ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

AI กำลังปฎิวัติอุตสาหกรรมเครื่องประดับ

May 23, 2024
544 views
0 share

AI กำลังมาแรง ไม่ว่าจะในฐานะเครื่องมือช่วยออกแบบ หรือเครื่องมือช่วยการค้าปลีก ถึงแม้จะก่อให้เกิดคำถาม เรื่องจริยธรรมและคุณภาพ ในเชิงสร้างสรรค์ก็ตาม


        ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ทำให้เกิดความก้าวหน้าที่แปลงโฉมการออกแบบ การผลิต และการค้าปลีก Paola De Luca แห่ง The Futurist บริษัทผู้พยากรณ์เทรนด์ กล่าวว่า แรงผลักดันให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลของวิกฤติโควิด-19 ได้ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แม้การเปลี่ยนแปลงแบบดิสรัปชั่นของ AI อาจต้องใช้เวลาอีก 5 ถึง 10 ปี กว่าที่จะกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ แต่ในอุตสาหกรรมนี้ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายขึ้นแล้ว

        ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ AI มีบทบาทหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการลดขั้นตอนกระบวนการผลิต การผลิตสินค้าตามความต้องการเฉพาะ การสร้างภาพมุมมองสามมิติ การถ่ายภาพ รวมไปถึงการปรับปรุงประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องการวิเคราะห์ตลาด ติดตามและคาดการณ์ข้อมูลและการขาย ตลอดจนช่วยวางแผนสต็อกและการผลิต

        ตามความเห็นของ De Luca นั้น การปฏิวัติที่แท้จริงในทุกวันนี้อยู่ที่ความสามารถในการป้อนข้อความหรือคำถามให้กับ AI มากกว่าการเขียนคำสั่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้น การยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับอุตสาหกรรม และมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น  

เป็นมิตร ไม่ใช่ศัตรู

        Jack Ogden นักประวัติศาสตร์เครื่องประดับชาวอังกฤษกล่าวว่า ขณะนี้ AI สามารถสร้างภาพสองมิติที่เหมือนกับภาพสเก็ตช์หรือการใช้โปรแกรม CAD อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากข้อความที่ป้อนให้กับ AI ให้กลายเป็นการพิมพ์แบบสามมิติในอุตสาหกรรมเครื่องประดับยังอยู่ในระยะเริ่มต้น 

        ในปี 2021 Artificial Intelligems แพลตฟอร์มการวิจัยทางศิลปะจากเบลเยี่ยม ได้ทดลองสร้างสรรค์ผลงานร่วมระหว่างศิลปินและอัลกอริทึ่มการเรียนรู้ของเครื่องฯ ที่มีอยู่ มีศิลปินและนักออกแบบ 124 คนจากทั่วโลกเข้าร่วม สร้างภาพได้เกือบ 1,000 ภาพ โดยการใช้ภาพผลงานของศิลปินคนอื่นๆ เป็นแหล่งวัตถุดิบตั้งต้น สิ่งนี้ก่อให้เกิดคำถามต่างๆ ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น ความเป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์ สำนักงานตัวแทน บทบาทที่เปลี่ยนไปของศิลปิน ฯลฯ

        Nick Koss ดีไซเนอร์ของ Volund Jewelry ในแคนาดา ได้ใช้ประโยชน์จากเทคนิคของ AI ในการออกแบบสินค้ามาตั้งแต่ปี 2015 เขาไม่ได้มอง AI ในแง่ลบ แต่เชื่อมั่นในการใช้ AI อย่างเหมาะสมและถูกหลักจริยธรรม สำหรับเขาแล้ว มันหมายถึงความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า มากกว่าแค่ลดต้นทุนหรือทำให้กระบวนการต่างๆ ง่ายขึ้น

        Koss ยังได้ชี้ให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์ AI สำหรับธุรกิจเครื่องประดับ เช่น แนะนำการแก้ไขเพื่อปรับปรุงจุดศูนย์ถ่วงของชิ้นงานโดยเฉพาะในจี้และสร้อยคอ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดวางแบบขี้ผึ้งในกระบอกหล่อเพื่อให้โลหะไหลเข้าแบบหล่ออย่างมีประสิทธิภาพในขั้นตอนการหล่อ เป็นต้น

ปัญหาด้านทัศนคติ

        สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับ AI จะรู้สึกหวั่นใจ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากความเข้าใจผิดหรือขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ บ้างก็กลัวว่า AI จะยึดงานของตนไป อย่างไรก็ตาม De Luca เน้นว่า AI เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และแสวงหาความเป็นไปได้มากขึ้น โดย AI จะเป็นภัยต่องานที่ทำซ้ำๆ ในขณะเดียวกัน แม้ AI จะเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ แต่มันยังมีความสามารถในการบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ต่ำ

        Koss เห็นด้วยและเน้นว่า AI ควรจะช่วยเสริม ไม่ใช่แทนที่ จินตนาการและความคิดวิเคราะห์ ความก้าวหน้านี้จะทำให้ผู้ที่ไม่ยอมปรับตัวล้าสมัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะมอบโอกาสแก่ผู้ที่กระตือรือร้นในการพัฒนางานของตน โดยช่วยให้พวกเขาโดดเด่นขึ้นมาได้ไม่ใช่เพียงแค่โดยการตามให้ทันเทรนด์ แต่โดยการมอบข้อเสนอที่ดีกว่าให้กับลูกค้า


        Anneleen Swillen ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม Artificial Intelligems เชื่อว่า AI สามารถเผยมุมมองใหม่ๆ โดยช่วยให้นักออกแบบอยู่เหนือกรอบของงานและองค์ประกอบแบบเดิม มุมมองที่เธอพบว่าน่าสนใจเป็นพิเศษคือ ความสามารถในการทำให้เกิดภาพที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

        ทั้งนี้ ความไม่ไว้วางใจในเทคโนโลยีที่พบในแวดวงเครื่องประดับได้ทำให้ดีไซเนอร์บางคนลังเลที่จะยอมรับ AI อย่างเปิดเผย ขณะที่บางคนอาจปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงและหลีกเลี่ยงการใช้ AI เพราะแนวคิดอนุรักษ์นิยม 

การเข้าถึงที่เป็นธรรม

        Swillen เห็นว่า ความสามารถในการเข้าถึงของ AI เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ AI ทั้งมีอิทธิพลและราคาไม่แพง ดังนั้น การสร้างสรรค์เนื้อหาจึงมีความเท่าเทียม 

        ด้วยเหตุที่ใครก็ตามที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถสร้างเนื้อหาได้ในทันที จึงนำมาซึ่งข้อกังวลทางกฎหมายว่าด้วยเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากประสบการณ์การออกแบบแบบเฉพาะเจาะจงที่สร้างโดย AI นั้นอาศัยข้อมูลของผู้ใช้เป็นหลัก ดีไซเนอร์และผู้ผลิตจำเป็นต้องตระหนักถึงเรื่องนี้เมื่อใช้ AI และต้องมั่นใจว่าการใช้งาน AI นั้นเป็นไปอย่างมีจริยธรรม

        AI ส่วนใหญ่ได้รับการฝึกกับข้อมูลที่ดึงมาจากอินเทอร์เน็ต อาจเป็นไปได้ที่จะละเมิดงานของศิลปินโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังอาจมีความเสี่ยงเรื่องสภาวะไร้บริบทของวัฒนธรรมและงานฝีมือ ทำให้เกิดการสูญเสียความตระหนักเรื่องที่มาของภาพหรือข้อมูลนั้นๆ

ความหลากหลายและความเป็นหนึ่งเดียว

        Ogden มองในแง่บวกถึงศักยภาพของ AI ในการส่งเสริมสินค้าตลาดมวลชนโดยการสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีความหลากหลายมากขึ้นและมีจินตนาการยิ่งขึ้น เขายังกล่าวเสริมต่อไปว่า มีความเสี่ยงที่สิ่งตรงข้ามจะเกิดขึ้นเช่นกัน เมื่อมีผู้สร้างสรรค์จำนวนมากขึ้นใช้โมเดลเดียวกัน ผลลัพธ์อาจเริ่มดูเหมือนกัน

        นอกจากนี้ ยังเห็นว่าแม้แต่คำถามว่าอะไรทำให้เกิดเสน่ห์ดึงดูดต่อเครื่องประดับนั้น ในที่สุดก็อาจไม่เกินความสามารถของ AI ที่เชื่อว่าในไม่ช้า AI จะสามารถประเมินศักยภาพในการทำตลาดของงานออกแบบโดยการวิเคราะห์รูปแบบจากยอดขายเครื่องประดับที่ประสบความสำเร็จ 

ภาพแห่งอนาคต

        ภูมิทัศน์ของ AI กำลังเปลี่ยนแปลง โดยแอปพลิเคชั่นฟรีต่างๆ และโปรแกรมเสริมใหม่ๆ กำลังหลั่งไหลเข้ามา ตัวอย่างเช่น James Allen ได้นำโปรแกรมเสริมของ ChatGPT มาใช้ โดยเป็นการนำ AI เข้ามาช่วยในการนำเสนอประสบการณ์การขายออนไลน์ของแบรนด์

        เครื่องมือนี้ช่วยลดกระบวนการในการซื้อโดยนำเสนอคำแนะนำเฉพาะที่เป็นไปตามความชื่นชอบของลูกค้าแต่ละราย นอกเหนือจากตัวแปรที่ผู้ซื้อป้อนลงไปด้วยตนเองแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องเทรนด์ในขณะนั้นและตัวเลือกราคาต่างๆ  ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้รับตัวเลือกเครื่องประดับที่คัดสรรแล้วในเวลาไม่กี่วินาที

        ในปี 2020 Jame Allen เปิดตัว Virtual Try-On ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพว่าแหวนจะเป็นอย่างไรเมื่ออยู่บนนิ้วของพวกเขา แอปพลิเคชั่น AI อื่นๆ ที่ทางบริษัทกำลังศึกษารวมไปถึงการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ การจัดการคลังสินค้า และการกำหนดราคา 


    William Chu ผู้ก่อตั้ง Picup Media กล่าวว่า AI ยังสามารถดำเนินกระบวนการส่วนใหญ่ในการปรับแต่งภาพถ่ายแบบอัตโนมัติอีกด้วย โดยในปี 2020 บริษัทของเขาซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องภาพถ่าย วิดีโอ และการขายเครื่องประดับออนไลน์ได้เปิดตัว  GemAI ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือ AI เพื่อการปรับปรุงยอดขายเครื่องประดับออนไลน์


        นอกเหนือจากฟีเจอร์ต่างๆ ในการปรับแต่งภาพแล้ว GemAI ยังใช้เทคโนโลยี Image-Recognition เพื่อสร้างคำบรรยายสินค้าเครื่องประดับโดยอัตโนมัติอีกด้วย นับตั้งแต่นั้นมา Chu ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในการใช้งานของลูกค้าและความภักดี โดยได้ยกความดีให้กับความสม่ำเสมอและความมีประสิทธิภาพของ AI ในการประมวลผลและนำเสนอสินค้าเครื่องประดับออนไลน์

        Constantin Wild ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีชาวเยอรมนีเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ค้าอัญมณีเพียงไม่กี่รายที่นำ AI มาใช้ ในแคมเปญทางภาพชื่อ “Cyber Gem World” เขาผสมผสานงานศิลปะที่สร้างขึ้นด้วยดิจิทัลกับอัญมณีในคอลเลกชันของเขาเพื่อ “ขับเคลื่อนธุรกิจอายุ 175 ปีของผมไปสู่อนาคตที่เจิดจรัส ผมมั่นใจว่า AI จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการทำงานของเรา เหมือนกับที่อินเทอร์เน็ตเคยทำมาก่อนหน้านี้ AI มีศักยภาพในการวิเคราะห์ตัวเลขยอดขาย เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร อำนวยความสะดวกในการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการปรับปรุงการเจียระไนอัญมณี”

แปลและเรียบเรียงโดย ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

พฤษภาคม 2567