ตลาดเครื่องประดับผู้ชายปี 2026: เทรนด์ใหม่และโอกาสเติบโต
ในปี 2025 ตลาดเครื่องประดับผู้ชายได้ก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องประดับโลก ผู้ชายหันมาสวมใส่เครื่องประดับมากขึ้นทั้งเพื่อเสริมบุคลิกและสะท้อนตัวตน กระตุ้นให้ทั้งแบรนด์ใหม่และแบรนด์ระดับโลกขยายไลน์สินค้าเพื่อตอบรับความต้องการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของรสนิยมผู้บริโภค เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และการค้าออนไลน์ที่ขยายตัว เทรนด์ความยั่งยืน การออกแบบที่ใช้งานได้จริง และอิทธิพลจากโซเชียลมีเดียกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้เครื่องประดับไม่ใช่เพียงของตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการแสดงออกทางอัตลักษณ์ของผู้ชายยุคใหม่
ภาพรวมตลาดเครื่องประดับผู้ชาย
จากรายงานของ Marketresearchfuture พบว่า ตลาดเครื่องประดับผู้ชายของโลกมีมูลค่าอยู่ที่ 8,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.22% ระหว่างปี 2025–2035 โดยคาดว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 15,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2035 การเติบโตนี้สะท้อนถึงกระแสแฟชั่นที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ชาย เมื่อบรรทัดฐานทางสังคมเปลี่ยนไป ผู้ชายเริ่มหันมานิยมเครื่องประดับมากขึ้น ไม่เพียงเพื่อเสริมบุคลิกภาพ แต่ยังเป็นเครื่องมือในการแสดงออกถึงตัวตนและสไตล์ส่วนตัว การขยายตัวของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้หลากหลายและสะดวกยิ่งขึ้น การขายสินค้าออนไลน์ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การตลาดที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย จึงช่วยสร้างความมีส่วนร่วมและกระตุ้นยอดขายในตลาดเครื่องประดับผู้ชายได้อย่างชัดเจน
ประเภทและวัสดุที่นิยมในเครื่องประดับผู้ชาย
ตลาดเครื่องประดับผู้ชายมีความหลากหลายของสินค้า ตั้งแต่นาฬิกา สร้อยคอ ต่างหู แหวน สร้อยข้อมือ ไปจนถึงกระดุมข้อมือ โดยแต่ละประเภทมีกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะตามสไตล์และการใช้งานที่แตกต่างกัน ในจำนวนนี้ นาฬิกา ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมของสมาร์ทวอทช์และนาฬิกาหรู ขณะที่ สร้อยคอ กลายเป็นสินค้าที่มาแรง โดยเทรนด์นิยมสร้อยคอเส้นบาง จี้ดีไซน์เรียบหรู และแบบสลักตัวอักษร ที่ช่วยสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่
ภาพจาก https://www.jckonline.com/
ส่วนต่างหูและแหวนก็เติบโตโดดเด่นเช่นกัน ต่างหูผู้ชายได้รับการยอมรับมากขึ้นในสังคม โดยแบบที่ได้รับความนิยมคือ studs, hoops และ drop earrings ส่วนแหวนยังคงเป็นสินค้าที่ขายดี โดยเฉพาะแหวนตราสัญลักษณ์ แหวนแต่งงาน และแหวนสลักตัวอักษรเป็นชื่อต่างๆ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านสไตล์และความหมายเชิงสัญลักษณ์ของผู้สวมใส่ นำไปสู่ภาพรวมของตลาดที่มีพลวัตและเติบโตต่อเนื่องในทุกหมวดหมู่
นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ผลิตเครื่องประดับยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดเครื่องประดับผู้ชาย โดยทองคำยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดจากคุณค่าทางวัฒนธรรม ความงาม ความหรูหรา และมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามเวลา ขณะที่โลหะเงินได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากราคาที่เข้าถึงง่ายและสไตล์ที่หลากหลาย ด้านแพลทินัมแม้จะทนทานและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ แต่ยังเป็นรองทองและเงิน ส่วนสแตนเลสสตีลและไทเทเนียมโดดเด่นด้านความคุ้มค่าและความทนทาน โดยไทเทเนียมมีน้ำหนักเบาและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ วัสดุประเภทหนังยังมอบเสน่ห์เฉพาะตัวและความทนทานที่ตอบโจทย์ผู้สวมใส่ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ โดยภาพรวม ความหลากหลายของวัสดุเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเครื่องประดับที่สอดคล้องกับสไตล์ คุณค่า และความต้องการส่วนบุคคลได้มากยิ่งขึ้น
เครื่องประดับผู้ชายแบรนด์ AKE AKE: ภาพจากเฟซบุ๊ก AKE AKE
เทรนด์เครื่องประดับผู้ชายในปี 2026
ผู้ชายยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสไตล์และการแสดงตัวตนมากขึ้น ทำให้เครื่องประดับ โดยเฉพาะสร้อยคออัญมณี กลายเป็นไอเท็มที่สะท้อนความมั่นใจและรสนิยมส่วนตัวอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน วงการกีฬาและบันเทิงก็มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเทรนด์นี้ เมื่อเหล่านักกีฬา ดารา และศิลปินเริ่มสวมสร้อยอัญมณีอย่างโดดเด่นทั้งบนพรมแดงและในชีวิตประจำวัน ความนิยมของสินค้าก็ยิ่งแพร่หลายรวดเร็ว
นอกจากนี้ การยอมรับความหลากหลายทางเพศและสไตล์ในสังคม เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายทดลองลุคใหม่ๆ ได้อย่างอิสระ เทรนด์นี้จึงไม่ใช่แฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน ส่งผลให้สร้อยคออัญมณีสำหรับผู้ชายมีแนวโน้มเติบโตและกลายเป็นกระแสสำคัญในปี 2026
จากเรียบง่ายสู่เด่นสะดุดตา: พัฒนาการของสไตล์
ในอดีต ผู้ชายสวมสร้อยคออัญมณีอาจดูแปลกตา แต่ปี 2025 เปลี่ยนทุกอย่างไปหมด เราเริ่มเห็นนักกีฬา ศิลปิน และคนดังฮอลลีวูดสวมอัญมณีสีสันสดใสตั้งแต่จี้ไพลิน สร้อยเรนโบว์ จนถึงไข่มุกคลาสสิก จากเครื่องประดับเรียบง่าย กลายเป็นชิ้นเด่นสะดุดตาที่สะท้อนสไตล์และตัวตนอย่างเต็มที่ ผู้ชายยุคใหม่กล้าผสมผสานความหรูหรากับความเท่ และอัญมณีก็กลายเป็นหัวใจของเทรนด์นี้
ภาพ: https://eu.craftdlondon.com/
สัญลักษณ์แห่งความมั่นใจและตัวตน
เครื่องประดับสำหรับผู้ชายในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่เป็นเครื่องมือแสดงความมั่นใจและตัวตนของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน สร้อยคออัญมณี ไม่ว่าจะเป็นไพลินสีน้ำเงินเข้มหรือมรกตเขียวอ่อน ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของผู้สวมใส่ สะท้อนบุคลิก ความตั้งใจ และบางครั้งยังเผยถึงพลังภายในของเขา
ไพลินกำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชายมากขึ้น เพราะทั้งทนทาน ใส่ได้หลายสไตล์ และมีความหมายลึกซึ้ง ไพลินเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็ง ปัญญา และสมาธิ ซึ่งสอดคล้องกับผู้ชายยุคใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจนและมุ่งมั่นในเส้นทางของตัวเอง
อิทธิพลจากคนดังและวัฒนธรรมแฟชั่น
คนดังมีบทบาทสำคัญในการทำให้สร้อยคออัญมณีสำหรับผู้ชายกลายเป็นเทรนด์หลัก ตั้งแต่นักร้องดังอย่าง Justin Timberlake และ Harry Styles ไปจนถึงนักกีฬาทีม Dodgers อย่าง Yoshinobu Yamamoto ต่างก็เลือกสวมสร้อยอัญมณีที่ผสมผสานความหรูหรากับความงามแบบดั้งเดิม และแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Gucci, Dior และ Bvlgari ต่างผลักดันเครื่องประดับแนวเจนเดอร์ฟลูอิด เทรนด์นี้จึงสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน ทำให้เครื่องประดับอัญมณีสำหรับผู้ชายไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลกอีกต่อไป แต่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในโลกแฟชั่นยุคปัจจุบัน
เครื่องประดับประเภทโซ่
เครื่องประดับประเภทโซ่ได้กลายเป็นหัวใจของสไตล์ผู้ชายในยุคปัจจุบัน โซ่รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Cuban link เส้นหนา Figaro แบบเรียบหรู หรือดีไซน์ทรงวงรีและแบบเกลียว ที่ทำจากทั้งทองและเงิน ล้วนได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เครื่องประดับโซ่ช่วยเสริมลุคของผู้ชายให้ดูมั่นใจ เด่นชัด และมีมิติ ซึ่งสามารถปรับให้ดูเนี้ยบ เท่ หรือสบายๆ ได้ และยังช่วยเสริมลุคประจำวันให้ดูดีมีสไตล์มากขึ้น
ภาพจาก https://touch925.com/
จี้ที่มีความหมาย
ผู้ชายหันมามองหาสัญลักษณ์ที่มีคุณค่าทางใจหรือเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม มากกว่าจะเลือกจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว สไตล์สวมใส่เครื่องประดับก็สามารถทำได้หลากหลาย เช่น สวมจี้ตัวอักษรที่มีความหมายกับสร้อยคอเส้นเล็ก หรือสวมสร้อยคอสองเส้นที่มีความยาวต่างกันเพื่อสร้างมิติ หรือใส่จี้ทรงกลมคู่กับโซ่เส้นหนาให้ลุคดูโมเดิร์น ในขณะที่จี้ชิ้นเล็กกับโซ่เส้นบางเหมาะกับลุคประจำวัน

ภาพจาก https://www.amazon.com/
การใช้สีดำหรือวัสดุโทนดำ
การใช้สีดำหรือวัสดุโทนดำในการดีไซน์เครื่องประดับเพื่อเพิ่มมิติ ความคมชัด และความเท่ให้กับชิ้นงาน เช่นเครื่องประดับลงยาสีดำ สร้อยสปิเนลสีดำ หรือโลหะสีเข้มอย่างไทเทเนียม วัสดุเหล่านี้ช่วยเติมความเท่สมัยใหม่ ให้ลุคดูมีมิติและโดดเด่นขึ้นโดยไม่ฉูดฉาดเกินไป จุดเด่นของเทรนด์นี้คือการผสมผสานความเข้มกับความสว่าง ผิวด้านกับผิวเงา รวมถึงการผสมผสานความคลาสสิกกับความล้ำสมัยที่แปลกใหม่ ทำให้เครื่องประดับดูทันสมัย แต่ยังคงความหนักแน่นและมีคาแรกเตอร์อยู่เสมอ
ภาพจาก https://www.montecristogems.com/
เครื่องประดับแบบโลหะผสม
การผสมโลหะต่างสี เช่น ทองกับเงิน หรือเงินกับไทเทเนียมสีดำ กลายเป็นเรื่องปกติในงานเครื่องประดับผู้ชายยุคนี้ เทรนด์นี้เน้นความตัดกันและความลื่นไหลมากกว่าการทำให้ทุกอย่างเข้าชุดกัน ช่วยสะท้อนความเป็นตัวเองและความมั่นใจของผู้สวมใส่ ทำให้ลุคดูเป็นธรรมชาติ ทันสมัย และมีเอกลักษณ์ ไม่ยึดติดกับกฎเก่าๆ ที่ต้องใช้โลหะสีเดียวกันทั้งชุด เพื่อสร้างลูกเล่นที่น่าสนใจ และดึงดูดสายตา
ภาพจาก https://vibejewelry.com/
โอกาสของเครื่องประดับผู้ชายในปี 2026 กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องสไตล์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ไม่ว่าจะบนสนามกีฬา เวทีคอนเสิร์ต หรือจอภาพยนตร์ ผู้ชายทั่วโลกกำลังนิยามความหรูหราและอัตลักษณ์ของตัวเองผ่านการสวมใส่เครื่องประดับ สำหรับเทรนด์ในปี 2026 นั้นจะเน้นการสร้างความมั่นใจของผู้ชายผ่านชิ้นงานเครื่องประดับที่มีสไตล์เฉพาะตัว ทำให้เครื่องประดับไม่ได้เป็นเพียงของประดับร่ายกายเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสื่อในการถ่ายทอดเรื่องราว แรงบันดาลใจ และตัวตนของผู้สวมใส่อีกด้วย
สำหรับผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปี 2026 นี่คือโอกาสและความท้าทายที่สำคัญในตลาดเครื่องประดับผู้ชายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกไทยสร้างสรรค์ดีไซน์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของสากล แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการแข่งขัน ราคาวัตถุดิบ และการปรับตัวให้ทันกับเทรนด์โลก ซึ่งการเข้าใจเทรนด์แบบละเอียดและการนำเสนอสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยสามารถแย่งชิงโอกาสในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง
จัดทำโดย นางสาววาสนา สมเนตร์
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
กุมภาพันธ์ 2569
ข้อมูลอ้างอิง
1) https://www.jewepiter.com/mens-jewelry-industry/
2) https://www.marketresearchfuture.com/reports/mens-jewelry-market-26375
5) https://www.jewepiter.com/mens-jewelry-industry/

