อินเดียเสนอเว้นภาษี 15 ปี หวังยกระดับศูนย์กลางการค้าเพชรดิบโลก

Aug 26, 2026
56 views
0 share

        อินเดียเดินหน้าผลักดันบทบาทของประเทศสู่การเป็น ศูนย์กลางการค้าเพชรดิบระดับโลก หลังสภาผู้แทนราษฎรอินเดียผ่านร่างกฎหมายที่เสนอให้ ยกเว้นภาษีเงินได้นาน 15 ปี สำหรับบริษัทต่างชาติบางประเภทที่จำหน่ายเพชรดิบที่เข้าเกณฑ์ผ่าน เขตพิเศษที่ได้รับการประกาศ (Special Notified Zones: SNZs) ในเมืองมุมไบและสุรัต โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงกิจกรรมการซื้อขายเพชรดิบเข้ามาอยู่ในประเทศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับศูนย์กลางการค้าเพชรสำคัญอย่างดูไบและแอนต์เวิร์ป

        ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว กลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการค้าเพชรดิบจะได้รับประโยชน์จากมาตรการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ บริษัทเหมืองแร่เพชร ผู้ซื้อเพชรดิบรายสำคัญที่ได้รับการรับรอง/คัดเลือกจากบริษัทเหมืองเพชรให้สามารถซื้อเพชรดิบโดยตรง นายหน้า ผู้รวบรวมเพชรดิบ ตลอดจนผู้ดำเนินการประมูล โดยเพชรที่ซื้อขายต้องเป็นไปตามนิยามที่กำหนดและมี ใบรับรองกระบวนการคิมเบอร์ลีย์ (Kimberley Process Certificate) ประกอบ ทั้งนี้ มาตรการเสนอให้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2584 แต่ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของอินเดียก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้

ที่มาภาพ: Rosy Blue India, “Rough Diamonds”

        ก่อนหน้านี้ อินเดียได้ใช้มาตรการ Safe Harbour เพื่อสร้างความชัดเจนด้านภาษีสำหรับบริษัทเหมืองแร่ต่างชาติที่จำหน่ายเพชรดิบที่ยังไม่ได้คัดแยกผ่าน SNZs ซึ่งช่วยลดภาระและความไม่แน่นอนด้านภาษีในการทำธุรกรรม ข้อเสนอการยกเว้นภาษีระยะยาวครั้งใหม่นี้จึงสะท้อนความพยายามของอินเดียในการสร้าง แรงจูงใจที่ต่อเนื่องและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าเพชรดิบระหว่างประเทศ

        ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมเพชรอินเดีย เนื่องจากอินเดียเป็นฐานสำคัญของโลกด้านการเจียระไนและขัดเงาเพชร แต่ที่ผ่านมา การซื้อขายเพชรดิบจำนวนหนึ่งยังเกิดขึ้นนอกประเทศ โดยซัพพลายเออร์อาจนำเพชรดิบเข้ามาแสดงสินค้าในอินเดีย ก่อนเชื่อมต่อไปยังศูนย์กลางการค้าอื่นเพื่อทำธุรกรรม มาตรการใหม่นี้จึงมุ่ง ลดช่องว่างระหว่างตลาดต้นน้ำกับอุตสาหกรรมเจียระไนภายในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเพชรดิบได้โดยตรง รวดเร็ว และลดต้นทุนจากตัวกลางและการเดินทาง

        สำหรับ อุตสาหกรรมเพชรของไทย ความเคลื่อนไหวของอินเดียถือเป็นทั้งความท้าทายและบทเรียนสำคัญ ไทยมีจุดแข็งด้านการเจียระไนและขัดเงา การผลิตเครื่องประดับ และมีผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในตลาดอัญมณีระหว่างประเทศ แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเพชรในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความสามารถในการผลิตเท่านั้น หากยังรวมถึง ความสามารถในการเข้าถึงวัตถุดิบ การดึงผู้ค้าต่างชาติเข้ามาทำธุรกรรม และการสร้างระบบนิเวศทางการค้าที่ครบวงจร

        หากอินเดียสามารถดึงบริษัทเหมืองแร่ ผู้ค้า และผู้จัดประมูลเพชรดิบเข้ามาทำธุรกรรมในประเทศได้มากขึ้น ผู้ประกอบการไทยอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในการเข้าถึงเพชรดิบ รวมถึงการแข่งขันด้านต้นทุนและเครือข่ายการค้า อย่างไรก็ตาม ไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้าน การเจียระไน

        อัญมณี การผลิตเครื่องประดับ ทักษะช่างฝีมือ มาตรฐานการตรวจสอบ และเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานเพชร

        ดังนั้น กรณีของอินเดียจึงเป็นสัญญาณให้ไทยพิจารณาแนวทางการยกระดับประเทศไทยจาก “ฐานการผลิตและเจียระไน” ไปสู่ “ศูนย์กลางการค้าและบริการด้านเพชร” โดยอาจพิจารณาการอำนวยความสะดวกในการนำเข้าและส่งออกเพชรดิบ การพัฒนาระบบซื้อขายหรือประมูลเพชรที่เชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบตรวจสอบและรับรอง รวมถึงการออกแบบกฎระเบียบและสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการเข้ามาทำธุรกิจของผู้ค้าระหว่างประเทศ

        ในภาพรวม มาตรการของอินเดียสะท้อนว่า การแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรในภูมิภาคกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านการผลิตไปสู่การแข่งขันด้าน “ระบบนิเวศทางการค้า” ประเทศที่สามารถดึงผู้ขาย ผู้ซื้อ วัตถุดิบ เงินทุน บริการ และกิจกรรมการซื้อขายมาอยู่ในระบบเดียวกันได้ ย่อมมีโอกาสเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่คุณค่าเพชรโลกมากขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยควรจับตามองและนำมาปรับใช้เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเพชรไทยในระยะต่อไป


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

สิงหาคม 2569


--------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

1. Rapaport — “India Proposes Tax Exemption for Overseas Rough Sellers” [Online] https://rapaport.com/news/india-proposes-tax-exemption-for-overseas-rough-sellers/

2. IDEX Online — “India set to Challenge Dubai, Antwerp with Foreign Tax Exemption” [Online] https:// www.idexonline.com/FullArticle?Id=51324



เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


อินเดียเสนอเว้นภาษี 15 ปี หวังยกระดับศูนย์กลางการค้าเพชรดิบโลก

Aug 26, 2026
56 views
0 share

        อินเดียเดินหน้าผลักดันบทบาทของประเทศสู่การเป็น ศูนย์กลางการค้าเพชรดิบระดับโลก หลังสภาผู้แทนราษฎรอินเดียผ่านร่างกฎหมายที่เสนอให้ ยกเว้นภาษีเงินได้นาน 15 ปี สำหรับบริษัทต่างชาติบางประเภทที่จำหน่ายเพชรดิบที่เข้าเกณฑ์ผ่าน เขตพิเศษที่ได้รับการประกาศ (Special Notified Zones: SNZs) ในเมืองมุมไบและสุรัต โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงกิจกรรมการซื้อขายเพชรดิบเข้ามาอยู่ในประเทศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับศูนย์กลางการค้าเพชรสำคัญอย่างดูไบและแอนต์เวิร์ป

        ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว กลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการค้าเพชรดิบจะได้รับประโยชน์จากมาตรการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ บริษัทเหมืองแร่เพชร ผู้ซื้อเพชรดิบรายสำคัญที่ได้รับการรับรอง/คัดเลือกจากบริษัทเหมืองเพชรให้สามารถซื้อเพชรดิบโดยตรง นายหน้า ผู้รวบรวมเพชรดิบ ตลอดจนผู้ดำเนินการประมูล โดยเพชรที่ซื้อขายต้องเป็นไปตามนิยามที่กำหนดและมี ใบรับรองกระบวนการคิมเบอร์ลีย์ (Kimberley Process Certificate) ประกอบ ทั้งนี้ มาตรการเสนอให้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2584 แต่ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของอินเดียก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้

ที่มาภาพ: Rosy Blue India, “Rough Diamonds”

        ก่อนหน้านี้ อินเดียได้ใช้มาตรการ Safe Harbour เพื่อสร้างความชัดเจนด้านภาษีสำหรับบริษัทเหมืองแร่ต่างชาติที่จำหน่ายเพชรดิบที่ยังไม่ได้คัดแยกผ่าน SNZs ซึ่งช่วยลดภาระและความไม่แน่นอนด้านภาษีในการทำธุรกรรม ข้อเสนอการยกเว้นภาษีระยะยาวครั้งใหม่นี้จึงสะท้อนความพยายามของอินเดียในการสร้าง แรงจูงใจที่ต่อเนื่องและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าเพชรดิบระหว่างประเทศ

        ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมเพชรอินเดีย เนื่องจากอินเดียเป็นฐานสำคัญของโลกด้านการเจียระไนและขัดเงาเพชร แต่ที่ผ่านมา การซื้อขายเพชรดิบจำนวนหนึ่งยังเกิดขึ้นนอกประเทศ โดยซัพพลายเออร์อาจนำเพชรดิบเข้ามาแสดงสินค้าในอินเดีย ก่อนเชื่อมต่อไปยังศูนย์กลางการค้าอื่นเพื่อทำธุรกรรม มาตรการใหม่นี้จึงมุ่ง ลดช่องว่างระหว่างตลาดต้นน้ำกับอุตสาหกรรมเจียระไนภายในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเพชรดิบได้โดยตรง รวดเร็ว และลดต้นทุนจากตัวกลางและการเดินทาง

        สำหรับ อุตสาหกรรมเพชรของไทย ความเคลื่อนไหวของอินเดียถือเป็นทั้งความท้าทายและบทเรียนสำคัญ ไทยมีจุดแข็งด้านการเจียระไนและขัดเงา การผลิตเครื่องประดับ และมีผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในตลาดอัญมณีระหว่างประเทศ แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเพชรในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความสามารถในการผลิตเท่านั้น หากยังรวมถึง ความสามารถในการเข้าถึงวัตถุดิบ การดึงผู้ค้าต่างชาติเข้ามาทำธุรกรรม และการสร้างระบบนิเวศทางการค้าที่ครบวงจร

        หากอินเดียสามารถดึงบริษัทเหมืองแร่ ผู้ค้า และผู้จัดประมูลเพชรดิบเข้ามาทำธุรกรรมในประเทศได้มากขึ้น ผู้ประกอบการไทยอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในการเข้าถึงเพชรดิบ รวมถึงการแข่งขันด้านต้นทุนและเครือข่ายการค้า อย่างไรก็ตาม ไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้าน การเจียระไน

        อัญมณี การผลิตเครื่องประดับ ทักษะช่างฝีมือ มาตรฐานการตรวจสอบ และเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานเพชร

        ดังนั้น กรณีของอินเดียจึงเป็นสัญญาณให้ไทยพิจารณาแนวทางการยกระดับประเทศไทยจาก “ฐานการผลิตและเจียระไน” ไปสู่ “ศูนย์กลางการค้าและบริการด้านเพชร” โดยอาจพิจารณาการอำนวยความสะดวกในการนำเข้าและส่งออกเพชรดิบ การพัฒนาระบบซื้อขายหรือประมูลเพชรที่เชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบตรวจสอบและรับรอง รวมถึงการออกแบบกฎระเบียบและสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการเข้ามาทำธุรกิจของผู้ค้าระหว่างประเทศ

        ในภาพรวม มาตรการของอินเดียสะท้อนว่า การแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรในภูมิภาคกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านการผลิตไปสู่การแข่งขันด้าน “ระบบนิเวศทางการค้า” ประเทศที่สามารถดึงผู้ขาย ผู้ซื้อ วัตถุดิบ เงินทุน บริการ และกิจกรรมการซื้อขายมาอยู่ในระบบเดียวกันได้ ย่อมมีโอกาสเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่คุณค่าเพชรโลกมากขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยควรจับตามองและนำมาปรับใช้เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเพชรไทยในระยะต่อไป


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

สิงหาคม 2569


--------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

1. Rapaport — “India Proposes Tax Exemption for Overseas Rough Sellers” [Online] https://rapaport.com/news/india-proposes-tax-exemption-for-overseas-rough-sellers/

2. IDEX Online — “India set to Challenge Dubai, Antwerp with Foreign Tax Exemption” [Online] https:// www.idexonline.com/FullArticle?Id=51324



เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970