade) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกระบวนการคืนเงินดังกล่าวในระยะต่อไป 

 

        ภายหลังคำตัดสินของศาล ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้ภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของ Trade Act ปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีนำเข้าชั่วคราว เป็นมาตรการทดแทนภาษีเดิม และมีระยะเวลาบังคับใช้สูงสุด 150 วัน (หมดอายุวันที่ 24 กรกฎาคม 2569) เว้นแต่จะได้รับการขยายเวลาโดยรัฐสภา ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าตามมาตรา 122 เป็น 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตามเพดานที่กฎหมายกำหนด แต่การเปลี่ยนแปลงเป็นอัตรา 15% ดังกล่าวยังไม่มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ รวมทั้งมีการศึกษาเพื่อเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมผ่านกฎหมายอื่นๆ ประกอบด้วย

        จากคำตัดสินของศาลดังกล่าว ทำให้ล่าสุดมีบริษัทกว่า 2,000 แห่งได้ยื่นฟ้องร้องขอคืนภาษีศุลกากร ซึ่งรวมถึงบริษัทในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอย่าง Costco, David Yurman และ Cemayla บริษัทแม่ของ FoundRae นอกจากนี้ บริษัทผลิตนาฬิกาสวิสหลายแห่งก็ประกาศว่าจะฟ้องร้องเช่นกัน

        อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลกระทบรายพิกัดศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนั้น จำเป็นต้องพิจารณารายการสินค้าในหมวดยกเว้นอื่นๆ (Annex II) ด้วย เนื่องจากสินค้าที่ถูกระบุไว้ใน Annex II จะได้รับการยกเว้นจากมาตรา 122 แต่ยังเก็บภาษีอื่นตามปกติ โดยอากรขาเข้าสำหรับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทยไปสหรัฐฯ (อัตราปกติ+มาตรา 122) ผู้นำเข้าไทยจะต้องเสียอากรขาเข้าในช่วงอัตราร้อยละ 0-23.5 รายละเอียดปรากฏดังตาราง

ตารางที่ 1 อากรขาเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของสหรัฐอเมริกา (อัตราปกติ+มาตรา 122)


        สถานการณ์นี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของนโยบายการค้าสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา จากการใช้มาตรการภาษีเชิงรุก ไปสู่การเผชิญข้อจำกัดทางกฎหมาย และการปรับกลยุทธ์โดยอาศัยกฎหมายอื่นเข้ามาทดแทน ในระยะต่อไป ทิศทางของมาตรการภาษีภายใต้มาตรา 122 รวมถึงความคืบหน้าในการคืนภาษี อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดบรรยากาศการค้าโลก และสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อประเทศผู้ส่งออกทั่วโลก รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่งพึ่งพาตลาดสหรัฐในสัดส่วนสูง ความเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาษีเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติของต้นทุนการนำเข้า การแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบทางการค้า การติดตามพัฒนาการของนโยบายภาษีสหรัฐอย่างใกล้ชิด และการเตรียมกลยุทธ์รับมือกับความผันผวนของกฎระเบียบทางการค้า จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการไทยในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

มีนาคม 2569



------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

1) CNN. 2026. Trump announces global tariffs will increase to 15% from 10% ‘effective immediately. [Online]. Available at: https://edition.cnn.com/2026/02/21/business/trump-global-tariffs-increase-supreme-court. (Retrieved March 11,2026).

2) JCK. 2026. Where’s My Money? Your Tariff Refund Questions Answered. [Online]. Available at: https://www.jckonline.com/editorial-article/tariff-refund-questions-answered/. (Retrieved March 12,2026).

3) JCK. 2026. Court Orders Refunds of Billions in Tariffs. [Online]. Available at: https://www.jckonline.com/editorial-article/court-orders-customs-refund/. (Retrieved March 12,2026).

4) Spectrum. 2026. U.S. begins tariff probes into China, European Union and other global trading partners. [Online]. Available at: https://spectrumlocalnews.com/nc/charlotte/business/2026/03/12/president-trump-tariffs-section-301-investigations-16-countries-european-union. (Retrieved March 13,2026).

5) TDRI. 2026. เมื่อสงครามภาษีเปลี่ยนโหมด จาก IEEPA สู่ Section 122 สำรวจความเสี่ยงผู้ส่งออกไทย. [ออนไลน์]. https://tdri.or.th/2026/02/trump-tariffs-refunds-and-thai-exports/. (ค้นคว้าเมื่อวันที่ 13 มีนาคม,2569).







เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970