ศรีลังกาเดินหน้าปั้น “รัตนปุระ” สู่ Global Gem Hub เพิ่มบทบาทในตลาดอัญมณีโลก
ศรีลังกาส่งสัญญาณเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการผลักดันเมืองรัตนปุระ (Ratnapura) ซึ่งมีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะแหล่งผลิตอัญมณีสำคัญของประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก หลังการจัดงาน Gem City Ratnapura International Gem and Jewellery Exhibition 2026 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–2 กันยายน 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้ซื้อจากหลายประเทศ รวมถึงไทย
ที่มาภาพ : https://ngja.gov.lk/gem-city-ratnapura-2026/
แนวทางของรัฐบาลศรีลังกาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการส่งเสริมการค้าอัญมณี แต่ให้ความสำคัญกับการยกระดับ ห่วงโซ่มูลค่าทั้งระบบ ตั้งแต่การทำเหมือง การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ การเจียระไนและแปรรูป การผลิตเครื่องประดับ ไปจนถึงการส่งออก โดยมีเป้าหมายในการปลดล็อกศักยภาพของอุตสาหกรรมที่รัฐบาลประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อีกประเด็นที่น่าจับตามองคือ การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับแหล่งที่มาและเส้นทางของอัญมณี ตลอดจนการปรับปรุงขั้นตอนการนำเข้าและส่งออก การพัฒนากฎระเบียบและสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานและองค์ความรู้ด้านอัญมณี ซึ่งสะท้อนความพยายามของศรีลังกาในการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
สำหรับงาน Gem City Ratnapura 2026 มีผู้ประกอบการจากอินเดีย ปากีสถาน ไทย สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น โปแลนด์ และประเทศอื่นๆ เข้าร่วม สะท้อนว่ารัตนปุระมีความพยายามที่จะพัฒนาจากแหล่งผลิตและค้าอัญมณีที่มีชื่อเสียง ไปสู่พื้นที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ประกอบการจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีทั้งมิติของโอกาสและความท้าทาย โดยในด้านโอกาส ศรีลังกาสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบและคู่ค้าสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการผลิตพลอยสีที่เป็นจุดแข็งของศรีลังกา ขณะที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพด้านการเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ การออกแบบ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงสามารถต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองประเทศในลักษณะของการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศ ได้
ในขณะเดียวกัน การที่ศรีลังกามุ่งพัฒนารัตนปุระให้เป็นศูนย์กลางอัญมณีระดับโลก ก็อาจเพิ่มการแข่งขันกับไทยในการดึงดูดผู้ซื้อ นักลงทุน และกิจกรรมทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลอยสี หากศรีลังกาสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจสอบย้อนกลับ กระบวนการนำเข้า–ส่งออก และบริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศและทำให้รัตนปุระมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อัญมณีโลก
ที่มาภาพ: https://www.pragnell.co.uk/
ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของศรีลังกาจึงเป็นประเด็นที่ไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในฐานะ “คู่ค้า” ที่สามารถสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบและการเพิ่มมูลค่า และ “คู่แข่ง” ที่กำลังเร่งพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมอัญมณีของตนเอง โดยไทยควรใช้จุดแข็งด้านการเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ การออกแบบ มาตรฐาน และบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสเชื่อมโยงกับแหล่งวัตถุดิบและตลาดใหม่ในเอเชียใต้ให้มากขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับไทยจึงไม่ใช่เพียงการจับตาว่าศรีลังกาจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งหรือไม่ แต่คือการเตรียมความพร้อมของไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานอัญมณีโลก ทั้งในฐานะผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของภูมิภาค
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ตุลาคม 2569
------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง
ที่มา: Newswire Sri Lanka, “Gem City Ratnapura 2026 concludes, Govt eyes global hub status”, 3 September 2026. Available at https://www.newswire.lk/2026/09/03/gem-city-ratnapura-2026-concludes-govt-eyes-global-hub-status
