การให้บริการแบบเฉพาะบุคคลและประสบการณ์จะขับเคลื่อนสินค้าหรูในปี 2026
ผู้บริหารอุตสาหกรรมสินค้าหรูกล่าวว่าการตลาดแบบ hyper-personalization หรือการตลาดที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละคนแบบเชิงลึก การค้าปลีกเชิงประสบการณ์ รวมถึงตลาดสินค้ามือสองและตลาดที่ผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่าซึ่งกำลังขยายตัวเป็นเทรนด์ผู้บริโภคหลักที่จะส่งอิทธิพลต่อธุรกิจสินค้าหรูในปี 2026
จาก Global Powers of Luxury 2026 ของ Deloitte ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 เทรนด์เหล่านี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความระมัดระวังทางเศรษฐกิจมหภาค
ข้อมูลของรายงานฉบับนี้ได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารสูงสุดและผู้บริหารระดับอาวุโส จำนวน 420 รายจาก 10 ประเทศ โดยผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดรับผิดชอบโดยตรงหรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำเนินการเชิงกลยุทธภายในองค์กรของตนที่อยู่ในภาคส่วนหลักของอุตสาหกรรมสินค้าหรู ซึ่งรวมถึงเครื่องประดับ
“ภาวะเงินเฟ้อสูง ความไม่แน่นอนเรื่องอัตราภาษีศุลกากร และแรงปะทะอื่นๆ ได้บั่นทอนความคึกคักของอุตสาหกรรมในช่วงไม่กี่ปีมานี้” ผลสำรวจดังกล่าวระบุ “ความตื่นเต้นในช่วงหลังวิกฤติโรคระบาด ช่วงปี ค.ศ. 2021-2022 ช่วยสร้างบรรยากาศความมั่นคงมากขึ้นซึ่งบรรดาผู้บริหารคาดการณ์ว่าผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังโดยเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ อัตราภาษีที่พุ่งสูง และความผันผวนของสถานการณ์โลก”
รายงานฉบับนี้ระบุว่า ปัจจัยทางโครงสร้างเหล่านี้ ตลอดจนความคาดหวังของผู้บริโภค Gen Z ซึ่งต้องการของแท้ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมทางดิจิตอลที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมทางกายภาพกำลังสร้างรูปแบบวิธีการที่แบรนด์สร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายในทุกตลาดหลักทั่วโลกตั้งแต่ยุโรปไปจนถึงเอเชีย
Deloitte เปิดเผยว่า ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับแท้ ผู้ผลิตบางส่วนหันมาใช้การให้บริการแบบสตูดิโอที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญ คอร์สเรียนที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงและการแสดงก่อนในรูปแบบแกลลอรีที่เน้นงานฝีมือและวัฒนธรรมมากกว่าการเน้นเพียงแค่การขาย
นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังเปิดเผยอีกว่า จีนยังคงรักษาบทบาทสำคัญในตลาดสินค้าหรูระดับโลก และผู้บริหารของบริษัทผู้ผลิตสินค้าหรูยังคงคาดการณ์ว่าจีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการบริโภคสินค้าหรูทั่วโลกในปี ค.ศ. 2026 โดยมีญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง อินเดีย และยุโรปกระตุ้นยอดขายสินค้าหรู
จากการศึกษา คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรูจะขยายตัวร้อยละ 9.3 ในช่วงปี 2026ขณะที่การท่องเที่ยวระดับหรูอาจเติบโตร้อยละ 36.2
ขณะเดียวกัน “การทำธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ยังรักษาบทบาทการเป็นหลักยึดเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในตลาดอย่างอินเดีย และตะวันออกกลาง ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
รายงานระบุว่า “การใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางมีความสำคัญมาก โดยการรักษาความใกล้ชิดกับผู้บริโภคทำให้รับรู้ถึงสัญญาณแรกเริ่มของความชื่นชอบที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยให้แบรนด์ปรับปรุงการเลือกสรรและการส่งข้อความก่อนคู่แข่ง ลดการคาดการณ์และความเสี่ยงในสินค้าคงคลัง และปรับปรุงการรับรู้ราคาโดยการจับคู่มูลค่ากับความยืดหยุ่นในพื้นที่”
สินค้าในกลุ่มเครื่องประดับ ให้ความสนใจอย่างจริงจังกับความเชื่อมั่น ความต้องการเฉพาะบุคคล และความต่อเนื่อง เพราะการซื้อที่อาศัยการมีส่วนร่วมสูงและความสัมพันธ์หลังการขายช่วยเพิ่มผลลัพธ์
นวัตกรรมและการพลิกโฉม
ปี 2026 จะเป็นปีที่มุ่งเน้นมากขึ้นในเรื่องการประสมผลิตภัณฑ์และระเบียบวินัยในการปฏิบัติงาน โดยการลงทุนเน้นหนักไปที่การขยายแบรนด์ การเร่งพัฒนาธุรกิจดิจิทัล และการเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้าทาง Ominichannel
“ปัจจัยหลักรวมไปถึงการพัฒนาความสามารถและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบอัตโนมัติ” รายงานดังกล่าวระบุ “ร้านเรือธงได้รับการปรับหน้าที่ให้เป็นเหมือนจุดหมายที่เป็นพื้นที่จัดแสดงที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจเพื่อสร้างความภักดีและการมีส่วนร่วม ขณะที่บริษัทต่างๆ ตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและประสิทธิภาพในการดำเนินการ”
จากข้อมูลการสำรวจผู้บริหารบริษัทผุ้ผลิตเครื่องประดับร้อยละ 31.7 คาดการณ์ว่า AI จะมีอิทธิพลสำคัญในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรูในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ร้อยละ 27 พูดถึงนวัตกรรมด้านวัสดุและการผลิต ส่วนที่เหลือชี้ถึงการปรับปรุงด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการค้าออนไลน์เสมือนจริง (virtual commerce)
ในเรื่องความยั่งยืน ที่รวมไปถึงนวัตกรรมด้านวัสดุและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน เครื่องประดับอยู่ในกลุ่มสินค้าหลักที่มีความคาดหวังสูงสุดในเรื่องนวัตกรรมด้านวัสดุและการผลิต
รายงานระบุว่า เครื่องประดับรวมถึงนาฬิกาข้อมือแสดงให้เห็นถึงโอกาสสูงสุดในการค้าออนไลน์เสมือนจริง เนื่องจากการเล่าเรื่องอันน่าหลงใหลและการแสดงสื่อแบบดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความต้องการในระดับสูง สร้างการซื้อที่มีมูลค่าสูง
แปลและเรียบเรียงโดย ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
พฤษภาคม 2569
-------------------------------------------------------------
อ้างอิงเนื้อหาและภาพประกอบจาก Jewellerynet (2026) " Personalisation, experiences to drive luxury sector in 2026." Available at: https://shorturl.asia/5ntCu

