ศรีลังกาเดินหน้าปั้น “รัตนปุระ” สู่ Global Gem Hub เพิ่มบทบาทในตลาดอัญมณีโลก

Oct 15, 2026
50 views
0 share

        ศรีลังกาส่งสัญญาณเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการผลักดันเมืองรัตนปุระ (Ratnapura) ซึ่งมีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะแหล่งผลิตอัญมณีสำคัญของประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก หลังการจัดงาน Gem City Ratnapura International Gem and Jewellery Exhibition 2026 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–2 กันยายน 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้ซื้อจากหลายประเทศ รวมถึงไทย

ที่มาภาพ : https://ngja.gov.lk/gem-city-ratnapura-2026/

        แนวทางของรัฐบาลศรีลังกาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการส่งเสริมการค้าอัญมณี แต่ให้ความสำคัญกับการยกระดับ ห่วงโซ่มูลค่าทั้งระบบ ตั้งแต่การทำเหมือง การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ การเจียระไนและแปรรูป การผลิตเครื่องประดับ ไปจนถึงการส่งออก โดยมีเป้าหมายในการปลดล็อกศักยภาพของอุตสาหกรรมที่รัฐบาลประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

        อีกประเด็นที่น่าจับตามองคือ การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับแหล่งที่มาและเส้นทางของอัญมณี ตลอดจนการปรับปรุงขั้นตอนการนำเข้าและส่งออก การพัฒนากฎระเบียบและสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานและองค์ความรู้ด้านอัญมณี ซึ่งสะท้อนความพยายามของศรีลังกาในการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

        สำหรับงาน Gem City Ratnapura 2026 มีผู้ประกอบการจากอินเดีย ปากีสถาน ไทย สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น โปแลนด์ และประเทศอื่นๆ เข้าร่วม สะท้อนว่ารัตนปุระมีความพยายามที่จะพัฒนาจากแหล่งผลิตและค้าอัญมณีที่มีชื่อเสียง ไปสู่พื้นที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ประกอบการจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น

        สำหรับประเทศไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีทั้งมิติของโอกาสและความท้าทาย โดยในด้านโอกาส ศรีลังกาสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบและคู่ค้าสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการผลิตพลอยสีที่เป็นจุดแข็งของศรีลังกา ขณะที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพด้านการเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ การออกแบบ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงสามารถต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองประเทศในลักษณะของการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศ ได้

        ในขณะเดียวกัน การที่ศรีลังกามุ่งพัฒนารัตนปุระให้เป็นศูนย์กลางอัญมณีระดับโลก ก็อาจเพิ่มการแข่งขันกับไทยในการดึงดูดผู้ซื้อ นักลงทุน และกิจกรรมทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลอยสี หากศรีลังกาสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจสอบย้อนกลับ กระบวนการนำเข้า–ส่งออก และบริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศและทำให้รัตนปุระมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อัญมณีโลก


ที่มาภาพ: https://www.pragnell.co.uk/ 

        ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของศรีลังกาจึงเป็นประเด็นที่ไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในฐานะ “คู่ค้า” ที่สามารถสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบและการเพิ่มมูลค่า และ “คู่แข่ง” ที่กำลังเร่งพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมอัญมณีของตนเอง โดยไทยควรใช้จุดแข็งด้านการเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ การออกแบบ มาตรฐาน และบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสเชื่อมโยงกับแหล่งวัตถุดิบและตลาดใหม่ในเอเชียใต้ให้มากขึ้น

        ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับไทยจึงไม่ใช่เพียงการจับตาว่าศรีลังกาจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งหรือไม่ แต่คือการเตรียมความพร้อมของไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานอัญมณีโลก ทั้งในฐานะผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของภูมิภาค



ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 ตุลาคม 2569

------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

ที่มา: Newswire Sri Lanka, “Gem City Ratnapura 2026 concludes, Govt eyes global hub status”, 3 September 2026. Available at https://www.newswire.lk/2026/09/03/gem-city-ratnapura-2026-concludes-govt-eyes-global-hub-status














เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศรีลังกาเดินหน้าปั้น “รัตนปุระ” สู่ Global Gem Hub เพิ่มบทบาทในตลาดอัญมณีโลก

Oct 15, 2026
50 views
0 share

        ศรีลังกาส่งสัญญาณเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการผลักดันเมืองรัตนปุระ (Ratnapura) ซึ่งมีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะแหล่งผลิตอัญมณีสำคัญของประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก หลังการจัดงาน Gem City Ratnapura International Gem and Jewellery Exhibition 2026 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–2 กันยายน 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้ซื้อจากหลายประเทศ รวมถึงไทย

ที่มาภาพ : https://ngja.gov.lk/gem-city-ratnapura-2026/

        แนวทางของรัฐบาลศรีลังกาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการส่งเสริมการค้าอัญมณี แต่ให้ความสำคัญกับการยกระดับ ห่วงโซ่มูลค่าทั้งระบบ ตั้งแต่การทำเหมือง การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ การเจียระไนและแปรรูป การผลิตเครื่องประดับ ไปจนถึงการส่งออก โดยมีเป้าหมายในการปลดล็อกศักยภาพของอุตสาหกรรมที่รัฐบาลประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

        อีกประเด็นที่น่าจับตามองคือ การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับแหล่งที่มาและเส้นทางของอัญมณี ตลอดจนการปรับปรุงขั้นตอนการนำเข้าและส่งออก การพัฒนากฎระเบียบและสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานและองค์ความรู้ด้านอัญมณี ซึ่งสะท้อนความพยายามของศรีลังกาในการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

        สำหรับงาน Gem City Ratnapura 2026 มีผู้ประกอบการจากอินเดีย ปากีสถาน ไทย สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น โปแลนด์ และประเทศอื่นๆ เข้าร่วม สะท้อนว่ารัตนปุระมีความพยายามที่จะพัฒนาจากแหล่งผลิตและค้าอัญมณีที่มีชื่อเสียง ไปสู่พื้นที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ประกอบการจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น

        สำหรับประเทศไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีทั้งมิติของโอกาสและความท้าทาย โดยในด้านโอกาส ศรีลังกาสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบและคู่ค้าสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการผลิตพลอยสีที่เป็นจุดแข็งของศรีลังกา ขณะที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพด้านการเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ การออกแบบ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงสามารถต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองประเทศในลักษณะของการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศ ได้

        ในขณะเดียวกัน การที่ศรีลังกามุ่งพัฒนารัตนปุระให้เป็นศูนย์กลางอัญมณีระดับโลก ก็อาจเพิ่มการแข่งขันกับไทยในการดึงดูดผู้ซื้อ นักลงทุน และกิจกรรมทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลอยสี หากศรีลังกาสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจสอบย้อนกลับ กระบวนการนำเข้า–ส่งออก และบริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศและทำให้รัตนปุระมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อัญมณีโลก


ที่มาภาพ: https://www.pragnell.co.uk/ 

        ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของศรีลังกาจึงเป็นประเด็นที่ไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในฐานะ “คู่ค้า” ที่สามารถสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบและการเพิ่มมูลค่า และ “คู่แข่ง” ที่กำลังเร่งพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมอัญมณีของตนเอง โดยไทยควรใช้จุดแข็งด้านการเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ การออกแบบ มาตรฐาน และบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสเชื่อมโยงกับแหล่งวัตถุดิบและตลาดใหม่ในเอเชียใต้ให้มากขึ้น

        ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับไทยจึงไม่ใช่เพียงการจับตาว่าศรีลังกาจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งหรือไม่ แต่คือการเตรียมความพร้อมของไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานอัญมณีโลก ทั้งในฐานะผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของภูมิภาค



ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 ตุลาคม 2569

------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

ที่มา: Newswire Sri Lanka, “Gem City Ratnapura 2026 concludes, Govt eyes global hub status”, 3 September 2026. Available at https://www.newswire.lk/2026/09/03/gem-city-ratnapura-2026-concludes-govt-eyes-global-hub-status














เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970