ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ขายอัญมณีและเครื่องประดับผ่าน Amazon.com

Jun 22, 2022
304 views
1 share

            จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ทั้งผู้ขายและผู้บริโภคต้องหันไปใช้สื่อออนไลน์ในการทำตลาดมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาตลาดอีคอมเมิร์ซหลายแพลตฟอร์มเติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมทั้งตลาดค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Amazon เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ผู้ค้าจากทั่วโลกต่างเล็งเห็นโอกาสในการก้าวไปสู่การนำเสนอสินค้าในช่องทางดิจิทัล ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาผลกระทบที่ได้รับจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวาง เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ให้กลับมาเติบโตได้ด้วยช่องทางนี้

แนวทางการค้าในช่องทาง Amazon 

            Amazon เปิดให้ผู้ขายจากทั่วโลกสมัครเพื่อใช้เป็นช่องทางการค้า โดยผ่านเว็บไซต์ในเครือของ Amazon ในหลายๆ ประเทศ หรือผ่านเว็บไซต์หลัก www.amazon.com จะได้สิทธิ์ในการขายลูกค้ากลุ่มที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยแบ่งบัญชีผู้ขายออกเป็น 2 แผนการขาย คือ 

            1. แผนการขายแบบบุคคลทั่วไป (Individual Account) ไม่มีค่าบริการรายเดือน แต่คิดค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าได้ 0.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น รวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่นๆ สามารถขายสินค้าได้ไม่เกิน 40 ชิ้นต่อเดือน โดยสามารถขายสินค้าได้เฉพาะในหมวดที่ไม่ต้องขออนุมัติจาก Amazon 

2. แผนการขายแบบ Professional คิดค่าบริการรายเดือน 39.99 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่มีค่าธรรมเนียมขายสินค้า สามารถขายสินค้าได้ทั้งหมวดที่ไม่ต้องขออนุมัติและที่ต้องขออนุมัติจาก Amazon โดยแผนการขายประเภทนี้มีสิทธิพิเศษหลายประการ เช่น มีเครื่องมือในการลงสินค้าจำนวนมากในครั้งเดียว การโฆษณาและคูปองส่วนลด รวมทั้งได้รับคำแนะนำการขายสินค้าอีกด้วย สำหรับผู้ขายสินค้าเครื่องประดับแท้ต้องสมัครเป็นผู้ขายประเภทนี้เท่านั้น

 

ตัวอย่างเครื่องประดับที่ขายในเว็บไซต์ จาก www.amazon.com



หลักเกณฑ์การขายอัญมณีและเครื่องประดับ

            1. สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับรายการที่อยู่ในหมวดหมู่ไม่ต้องขออนุมัติ มีเฉพาะรายการเครื่องประดับแฟชั่นที่ไม่ได้ทำจากโลหะมีค่าใดๆ หรือประดับด้วยอัญมณีเนื้อแข็งหรือเนื้ออ่อน หรือไข่มุก เช่น เครื่องประดับทำจากทองเหลือง ทองแดง สแตนเลส หรือโลหะชุบ ประดับด้วยอัญมณีสังเคราะห์ เป็นต้น

            ส่วนอัญมณีและเครื่องประดับอื่นๆ รวมทั้งเครื่องประดับทำด้วยมือ เป็นสินค้าที่อยู่หมวดต้องขออนุมัติจาก Amazon ก่อนวางขาย ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณาราว 7 วัน หรือขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอในช่วงเวลานั้นๆ โดยสินค้าในหมวดนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านต่างๆ เช่น การระบุส่วนประกอบในสินค้าประเภททองคํา เงิน แพลทินัม เพชร ไข่มุก พลอยสี และพลอยสังเคราะห์ รวมทั้งการใช้เครื่องหมายรับรองคุณภาพ เครื่องหมายการค้า และรายละเอียดการปรับปรุงคุณภาพ ตามที่กำหนดโดย Guides for the Jewelry, Precious Metals and Pewter Industries ของคณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Trade Commission: FTC) และ Amazon's Quality Assurance Standards เพื่อให้ทาง Amazon ตรวจสอบคุณสมบัติ คุณภาพ รายละเอียดของอัญมณีและเครื่องประดับที่วางขาย ซึ่งหากตรวจสอบพบว่า มีข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน อาจเป็นเหตุให้ถูกระงับหรือยกเลิกสิทธิในการขายได้

            2. หากเป็นการขายสินค้าที่มีลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าหรือสิทธิบัตร ผู้ขายจะต้องเป็นเจ้าของแบรนด์ตามกฏหมายหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของแบรนด์

            3. ผู้ขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าสินค้าที่ขายเป็นเครื่องประดับแท้หรือเครื่องประดับแฟชั่น1  การระบุประเภทสินค้าไม่ถูกต้องหรือผิดประเภท อาจเป็นเหตุให้ถูกระงับหรือยกเลิกสิทธิการขายได้ Amazon มีหลักกำหนดโดยย่อดังนี้

        เครื่องประดับแท้ คือ เครื่องประดับที่ทำจากโลหะมีค่า รวมทั้งที่ประดับด้วยพลอยเนื้อแข็งและเนื้ออ่อนเจียระไน รวมทั้งประดับด้วยไข่มุกเลี้ยงหรือไข่มุกธรรมชาติ 

        เครื่องประดับแฟชั่น คือ เครื่องประดับที่ไม่ได้ทำจากโลหะมีค่า (ไม่รวมการชุบด้วยโลหะมีค่า) และไม่ประดับด้วยพลอยเนื้อแข็งและเนื้ออ่อนเจียระไน ไม่ประดับด้วยไข่มุกเลี้ยงหรือไข่มุกธรรมชาติ และไม่มีโลหะมีค่าตามที่ระบุไว้ในเครื่องประดับแท้

 

ตัวอย่างสินค้าเครื่องประดับที่มีภาพและคลิปวีดิโอสั้นๆ รวมทั้งรายละเอียดตัวสินค้า จาก www.amazon.com

            4. สินค้าประเภทเครื่องประดับนอกจากจะต้องเป็นของแท้และมีราคาขายไม่เกิน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว  ผู้ขายต้องมีการจัดการคำสั่งซื้อที่ได้มาตรฐาน ดังนี้

                    • ความผิดพลาดจากคำสั่งซื้อ ไม่เกิน 1% วัดจากช่วงเวลา 60 วัน 

                     อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อของผู้ขาย ไม่เกิน 2.5% วัดจากช่วงเวลา 7 วัน

                     อัตราการจัดส่งล่าช้า ไม่เกิน 4% โดยระบบตั้งไว้ 2 ช่วงเวลาคือ 10 วัน และ 30 วัน

            โดยหากเกิดข้อผิดพลาดดังกล่าว ทาง Amazon จะแจ้งเตือนมายังผู้ขาย หากไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น อาจเป็นเหตุให้ถูกระงับหรือยกเลิกสิทธิในการขายได้

            5. ในการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของ Amazon จะมีการคิดค่าธรรมเนียมการขาย ซึ่งมีอัตราแตกต่างกันตามประเภทสินค้า สำหรับอัญมณีและเครื่องประดับนั้น ถ้าสินค้าราคาไม่เกิน 250 ดอลลาร์สหรัฐ คิดค่าธรรมเนียมการขายต่อชิ้นอยู่ที่ 20% ของราคาขาย อัตราเริ่มต้นอยู่ที่ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐ หากมีราคาเกินกว่านั้น ส่วนที่เกินจะคิดค่าธรรมเนียม 5% เช่น 

                 สินค้าราคา 260 ดอลลาร์สหรัฐ คิดค่าธรรมเนียม 250*20% = 50 และ 10*5% = 0.5 รวมค่าธรรมเนียม 50.5 ดอลลาร์สหรัฐ

                 ส่วนเครื่องประดับที่ทำด้วยมือ มีค่าธรรมเนียมเมื่อมีการขาย 15% ต่อชิ้น

            6. เมื่อเกิดการขายสินค้าขึ้น ในการจัดส่งสินค้านั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

                 Fulfilled by Merchant คือ ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเเพ็คเเละจัดส่งสินค้าจากต้นทางไปยังลูกค้า

                 Fulfilled by Amazon หรือ Amazon FBA คือ ผู้ขายส่งสินค้าไปเก็บไว้ที่โกดัง (warehouse) ของ Amazon ที่อเมริกา เมื่อสินค้าขายได้ทางทีมงาน FBA จะดำเนินการแพ็คและจัดส่งสินค้าให้ ซึ่งทาง Amazon จะคิดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย 

            7. เมื่อผู้ขายสามารถขายสินค้าผ่าน Amazon.com แล้ว สินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ นั้น ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการจัดส่งรวมทั้งรับผิดชอบในการชำระภาษี โดยสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection) กำหนดให้สินค้านำเข้ารวมทั้งอัญมณีและเครื่องประดับที่มีราคาไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่ต้องเสียภาษี หากเป็นการนำเข้าทางการค้าที่มีราคาเกินกว่า 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม CBP Form 3012  


 

ตัวอย่างแบบฟอร์ม CBP Form 301 จาก www.cbp.gov

            นอกจากนี้ อัตราอากรขาเข้าสินค้าในหมวดอัญมณีและเครื่องประดับของสหรัฐฯ อยู่ในช่วงร้อยละ 0-13.5 รายละเอียดดังปรากฏในตาราง


ที่มา: www.worldtariff.com (June, 2022)

            แต่ทั้งนี้ ในกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับยังมีสิทธิ GSP คงเหลืออยู่หลายรายการ ทำให้การส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีอัตราภาษีเป็นร้อยละ 0 ในพิกัดต่อไปนี้ 
                 พลอยสี พิกัด 7103.10.40.00, 7103.99.50.00
                 อัญมณีสังเคราะห์ พิกัด 7104.10.00.00, 7104.90.50.00
                 โลหะเงิน พิกัด 7106.91.50.00 และ 7106.92.50.00
                 โลหะสามัญที่หุ้มติดด้วยเงิน 7107.00.00.00
                 ทองคำ พิกัด 7108.12.50.10, 7108.12.50.50 และ 7108.13.70.00
                 โลหะสามัญที่หุ้มติดด้วยทองคำ 7109.00.00.00
                 โลหะสามัญ เงิน หรือทองคำที่หุ้มติดด้วยแพลทินัม 7111
                 เครื่องประดับแท้ 7113.11.10.00 และ 7113.11.20.00
                 เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบของของดังกล่าว 7114.11.10.00, 7114.11.20.00, 7114.11.30.00, 7114.11.40.00, 7114.11.50.00, 7114.11.60.00, 7114.11.70.00 และ 7114.19.00.00
                 ของอื่นๆ ทำด้วยโลหะมีค่าหรือโลหะที่หุ้มด้วยโลหะมีค่า 7115.10.00.00, 7115.90.30.00, 7115.90.40.00 และ 7115.90.60.00
                 ของทำด้วยไข่มุก รัตนชาติ และกึ่งรัตนชาติ 7116.10.10.00 และ 7116.10.25.00
                 เครื่องประดับเทียม 7117.19.15.00, 7117.19.20.00, 7117.19.30.00 และ 7117.19.90.00
            นอกจากอากรขาเข้าแล้ว สหรัฐฯ ยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้า (Merchandise Processing Fee: MPF) จัดเก็บในอัตราร้อยละ 0.3464 ของมูลค่าสินค้าตาม FOB โดยคิดอัตราขั้นต่ำที่ 27.75 เหรียญสหรัฐ สูงสุด
ไม่เกิน 538.40 เหรียญสหรัฐ (จัดเก็บโดยศุลกากรของแต่ละรัฐ) ซึ่งในส่วนนี้ผู้ขายสินค้าใน Amazon ต้องเป็น
ผู้รับภาระเอง
            8. หลักเกณฑ์อื่นๆ ที่ต้องถือปฏิบัติ เช่น 
                 ระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าเพชร (Kimberley Process) ซึ่งสหรัฐฯ เป็นประเทศสมาชิกภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process Certification Scheme (KPCS) ดังนั้น การนำเข้าเพชรก้อนจะต้องดำเนินการและมีเอกสารที่ถูกต้องตามข้อตกลงดังกล่าว
                 หลักเกณฑ์เครื่องประดับของคณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Trade Commission: FTC) ซึ่งครอบคลุมในประเด็น 
                1. บุคคล ที่ทำงานอยู่ในธุรกิจเครื่องประดับ รวมถึงผู้ที่ปฏิบัติงานในฐานะห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ในทุกระดับของธุรกิจ เช่น ผู้ผลิต ผู้จัดหา ห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณี และผู้ค้าปลีก
                2. ผลิตภัณฑ์ หลักเกณฑ์นี้ใช้กับไข่มุก อัญมณีธรรมชาติ อัญมณีสังเคราะห์ และอัญมณีเลียนแบบ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องประดับอื่นๆ ที่ทำจากโลหะมีค่า โลหะผสม และวัสดุเลียนแบบ รวมถึงวัตถุที่ทำจากโลหะผสมดีบุก
                3. กิจกรรม หลักเกณฑ์นี้ควบคุมการขาย การผลิต และการตลาด รวมถึงการโฆษณาในทุกระดับของธุรกิจ ครอบคลุมถึงการตลาดที่หลอกลวงและการให้ข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย
                         Jewelry Quality Assurance Standards3  ของ Amazon ซึ่งคล้ายคลึงกับหลักเกณฑ์ FTC
            Amazon.com เป็นตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพัฒนาจากการขายหนังสือออนไลน์มาสู่หลากหลายสินค้าในปัจจุบัน ในแต่ละเดือนมีผู้เข้าใช้งานกว่า 197 ล้านคน ขณะที่ลูกค้าที่เป็นสมาชิกของ Amazon.com มีอยู่ราว 200 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ถึง 147 ล้านคน หรือร้อยละ 73.5 ดังนั้น การวางขายสินค้าบนเว็บไซต์ Amazon.com จะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ นอกจากนี้ สินค้าประเภทอัญมณีและเครื่องประดับยังถูกจัดให้เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการขายในเว็บไซต์นี้ จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยที่ควรเข้าไปเสนอขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อบนเว็บไซต์ Amazon.com ซึ่งมีทั้งจำนวนผู้ซื้อมหาศาลและมีกำลังซื้อสูงเช่นนี้

จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ
นางสาววันดี ม่านศรีสุข
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
มิถุนายน 2565

ข้อมูลอ้างอิง


1 รายละเอียดเพิ่มเติม https://sellercentral.amazon.com/gp/help/external/G201450260?language=en_US&ref=efph_G201450260_cont_200332590
2 แบบฟอร์ม CBP Form 301 https://www.cbp.gov/sites/default/files/assets/documents/2018-Jan/CBP%20Form%20301.pdf
3 รายละเอียดเพิ่มเติม https://sellercentral.amazon.com/gp/help/external/201269180
---------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง
1) Amazon. sell.amazon.com. [Online]. Available at: sell.amazon.com. (Retrieved January 12, 2022).
2) Business of Apps.2022. Amazon Statistics (2022). [Online]. Available at: www.businessofapps.com. (Retrieved February 17, 2022).
3) Amazon. ภาพรวมการขายสินค้าออนไลน์บน Amazon. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: sell.amazon.co.th (สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565).

เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ขายอัญมณีและเครื่องประดับผ่าน Amazon.com

Jun 22, 2022
304 views
1 share

            จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ทั้งผู้ขายและผู้บริโภคต้องหันไปใช้สื่อออนไลน์ในการทำตลาดมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาตลาดอีคอมเมิร์ซหลายแพลตฟอร์มเติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมทั้งตลาดค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Amazon เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ผู้ค้าจากทั่วโลกต่างเล็งเห็นโอกาสในการก้าวไปสู่การนำเสนอสินค้าในช่องทางดิจิทัล ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาผลกระทบที่ได้รับจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวาง เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ให้กลับมาเติบโตได้ด้วยช่องทางนี้

แนวทางการค้าในช่องทาง Amazon 

            Amazon เปิดให้ผู้ขายจากทั่วโลกสมัครเพื่อใช้เป็นช่องทางการค้า โดยผ่านเว็บไซต์ในเครือของ Amazon ในหลายๆ ประเทศ หรือผ่านเว็บไซต์หลัก www.amazon.com จะได้สิทธิ์ในการขายลูกค้ากลุ่มที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยแบ่งบัญชีผู้ขายออกเป็น 2 แผนการขาย คือ 

            1. แผนการขายแบบบุคคลทั่วไป (Individual Account) ไม่มีค่าบริการรายเดือน แต่คิดค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าได้ 0.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น รวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่นๆ สามารถขายสินค้าได้ไม่เกิน 40 ชิ้นต่อเดือน โดยสามารถขายสินค้าได้เฉพาะในหมวดที่ไม่ต้องขออนุมัติจาก Amazon 

2. แผนการขายแบบ Professional คิดค่าบริการรายเดือน 39.99 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่มีค่าธรรมเนียมขายสินค้า สามารถขายสินค้าได้ทั้งหมวดที่ไม่ต้องขออนุมัติและที่ต้องขออนุมัติจาก Amazon โดยแผนการขายประเภทนี้มีสิทธิพิเศษหลายประการ เช่น มีเครื่องมือในการลงสินค้าจำนวนมากในครั้งเดียว การโฆษณาและคูปองส่วนลด รวมทั้งได้รับคำแนะนำการขายสินค้าอีกด้วย สำหรับผู้ขายสินค้าเครื่องประดับแท้ต้องสมัครเป็นผู้ขายประเภทนี้เท่านั้น

 

ตัวอย่างเครื่องประดับที่ขายในเว็บไซต์ จาก www.amazon.com



หลักเกณฑ์การขายอัญมณีและเครื่องประดับ

            1. สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับรายการที่อยู่ในหมวดหมู่ไม่ต้องขออนุมัติ มีเฉพาะรายการเครื่องประดับแฟชั่นที่ไม่ได้ทำจากโลหะมีค่าใดๆ หรือประดับด้วยอัญมณีเนื้อแข็งหรือเนื้ออ่อน หรือไข่มุก เช่น เครื่องประดับทำจากทองเหลือง ทองแดง สแตนเลส หรือโลหะชุบ ประดับด้วยอัญมณีสังเคราะห์ เป็นต้น

            ส่วนอัญมณีและเครื่องประดับอื่นๆ รวมทั้งเครื่องประดับทำด้วยมือ เป็นสินค้าที่อยู่หมวดต้องขออนุมัติจาก Amazon ก่อนวางขาย ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณาราว 7 วัน หรือขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอในช่วงเวลานั้นๆ โดยสินค้าในหมวดนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านต่างๆ เช่น การระบุส่วนประกอบในสินค้าประเภททองคํา เงิน แพลทินัม เพชร ไข่มุก พลอยสี และพลอยสังเคราะห์ รวมทั้งการใช้เครื่องหมายรับรองคุณภาพ เครื่องหมายการค้า และรายละเอียดการปรับปรุงคุณภาพ ตามที่กำหนดโดย Guides for the Jewelry, Precious Metals and Pewter Industries ของคณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Trade Commission: FTC) และ Amazon's Quality Assurance Standards เพื่อให้ทาง Amazon ตรวจสอบคุณสมบัติ คุณภาพ รายละเอียดของอัญมณีและเครื่องประดับที่วางขาย ซึ่งหากตรวจสอบพบว่า มีข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน อาจเป็นเหตุให้ถูกระงับหรือยกเลิกสิทธิในการขายได้

            2. หากเป็นการขายสินค้าที่มีลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าหรือสิทธิบัตร ผู้ขายจะต้องเป็นเจ้าของแบรนด์ตามกฏหมายหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของแบรนด์

            3. ผู้ขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าสินค้าที่ขายเป็นเครื่องประดับแท้หรือเครื่องประดับแฟชั่น1  การระบุประเภทสินค้าไม่ถูกต้องหรือผิดประเภท อาจเป็นเหตุให้ถูกระงับหรือยกเลิกสิทธิการขายได้ Amazon มีหลักกำหนดโดยย่อดังนี้

        เครื่องประดับแท้ คือ เครื่องประดับที่ทำจากโลหะมีค่า รวมทั้งที่ประดับด้วยพลอยเนื้อแข็งและเนื้ออ่อนเจียระไน รวมทั้งประดับด้วยไข่มุกเลี้ยงหรือไข่มุกธรรมชาติ 

        เครื่องประดับแฟชั่น คือ เครื่องประดับที่ไม่ได้ทำจากโลหะมีค่า (ไม่รวมการชุบด้วยโลหะมีค่า) และไม่ประดับด้วยพลอยเนื้อแข็งและเนื้ออ่อนเจียระไน ไม่ประดับด้วยไข่มุกเลี้ยงหรือไข่มุกธรรมชาติ และไม่มีโลหะมีค่าตามที่ระบุไว้ในเครื่องประดับแท้

 

ตัวอย่างสินค้าเครื่องประดับที่มีภาพและคลิปวีดิโอสั้นๆ รวมทั้งรายละเอียดตัวสินค้า จาก www.amazon.com

            4. สินค้าประเภทเครื่องประดับนอกจากจะต้องเป็นของแท้และมีราคาขายไม่เกิน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว  ผู้ขายต้องมีการจัดการคำสั่งซื้อที่ได้มาตรฐาน ดังนี้

                    • ความผิดพลาดจากคำสั่งซื้อ ไม่เกิน 1% วัดจากช่วงเวลา 60 วัน 

                     อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อของผู้ขาย ไม่เกิน 2.5% วัดจากช่วงเวลา 7 วัน

                     อัตราการจัดส่งล่าช้า ไม่เกิน 4% โดยระบบตั้งไว้ 2 ช่วงเวลาคือ 10 วัน และ 30 วัน

            โดยหากเกิดข้อผิดพลาดดังกล่าว ทาง Amazon จะแจ้งเตือนมายังผู้ขาย หากไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น อาจเป็นเหตุให้ถูกระงับหรือยกเลิกสิทธิในการขายได้

            5. ในการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของ Amazon จะมีการคิดค่าธรรมเนียมการขาย ซึ่งมีอัตราแตกต่างกันตามประเภทสินค้า สำหรับอัญมณีและเครื่องประดับนั้น ถ้าสินค้าราคาไม่เกิน 250 ดอลลาร์สหรัฐ คิดค่าธรรมเนียมการขายต่อชิ้นอยู่ที่ 20% ของราคาขาย อัตราเริ่มต้นอยู่ที่ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐ หากมีราคาเกินกว่านั้น ส่วนที่เกินจะคิดค่าธรรมเนียม 5% เช่น 

                 สินค้าราคา 260 ดอลลาร์สหรัฐ คิดค่าธรรมเนียม 250*20% = 50 และ 10*5% = 0.5 รวมค่าธรรมเนียม 50.5 ดอลลาร์สหรัฐ

                 ส่วนเครื่องประดับที่ทำด้วยมือ มีค่าธรรมเนียมเมื่อมีการขาย 15% ต่อชิ้น

            6. เมื่อเกิดการขายสินค้าขึ้น ในการจัดส่งสินค้านั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

                 Fulfilled by Merchant คือ ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเเพ็คเเละจัดส่งสินค้าจากต้นทางไปยังลูกค้า

                 Fulfilled by Amazon หรือ Amazon FBA คือ ผู้ขายส่งสินค้าไปเก็บไว้ที่โกดัง (warehouse) ของ Amazon ที่อเมริกา เมื่อสินค้าขายได้ทางทีมงาน FBA จะดำเนินการแพ็คและจัดส่งสินค้าให้ ซึ่งทาง Amazon จะคิดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย 

            7. เมื่อผู้ขายสามารถขายสินค้าผ่าน Amazon.com แล้ว สินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ นั้น ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการจัดส่งรวมทั้งรับผิดชอบในการชำระภาษี โดยสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection) กำหนดให้สินค้านำเข้ารวมทั้งอัญมณีและเครื่องประดับที่มีราคาไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่ต้องเสียภาษี หากเป็นการนำเข้าทางการค้าที่มีราคาเกินกว่า 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม CBP Form 3012  


 

ตัวอย่างแบบฟอร์ม CBP Form 301 จาก www.cbp.gov

            นอกจากนี้ อัตราอากรขาเข้าสินค้าในหมวดอัญมณีและเครื่องประดับของสหรัฐฯ อยู่ในช่วงร้อยละ 0-13.5 รายละเอียดดังปรากฏในตาราง


ที่มา: www.worldtariff.com (June, 2022)

            แต่ทั้งนี้ ในกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับยังมีสิทธิ GSP คงเหลืออยู่หลายรายการ ทำให้การส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีอัตราภาษีเป็นร้อยละ 0 ในพิกัดต่อไปนี้ 
                 พลอยสี พิกัด 7103.10.40.00, 7103.99.50.00
                 อัญมณีสังเคราะห์ พิกัด 7104.10.00.00, 7104.90.50.00
                 โลหะเงิน พิกัด 7106.91.50.00 และ 7106.92.50.00
                 โลหะสามัญที่หุ้มติดด้วยเงิน 7107.00.00.00
                 ทองคำ พิกัด 7108.12.50.10, 7108.12.50.50 และ 7108.13.70.00
                 โลหะสามัญที่หุ้มติดด้วยทองคำ 7109.00.00.00
                 โลหะสามัญ เงิน หรือทองคำที่หุ้มติดด้วยแพลทินัม 7111
                 เครื่องประดับแท้ 7113.11.10.00 และ 7113.11.20.00
                 เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบของของดังกล่าว 7114.11.10.00, 7114.11.20.00, 7114.11.30.00, 7114.11.40.00, 7114.11.50.00, 7114.11.60.00, 7114.11.70.00 และ 7114.19.00.00
                 ของอื่นๆ ทำด้วยโลหะมีค่าหรือโลหะที่หุ้มด้วยโลหะมีค่า 7115.10.00.00, 7115.90.30.00, 7115.90.40.00 และ 7115.90.60.00
                 ของทำด้วยไข่มุก รัตนชาติ และกึ่งรัตนชาติ 7116.10.10.00 และ 7116.10.25.00
                 เครื่องประดับเทียม 7117.19.15.00, 7117.19.20.00, 7117.19.30.00 และ 7117.19.90.00
            นอกจากอากรขาเข้าแล้ว สหรัฐฯ ยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้า (Merchandise Processing Fee: MPF) จัดเก็บในอัตราร้อยละ 0.3464 ของมูลค่าสินค้าตาม FOB โดยคิดอัตราขั้นต่ำที่ 27.75 เหรียญสหรัฐ สูงสุด
ไม่เกิน 538.40 เหรียญสหรัฐ (จัดเก็บโดยศุลกากรของแต่ละรัฐ) ซึ่งในส่วนนี้ผู้ขายสินค้าใน Amazon ต้องเป็น
ผู้รับภาระเอง
            8. หลักเกณฑ์อื่นๆ ที่ต้องถือปฏิบัติ เช่น 
                 ระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าเพชร (Kimberley Process) ซึ่งสหรัฐฯ เป็นประเทศสมาชิกภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process Certification Scheme (KPCS) ดังนั้น การนำเข้าเพชรก้อนจะต้องดำเนินการและมีเอกสารที่ถูกต้องตามข้อตกลงดังกล่าว
                 หลักเกณฑ์เครื่องประดับของคณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Trade Commission: FTC) ซึ่งครอบคลุมในประเด็น 
                1. บุคคล ที่ทำงานอยู่ในธุรกิจเครื่องประดับ รวมถึงผู้ที่ปฏิบัติงานในฐานะห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ในทุกระดับของธุรกิจ เช่น ผู้ผลิต ผู้จัดหา ห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณี และผู้ค้าปลีก
                2. ผลิตภัณฑ์ หลักเกณฑ์นี้ใช้กับไข่มุก อัญมณีธรรมชาติ อัญมณีสังเคราะห์ และอัญมณีเลียนแบบ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องประดับอื่นๆ ที่ทำจากโลหะมีค่า โลหะผสม และวัสดุเลียนแบบ รวมถึงวัตถุที่ทำจากโลหะผสมดีบุก
                3. กิจกรรม หลักเกณฑ์นี้ควบคุมการขาย การผลิต และการตลาด รวมถึงการโฆษณาในทุกระดับของธุรกิจ ครอบคลุมถึงการตลาดที่หลอกลวงและการให้ข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย
                         Jewelry Quality Assurance Standards3  ของ Amazon ซึ่งคล้ายคลึงกับหลักเกณฑ์ FTC
            Amazon.com เป็นตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพัฒนาจากการขายหนังสือออนไลน์มาสู่หลากหลายสินค้าในปัจจุบัน ในแต่ละเดือนมีผู้เข้าใช้งานกว่า 197 ล้านคน ขณะที่ลูกค้าที่เป็นสมาชิกของ Amazon.com มีอยู่ราว 200 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ถึง 147 ล้านคน หรือร้อยละ 73.5 ดังนั้น การวางขายสินค้าบนเว็บไซต์ Amazon.com จะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ นอกจากนี้ สินค้าประเภทอัญมณีและเครื่องประดับยังถูกจัดให้เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการขายในเว็บไซต์นี้ จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยที่ควรเข้าไปเสนอขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อบนเว็บไซต์ Amazon.com ซึ่งมีทั้งจำนวนผู้ซื้อมหาศาลและมีกำลังซื้อสูงเช่นนี้

จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ
นางสาววันดี ม่านศรีสุข
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
มิถุนายน 2565

ข้อมูลอ้างอิง


1 รายละเอียดเพิ่มเติม https://sellercentral.amazon.com/gp/help/external/G201450260?language=en_US&ref=efph_G201450260_cont_200332590
2 แบบฟอร์ม CBP Form 301 https://www.cbp.gov/sites/default/files/assets/documents/2018-Jan/CBP%20Form%20301.pdf
3 รายละเอียดเพิ่มเติม https://sellercentral.amazon.com/gp/help/external/201269180
---------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง
1) Amazon. sell.amazon.com. [Online]. Available at: sell.amazon.com. (Retrieved January 12, 2022).
2) Business of Apps.2022. Amazon Statistics (2022). [Online]. Available at: www.businessofapps.com. (Retrieved February 17, 2022).
3) Amazon. ภาพรวมการขายสินค้าออนไลน์บน Amazon. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: sell.amazon.co.th (สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565).

เอกสารแนบ

เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้ ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970