Color Jewels เน้นเจาะตลาดไฮเอนด์มากขึ้น
กลยุทธ์ทางธุรกิจของ Color Jewels ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีพุ่งเป้าไปที่อัญมณีหรูและการออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อในตลาดสำคัญต้องการสินค้าระดับสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย Color Jewels ผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับแท้ในฮ่องกงเชื่อมั่นว่าความต้องการที่มั่นคงในอัญมณีคุณภาพสูงและการออกแบบเครื่องประดับทันสมัยจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวในปี 2025 ได้
Ashish Dangayach กรรมการผู้จัดการของ Color Jewels กล่าวว่า อัญมณีระดับพรีเมียมยังคงได้รับความสนใจอย่างมากในตลาด โดยเห็นได้จากความต้องการในปี 2024 ที่คงที่ในอัญมณีขวัญใจตลอดกาลอย่างแซปไฟร์และทับทิมพม่า รวมทั้งมรกตโคลอมเบีย
Dangayach อธิบายต่อไปว่า “ขณะที่อัญมณีอื่นๆ อย่าง แซปไฟร์สีชมพู พาราอิบา ทัวร์มาลีน จากโมซัมบิก และสปิเนล Mahenge ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถแซงความนิยมของอัญมณีคลาสสิกดั้งเดิมได้”
ปีที่ผ่านมาเอเชียและยุโรปเป็นตลาดหลักที่ช่วยผลักดันการขยายตัวของ Color Jewels โดยผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของใบรับรองคุณภาพและแหล่งกำเนิดอัญมณีมากขึ้น นอกจากนี้ ความสนใจอย่างต่อเนื่องของนักสะสมและผู้ค้ายังช่วยกระตุ้นยอดขายอีกด้วย
ขณะเดียวกัน ราคาของแซปไฟร์และทับทิมพม่า ตลอดจนมรกตโคลอมเบียยังคงสูงขึ้นท่ามกลางความต้องการที่คงที่และอุปทานที่จำกัดมากขึ้น Dangayach กล่าวว่า “การจัดหาพลอยให้ได้ในปริมาณที่แน่นอนเป็นเรื่องยาก แต่การที่ราคาพลอยสูงขึ้นสะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของอัญมณีเหล่านี้ และความท้าทายในการหาพลอยคุณภาพสูง”
ก้าวไปข้างหน้าสู่การขยายตัว
Color Jewels ให้ความสำคัญอย่างมากกับการจัดหาอัญมณีระดับลักชัวรีในปี 2025 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสินค้าคงคลังและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งมีแผนยกระดับงานออกแบบเครื่องประดับให้มีความประณีตและร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้คือการขยายตลาดสู่ภูมิภาคหลักอย่างเอเชียและยุโรป พร้อมปรับกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อเน้นจุดเด่นของสินค้าเฉพาะตัวและงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ของแบรนด์
จากคำบอกเล่าของ Dangayach แซปไฟร์สีชมพูและพัดพารัดชา พาราอิบา ทัวร์มาลีนจากโมซัมบิก รวมทั้งสปิเนล Mahenge มีแนวโน้มจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในปี 2025 เนื่องจากมีคุณสมบัติอันเป็นที่ชื่นชอบ เขากล่าวต่อไปว่า “ด้วยความนิยมจากความหายากและสีสันที่สดใส อัญมณีเหล่านี้จึงมีความโดดเด่นมากขึ้นในงานออกแบบเครื่องประดับสมัยใหม่ และเป็นที่หมายปองของนักสะสมและผู้ซื้อสินค้าหรู”
Dangayach ยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากความนิยมในอัญมณีที่ไม่เหมือนใครสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงเริ่มหันมาลองใช้อัญมณีแปลกใหม่มากขึ้น เช่น พาราอิบา ทัวร์มาลีน สปิเนล Mahenge และอะความารีน อย่างไรก็ตาม พลอยสีกลุ่ม Big Three ในวงการอัญมณี อันได้แก่ ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต จะยังคงได้รับความนิยมสูงด้วยความงดงามไร้กาลเวลาของพลอยทั้งสามชนิดนี้
Dangayach ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ผู้ซื้อที่มีข้อมูลและความเข้าใจจำนวนมากขึ้นให้ความสำคัญในเรื่องต่างๆ เช่น แหล่งกำเนิด ใบรับรองคุณภาพ และการจัดหาอย่างมีจริยธรรม เมื่อจะซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น และความชื่นชอบที่เพิ่มสูงขึ้นในอัญมณีคุณภาพสูงและความโปร่งใสในการค้าที่มีมากขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงธุรกิจอัญมณี
“ความไม่แน่นอนในตลาดเพชรได้ทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากหันมาพิจารณาอัญมณีสีเป็นทางเลือก ทั้งในแง่ของการลงทุนและการซื้อเพื่อความหรูหรา” เขากล่าวเสริม “จากที่ผมสังเกต ความต้องการอัญมณีคุณภาพสูงที่มีใบรับรอง เช่น ทับทิม แซฟไฟร์ และมรกต ยังคงแข็งแกร่ง การเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้ซื้อยังคงให้คุณค่าในความโดดเด่นและเสน่ห์เหนือกาลเวลาของอัญมณีเหล่านี้
ในขณะที่เศรษฐกิจมหภาคและความผันผวนทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าหรูในปี 2025 แต่ Dangayach คาดการณ์ว่า ความต้องการพลอยสีจะยังคงแข็งแกร่งด้วยแรงผลักดันจากเสน่ห์ดึงดูดและคุณค่าของอัญมณีเหล่านี้
การจัดการอุปทานที่ลดลงของอัญมณีชั้นนำ โดยเฉพาะพลอยสี Big Three ยังคงเป็นเรื่องท้าทายในปี 2025 Dangayach กล่าวว่า“อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่ชัดเจนในการตอบสนองฐานผู้บริโภคที่มีข้อมูลโดยการมุ่งเน้นอัญมณีที่ได้รับการรับรองคุณภาพและจัดหาอย่างมีจริยธรรม ซึ่งสอดคล้องกับความนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปในตลาด”
แปลและเรียบเรียงโดย ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
สิงหาคม 2568
ข้อมูลอ้างอิง

