ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

เทรนด์จิวเวลรี่ 2025–2026: พิมพ์เขียวแห่งอนาคตสำหรับช่างฝีมือจิวเวลรี่ไทย

Sep 29, 2025
7839 views
5 shares

ภูมิทัศน์ตลาดจิวเวลรี่โลก: ตัวเลขที่ต้องรู้

        อุตสาหกรรมจิวเวลรี่ในปี 2025 กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมผู้บริโภค เทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวกระโดด และการกลับมาของความภาคภูมิใจในมรดกฝีมือ สำหรับช่างฝีมือและผู้นำในวงการที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนาน โอกาสครั้งใหญ่อยู่ที่การนำพลังเหล่านี้มาสร้างคุณค่าใหม่อย่างยั่งยืน

ขนาดตลาดและสัดส่วนที่น่าจับตา:

    • จีน ครองแชมป์ตลาดด้วยรายได้ 119.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2024 ตามด้วย อินเดีย (97.25 พันล้านเหรียญ) และ สหรัฐอเมริกา (61.24 พันล้านเหรียญ)

    • ยุโรป และ แอฟริกา มีรายได้ 37.37 พันล้านเหรียญ และ 23.07 พันล้านเหรียญ ขณะที่ ญี่ปุ่น (20.01 พันล้านเหรียญ) และ ออสเตรเลีย (2.64 พันล้านเหรียญ) ตามลำดับ

    • จิวเวลรี่ลักชัวรี่ ครองสัดส่วน 40% ของรายได้ตลาดโลก, แฟชั่นจิวเวลรี่ 30%, จิวเวลรี่ชั้นสูง 20% และ คอสตูมจิวเวลรี่ 10%

        ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความต้องการทั้งในด้านความหรูหราและความเข้าถึงง่าย ผลักดันให้แบรนด์ต้องโดดเด่นทั้งฝีมือและนวัตกรรม

ผู้บริโภคยุคใหม่: มาตรฐานใหม่ของตลาด

        การเข้าใจผู้บริโภคปี 2025–2026 คือหัวใจสำคัญ

        ผู้ซื้อยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่ความสวยงาม แต่ต้องการเครื่องประดับที่สะท้อนตัวตนและเรื่องราวของตนเอง ตลาดกลายเป็นภาพโมเสกของเจเนอเรชั่นที่มีพฤติกรรมและอิทธิพลแตกต่างกันอย่างชัดเจน

แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่สำคัญ:

    • การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalization) กลายเป็นหัวใจ ผู้บริโภคต้องการเครื่องประดับที่บอกเล่าเรื่องราวและตัวตน

    • ความยั่งยืนและความโปร่งใส ไม่ใช่แค่จุดขาย แต่เป็นมาตรฐานพื้นฐาน

    • การมีส่วนร่วมทางดิจิทัล ทุกเจเนอเรชั่น โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการค้นหาและตัดสินใจซื้อ

เทรนด์ดีไซน์หลัก: 4 เสาหลักแห่งปี 2025–2026

        1. Digital Nouveau: เมื่อศิลปะคลาสสิกผสานเทคโนโลยี

        Digital Nouveau คือเทรนด์ที่โดดเด่นในปี 2026 ผสมผสานความงามของ Art Nouveau ต้นศตวรรษที่ 20 กับความล้ำสมัยของยุคดิจิทัล สะท้อนสังคมที่ใส่ใจสุขภาพ ความงาม ความสบาย และความยั่งยืน

ลักษณะเด่น:

    • AI Nouveau: ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากอัลกอริทึมและดิจิทัล

    • Winged Creatures: ผีเสื้อและนก เช่น สร้อยคอ CHRYSÉIS ของ Cartier ที่ใช้ลวดลายปีกผีเสื้อขาวดำกับพลอย rubellite 63.76 กะรัต

    • Rough Luxe: การผสมผสานวัสดุดิบกับความประณีต สะท้อนความขัดแย้งระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยี

กลยุทธ์:

        แบรนด์ที่สามารถสร้างสรรค์งานดีไซน์ที่ผสมผสานดิจิทัลกับธรรมชาติ พร้อมเล่าเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้ง จะครองใจผู้บริโภคยุคใหม่

        2. Opulent Extravaganza: ความทรงจำ ความหรูหรา และวัสดุชั้นสูง

        ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เครื่องประดับกลายเป็นสื่อกลางของความทรงจำและอัตลักษณ์ 

        เทรนด์ Opulent Extravaganza จึงเน้นความอลังการของราชวงศ์ ความงามแบบมหาราชา และพลังของมรดก

ลักษณะเด่น:

    • Regency Opulence: พลอยเม็ดใหญ่ งานฝีมือประณีต

    • The Power of Memory: ชิ้นงานที่เชื่อมโยงกับอดีตและเรื่องราวส่วนตัว

    • Maharajas Magnificence: สีสันสดใส ขนาดใหญ่ และแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์

ตัวอย่าง:

    • ซีรีส์ Bird on a Rock ของ Tiffany ที่นำสัญลักษณ์นกฮูกและนกฟีนิกซ์มาสร้างสรรค์ใหม่บนอัญมณีหายาก

    • สร้อยคอ Star Burst ที่ใช้โอปอลกว่า 64 กะรัตและเพชรกว่า 69 กะรัต

กลยุทธ์:

        แบรนด์เก่าแก่ควรนำแรงบันดาลใจจากมรดกและอัญมณีหายากมาพัฒนา ส่วนแบรนด์ใหม่ควรเน้นการเล่าเรื่องและสร้างความผูกพันทางอารมณ์

        3. Street Coolness: พลังแห่งวัฒนธรรมและความเป็นตัวเอง

        การรวมตัวของชุมชนดิจิทัลทั่วโลกก่อให้เกิดเทรนด์ Street Coolness ที่ผสมผสานวัฒนธรรม ความกล้า และความเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน

ลักษณะเด่น:

    • Cultural Connections: การนำแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรม

    • XL-Layering: การใส่เครื่องประดับหลายชั้น หลายเส้น

    • Urban Tribe: ดีไซน์ที่กล้า ทรงพลัง และแปลงร่างได้

ตัวอย่าง:

    • สร้อยคอ Shooting Star และ Arrow ที่นำเพชร Fancy Intense Yellow กว่า 18 กะรัตมาใช้ในดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้

    • เข็มกลัดนกยูงที่ใช้ Tanzanite 13 กะรัตและทัวร์มาลีนสีเขียว

กลยุทธ์:

        กล้าเล่นกับรูปแบบและฟังก์ชัน ชิ้นงานที่ปรับแต่งหรือแปลงร่างได้จะตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล

        4. Wonderland: สีสัน แฟนตาซี และความสุข

        ท่ามกลางความเครียดในชีวิตสมัยใหม่ เครื่องประดับกลายเป็นสื่อกลางของความสุขและการหลีกหนี 

        เทรนด์ Wonderland เน้นดีไซน์เสมือนจริง สีสันจัดจ้าน และรูปทรงที่สนุกสนาน

ลักษณะเด่น:

    • Hyper-realism: ลวดลายดอกไม้ สัตว์ และวัตถุสมจริง

    • Pop Abstraction: รูปทรงเหนือจริง สีสันสดใส

    • Wonder Shades: อัญมณีเปลี่ยนสีและเทคนิคเคลือบสีใหม่

กลยุทธ์:

        ออกแบบให้สนุก สดใส และเหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียล ชิ้นงานที่สร้างรอยยิ้มจะได้รับความนิยมสูง

นวัตกรรมวัสดุและเทคนิค

    • ความยั่งยืน: การใช้โลหะรีไซเคิล อัญมณีที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเพชรสังเคราะห์กลายเป็นมาตรฐานใหม่

    • Phygital Experience: ผสานประสบการณ์จริงกับดิจิทัล เช่น AR ลองใส่เครื่องประดับ NFT และใบรับรองดิจิทัล

    • AI-Driven Design: ปัญญาประดิษฐ์ช่วยออกแบบลวดลาย เลือกอัญมณี และสร้างชิ้นงานเฉพาะบุคคล

ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้นำวงการ

    1. ลงทุนในเรื่องราวและมรดก:

    เรื่องราวและประวัติคือคุณค่าใหม่ ถ่ายทอดเส้นทางการสร้างสรรค์แต่ละชิ้นอย่างละเอียด

    2. โปร่งใสและตรวจสอบได้:

    สร้างความเชื่อมั่นด้วยการเปิดเผยแหล่งที่มาและกระบวนการผลิต

    3. เร่งทรานส์ฟอร์มดิจิทัล:

    ขยายช่องทางออนไลน์ ใช้โซเชียลมีเดีย และร่วมมือกับศิลปินดิจิทัล

    4. เน้นการปรับแต่งและจำกัดจำนวน:

     ชิ้นงานที่ปรับแต่งได้หรือผลิตจำนวนจำกัดจะมีมูลค่าสูง

    5. ทดลองวัสดุและเทคนิคใหม่:

        ผสมผสานอัญมณีดั้งเดิมกับวัสดุหรือเทคนิคสมัยใหม่เพื่อสร้างไอคอนแห่งอนาคต

สรุป

        ปี 2025–2026 ไม่ใช่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่คือจุดเปลี่ยนของการสร้างสรรค์ใหม่อย่างกล้าหาญ ผู้นำและช่างฝีมือที่ประสบความสำเร็จจะเป็นผู้ที่ผสานมรดกกับนวัตกรรม เทคโนโลยีกับความหรูหรา และความเป็นสากลกับความเฉพาะตัว ตัวเลขและเทรนด์ชี้ชัด โอกาสอยู่ตรงหน้า อนาคตเป็นของ "ผู้กล้าสร้างสรรค์"

        สอบถามข้อมูลและความร่วมมือเพิ่มเติม ติดต่อ สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT)

จัดทำโดย สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ 

รองผู้อำนวยการด้านธุรกิจ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT)

กันยายน 2568


ข้อมูลอ้างอิง


1. https://acemijewelry.com/zh/blogs/blogg/jewelry-trend-2025-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89
2. https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/48/iid/164750
3. https://www.thaigemjewelry.or.th/knowledge/post/jewelry-design-contest-2025-mixmedia
4. https://www.forbes.com/sites/laiafarrangraves/2025/05/05/jewelry-trends-mothers-day-2025/
5. https://www.mckinsey.com/~/media/mckinsey/industries/retail/our%20insights/state%20of%20fashion/2025/the-state-of-fashion-2025-v2.pdf
6. https://www.nationthailand.com/business/corporate/40024066
7. https://www.thailand.go.th/useful-information-detail/---103
8. https://www.indexbox.io/store/thailand-jewellery-market-analysis-forecast-size-trends-and-insights/
9. https://www.bangkokpost.com/business/general/2732340/jewellery-makers-nudged-to-adapt
10. https://bkkgems.com/newdetail/47

เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

เทรนด์จิวเวลรี่ 2025–2026: พิมพ์เขียวแห่งอนาคตสำหรับช่างฝีมือจิวเวลรี่ไทย

Sep 29, 2025
7839 views
5 shares

ภูมิทัศน์ตลาดจิวเวลรี่โลก: ตัวเลขที่ต้องรู้

        อุตสาหกรรมจิวเวลรี่ในปี 2025 กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมผู้บริโภค เทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวกระโดด และการกลับมาของความภาคภูมิใจในมรดกฝีมือ สำหรับช่างฝีมือและผู้นำในวงการที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนาน โอกาสครั้งใหญ่อยู่ที่การนำพลังเหล่านี้มาสร้างคุณค่าใหม่อย่างยั่งยืน

ขนาดตลาดและสัดส่วนที่น่าจับตา:

    • จีน ครองแชมป์ตลาดด้วยรายได้ 119.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2024 ตามด้วย อินเดีย (97.25 พันล้านเหรียญ) และ สหรัฐอเมริกา (61.24 พันล้านเหรียญ)

    • ยุโรป และ แอฟริกา มีรายได้ 37.37 พันล้านเหรียญ และ 23.07 พันล้านเหรียญ ขณะที่ ญี่ปุ่น (20.01 พันล้านเหรียญ) และ ออสเตรเลีย (2.64 พันล้านเหรียญ) ตามลำดับ

    • จิวเวลรี่ลักชัวรี่ ครองสัดส่วน 40% ของรายได้ตลาดโลก, แฟชั่นจิวเวลรี่ 30%, จิวเวลรี่ชั้นสูง 20% และ คอสตูมจิวเวลรี่ 10%

        ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความต้องการทั้งในด้านความหรูหราและความเข้าถึงง่าย ผลักดันให้แบรนด์ต้องโดดเด่นทั้งฝีมือและนวัตกรรม

ผู้บริโภคยุคใหม่: มาตรฐานใหม่ของตลาด

        การเข้าใจผู้บริโภคปี 2025–2026 คือหัวใจสำคัญ

        ผู้ซื้อยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่ความสวยงาม แต่ต้องการเครื่องประดับที่สะท้อนตัวตนและเรื่องราวของตนเอง ตลาดกลายเป็นภาพโมเสกของเจเนอเรชั่นที่มีพฤติกรรมและอิทธิพลแตกต่างกันอย่างชัดเจน

แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่สำคัญ:

    • การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalization) กลายเป็นหัวใจ ผู้บริโภคต้องการเครื่องประดับที่บอกเล่าเรื่องราวและตัวตน

    • ความยั่งยืนและความโปร่งใส ไม่ใช่แค่จุดขาย แต่เป็นมาตรฐานพื้นฐาน

    • การมีส่วนร่วมทางดิจิทัล ทุกเจเนอเรชั่น โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการค้นหาและตัดสินใจซื้อ

เทรนด์ดีไซน์หลัก: 4 เสาหลักแห่งปี 2025–2026

        1. Digital Nouveau: เมื่อศิลปะคลาสสิกผสานเทคโนโลยี

        Digital Nouveau คือเทรนด์ที่โดดเด่นในปี 2026 ผสมผสานความงามของ Art Nouveau ต้นศตวรรษที่ 20 กับความล้ำสมัยของยุคดิจิทัล สะท้อนสังคมที่ใส่ใจสุขภาพ ความงาม ความสบาย และความยั่งยืน

ลักษณะเด่น:

    • AI Nouveau: ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากอัลกอริทึมและดิจิทัล

    • Winged Creatures: ผีเสื้อและนก เช่น สร้อยคอ CHRYSÉIS ของ Cartier ที่ใช้ลวดลายปีกผีเสื้อขาวดำกับพลอย rubellite 63.76 กะรัต

    • Rough Luxe: การผสมผสานวัสดุดิบกับความประณีต สะท้อนความขัดแย้งระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยี

กลยุทธ์:

        แบรนด์ที่สามารถสร้างสรรค์งานดีไซน์ที่ผสมผสานดิจิทัลกับธรรมชาติ พร้อมเล่าเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้ง จะครองใจผู้บริโภคยุคใหม่

        2. Opulent Extravaganza: ความทรงจำ ความหรูหรา และวัสดุชั้นสูง

        ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เครื่องประดับกลายเป็นสื่อกลางของความทรงจำและอัตลักษณ์ 

        เทรนด์ Opulent Extravaganza จึงเน้นความอลังการของราชวงศ์ ความงามแบบมหาราชา และพลังของมรดก

ลักษณะเด่น:

    • Regency Opulence: พลอยเม็ดใหญ่ งานฝีมือประณีต

    • The Power of Memory: ชิ้นงานที่เชื่อมโยงกับอดีตและเรื่องราวส่วนตัว

    • Maharajas Magnificence: สีสันสดใส ขนาดใหญ่ และแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์

ตัวอย่าง:

    • ซีรีส์ Bird on a Rock ของ Tiffany ที่นำสัญลักษณ์นกฮูกและนกฟีนิกซ์มาสร้างสรรค์ใหม่บนอัญมณีหายาก

    • สร้อยคอ Star Burst ที่ใช้โอปอลกว่า 64 กะรัตและเพชรกว่า 69 กะรัต

กลยุทธ์:

        แบรนด์เก่าแก่ควรนำแรงบันดาลใจจากมรดกและอัญมณีหายากมาพัฒนา ส่วนแบรนด์ใหม่ควรเน้นการเล่าเรื่องและสร้างความผูกพันทางอารมณ์

        3. Street Coolness: พลังแห่งวัฒนธรรมและความเป็นตัวเอง

        การรวมตัวของชุมชนดิจิทัลทั่วโลกก่อให้เกิดเทรนด์ Street Coolness ที่ผสมผสานวัฒนธรรม ความกล้า และความเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน

ลักษณะเด่น:

    • Cultural Connections: การนำแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรม

    • XL-Layering: การใส่เครื่องประดับหลายชั้น หลายเส้น

    • Urban Tribe: ดีไซน์ที่กล้า ทรงพลัง และแปลงร่างได้

ตัวอย่าง:

    • สร้อยคอ Shooting Star และ Arrow ที่นำเพชร Fancy Intense Yellow กว่า 18 กะรัตมาใช้ในดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้

    • เข็มกลัดนกยูงที่ใช้ Tanzanite 13 กะรัตและทัวร์มาลีนสีเขียว

กลยุทธ์:

        กล้าเล่นกับรูปแบบและฟังก์ชัน ชิ้นงานที่ปรับแต่งหรือแปลงร่างได้จะตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล

        4. Wonderland: สีสัน แฟนตาซี และความสุข

        ท่ามกลางความเครียดในชีวิตสมัยใหม่ เครื่องประดับกลายเป็นสื่อกลางของความสุขและการหลีกหนี 

        เทรนด์ Wonderland เน้นดีไซน์เสมือนจริง สีสันจัดจ้าน และรูปทรงที่สนุกสนาน

ลักษณะเด่น:

    • Hyper-realism: ลวดลายดอกไม้ สัตว์ และวัตถุสมจริง

    • Pop Abstraction: รูปทรงเหนือจริง สีสันสดใส

    • Wonder Shades: อัญมณีเปลี่ยนสีและเทคนิคเคลือบสีใหม่

กลยุทธ์:

        ออกแบบให้สนุก สดใส และเหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียล ชิ้นงานที่สร้างรอยยิ้มจะได้รับความนิยมสูง

นวัตกรรมวัสดุและเทคนิค

    • ความยั่งยืน: การใช้โลหะรีไซเคิล อัญมณีที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเพชรสังเคราะห์กลายเป็นมาตรฐานใหม่

    • Phygital Experience: ผสานประสบการณ์จริงกับดิจิทัล เช่น AR ลองใส่เครื่องประดับ NFT และใบรับรองดิจิทัล

    • AI-Driven Design: ปัญญาประดิษฐ์ช่วยออกแบบลวดลาย เลือกอัญมณี และสร้างชิ้นงานเฉพาะบุคคล

ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้นำวงการ

    1. ลงทุนในเรื่องราวและมรดก:

    เรื่องราวและประวัติคือคุณค่าใหม่ ถ่ายทอดเส้นทางการสร้างสรรค์แต่ละชิ้นอย่างละเอียด

    2. โปร่งใสและตรวจสอบได้:

    สร้างความเชื่อมั่นด้วยการเปิดเผยแหล่งที่มาและกระบวนการผลิต

    3. เร่งทรานส์ฟอร์มดิจิทัล:

    ขยายช่องทางออนไลน์ ใช้โซเชียลมีเดีย และร่วมมือกับศิลปินดิจิทัล

    4. เน้นการปรับแต่งและจำกัดจำนวน:

     ชิ้นงานที่ปรับแต่งได้หรือผลิตจำนวนจำกัดจะมีมูลค่าสูง

    5. ทดลองวัสดุและเทคนิคใหม่:

        ผสมผสานอัญมณีดั้งเดิมกับวัสดุหรือเทคนิคสมัยใหม่เพื่อสร้างไอคอนแห่งอนาคต

สรุป

        ปี 2025–2026 ไม่ใช่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่คือจุดเปลี่ยนของการสร้างสรรค์ใหม่อย่างกล้าหาญ ผู้นำและช่างฝีมือที่ประสบความสำเร็จจะเป็นผู้ที่ผสานมรดกกับนวัตกรรม เทคโนโลยีกับความหรูหรา และความเป็นสากลกับความเฉพาะตัว ตัวเลขและเทรนด์ชี้ชัด โอกาสอยู่ตรงหน้า อนาคตเป็นของ "ผู้กล้าสร้างสรรค์"

        สอบถามข้อมูลและความร่วมมือเพิ่มเติม ติดต่อ สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT)

จัดทำโดย สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ 

รองผู้อำนวยการด้านธุรกิจ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT)

กันยายน 2568


ข้อมูลอ้างอิง


1. https://acemijewelry.com/zh/blogs/blogg/jewelry-trend-2025-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89
2. https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/48/iid/164750
3. https://www.thaigemjewelry.or.th/knowledge/post/jewelry-design-contest-2025-mixmedia
4. https://www.forbes.com/sites/laiafarrangraves/2025/05/05/jewelry-trends-mothers-day-2025/
5. https://www.mckinsey.com/~/media/mckinsey/industries/retail/our%20insights/state%20of%20fashion/2025/the-state-of-fashion-2025-v2.pdf
6. https://www.nationthailand.com/business/corporate/40024066
7. https://www.thailand.go.th/useful-information-detail/---103
8. https://www.indexbox.io/store/thailand-jewellery-market-analysis-forecast-size-trends-and-insights/
9. https://www.bangkokpost.com/business/general/2732340/jewellery-makers-nudged-to-adapt
10. https://bkkgems.com/newdetail/47

เอกสารแนบ

เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970
external-site