จากทองคำสู่แพลทินัมและเงิน: การปรับตัวของอุตสาหกรรมเครื่องประดับโลก
ในรอบปี 2568 นี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค ราคาทองคำที่สูงขึ้นถือเป็นปัจจัยที่น่ากังวล ผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Pandora และ Signet ได้ส่งสัญญาณว่ากำลังพิจารณาปรับขึ้นราคา หรือมองหาวิธีการผลิตทางเลือกทั้งการปรับมาทำเครื่องประดับทองที่กะรัตลดลง หรือเลือกโลหะมีค่าชนิดอื่นทดแทน เพื่อชดเชยผลกระทบจากต้นทุนทองคำที่เพิ่มขึ้น
จุดเปลี่ยนสู่ความหลากหลายของเครื่องประดับโลหะมีค่า
ในช่วงปี 2568 ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่ระดับที่ไม่เคยมีใครคาดคิด กระทั่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ในช่วงปลายเดือนธันวาคม ขณะที่จุดเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2568 ราคาทองอยู่เพียงประมาณ 2,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ การปรับตัวขึ้นกว่า 70% ภายในหนึ่งปี ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีผลกระทบรุนแรงทั้งในภาคการลงทุน อุตสาหกรรม และตลาดเครื่องประดับทั่วโลก ขณะที่ในปีนี้ ณ วันที่ 29 มกราคม 2569 ราคาทองคำพุ่งขึ้นมายืนในระดับ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเครื่องประดับสูงขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าเทคโนโลยีการผลิตจะพัฒนาเพื่อลดการสูญเสียวัตถุดิบ แต่เครื่องประดับ 18K, 14K หรือ 24K ยังคงต้องใช้ปริมาณทองคำในสัดส่วนเดิม โดยเฉพาะในชิ้นงานคลาสสิก เช่น แหวน สร้อยคอ หรือจี้ ส่งผลให้ราคาขายปลีกของเครื่องประดับทองปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น แบรนด์เครื่องประดับหลายรายจึงมองหาวิธีลดต้นทุน ดังเช่น
1. เปลี่ยนไปใช้เทคนิคการชุบทอง (Gold Plating)
2. การผลิตเครื่องประดับเงิน 925 ที่ชุบทองคำแท้ 10K ขึ้นไป (Gold Vermeil) ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะให้รูปลักษณ์คล้ายทองแท้ในราคาต่ำกว่า
3. การลดน้ำหนักทองในแบบดีไซน์ (Lightweight Gold Design) เช่น การทำตัวเรือนกลวง หรือใช้โครงสร้างโลหะผสมภายใน
4. การใช้โลหะมีค่าอื่นเป็นตัวเลือกทดแทน เช่น แพลทินัม เงิน และพาลาเดียม
ซึ่งการพิจารณาเลือกโลหะมีค่าชนิดอื่นนั้น เป็นทางเลือกหนึ่งที่มีหลายแบรนด์และผู้ผลิตให้ความสนใจ
ซึ่งนอกจากช่วยกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุน ยังมีคุณสมบัติทางกายภาพและภาพลักษณ์ทางการตลาดเหมาะกับงานออกแบบสมัยใหม่ที่กำลังเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งในด้านความงาม ความแข็งแรง น้ำหนัก และความคงทนของโลหะแต่ละชนิด ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถตอบโจทย์ดีไซน์ได้หลากหลาย
โดยโลหะมีค่าอื่นๆ นอกจากทองคำ อย่างแพลทินัม (Platinum), เงิน (Silver) และพาลาเดียม (Palladium) มีลักษณะเฉพาะตัวที่มีความแตกต่างกัน ดังนี้
แพลทินัม เป็นโลหะมีค่าที่ได้รับความนิยมสูงในเครื่องประดับระดับพรีเมียม โดยเฉพาะแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่หมองง่าย ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
เงิน เป็นโลหะที่นิยมใช้ในเครื่องประดับมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเงินค่าความบริสุทธิ์ 925 (Sterling Silver) มีคุณสมบัติอ่อนและขึ้นรูปง่าย เหมาะกับงานออกแบบหลากหลาย และราคาจับต้องได้ แต่หมองได้ง่าย เกิดรอยขีดข่วนง่ายกว่าแพลทินัมและพาลาเดียม รวมทั้งเงิน 925 นั้น มีส่วนผสมโลหะอื่น อาจทำให้ผู้ที่แพ้โลหะผสมบางชนิดเกิดการระคายเคืองได้
พาลาเดียม มีน้ำหนักเบากว่าแพลทินัม มีสีขาววาวเช่นเดียวกับแพลทินัม เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย แต่เนื่องจากเป็นโลหะที่ปรับขนาดหรือขึ้นรูปได้ยาก จึงไม่เป็นที่นิยมในการนำมาทำเครื่องประดับ
แพลทินัม (Platinum)
แพลทินัมเป็นโลหะมีค่าที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน โลหะชนิดนี้มีสีขาวเงาวาว ไม่ต้องผ่านกระบวนการชุบผิวใดๆ เพื่อให้เกิดความขาวเงาเหมือนทองคำขาว สีของแพลทินัมคงอยู่ได้ยาวนาน มีความคงทนสูงแม้ผ่านการใช้งานเป็นเวลานานหลายปี นอกจากนี้ แพลทินัมยังมีความหายาก ปริมาณการผลิตทั่วโลกมีน้อยกว่าโลหะมีค่าอื่นอย่างทองคำอย่างมาก ปัจจุบันมีการผลิตทองคำทั่วโลกประมาณ 3,600 ตันต่อปี ในขณะที่การผลิตแพลทินัมมีราว 160 ตันต่อปีเท่านั้น
ข้อมูลจาก World Platinum Investment Council (WPIC) องค์กรระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลและส่งเสริมการลงทุนในโลหะแพลทินัม พบว่า การผลิตแพลทินัมทั่วโลกในปี 2568 มีปริมาณ 5.51 ล้านออนซ์ หรือราว 156.21 ตัน โดยผู้ผลิตรายสำคัญประกอบด้วยแอฟริกาใต้ (สัดส่วน 71.58%), รัสเซีย (สัดส่วน 12.19%), ซิมบับเว (สัดส่วน 8.95%), ทวีปอเมริกาเหนือ (สัดส่วน 3.68%) และอื่นๆ (สัดส่วน 3.59%) ตามลำดับ และมีส่วนที่เกิดจากการรีไซเคิล 1.62 ล้านออนซ์ โดยมีการนำไปใช้ในด้านต่างๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ (สัดส่วน 42.36%), เครื่องประดับ (สัดส่วน 30.25%), การลงทุน (สัดส่วน 10.41%), เคมีภัณฑ์ (สัดส่วน 8.06%), ทางการแพทย์ (สัดส่วน 4.49%)
แผนที่แสดงแหล่งผลิตแพลทินัมที่สำคัญ
จาก World
Platinum Investment Council
แพลทินัมเป็นโลหะที่ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ในราชสำนักยุโรปสืบต่อมาถึงแบรนด์ไฮเอนด์ในปัจจุบัน ด้วยสีขาววาวของแพลทินัมทำให้พลอยสีรวมทั้งเพชรสีโดดเด่นยิ่งขึ้น ขณะที่เพชรใสเมื่อประกายของเพชรสัมผัสกับโทนสีเย็นของแพลทินัม รัศมีที่ได้จะคมใสกว่าที่โลหะสีเหลืองหรือสีชมพู รวมทั้งแพลทินัมมีความหนาแน่นกว่าทองคำ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการยึดเกาะพลอยมีค่าอย่างแน่นหนา จึงนิยมใช้เป็นแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงาน ทำให้เครื่องประดับแพลทินัมสื่อถึงความมั่นคง ความหรูหรา และความเป็นเครื่องประดับชั้นสูง
ภาพรวมตลาดเครื่องประดับแพลทินัม
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดและที่ปรึกษาธุรกิจ Cognitive Market Research ระบุว่า ในปี 2568 ตลาดเครื่องประดับแพลทินัมโดยรวมคาดว่า มีมูลค่าประมาณ 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องที่อัตรา 5.25% ต่อปี ในช่วงปี 2568-2576 (CAGR 2025-2033) โดยเมื่อพิจารณาจากมูลค่ายอดขายในตลาดหลัก พบว่า สหรัฐอเมริกามียอดขายสูงสุด (1,877 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รองมา คือ จีน (857 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ญี่ปุ่น (526 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอินเดีย (480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามลำดับ
ภายใต้การเติบโตของเครื่องประดับแพลทินัมนั้น Platinum Guild International (PGI) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาตลาดเครื่องประดับแพลทินัม ถือเป็นกลไกสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดด้วยการทำงานร่วมกับผู้ผลิตและร้านค้าปลีกทั่วโลก ในการ
สร้างแคมเปญส่งเสริมตลาด และให้ความรู้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการพัฒนาธุรกิจประจำอยู่ ใน 4 ประเทศหลัก PGI มีพันธมิตรผู้ผลิตมากกว่า 100 ราย และจุดขายของพันธมิตรค้าปลีกมากกว่า 10,000 แห่ง
สหรัฐอเมริกา ผลจากภาษีนำเข้าใหม่ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อ โดยผู้บริโภคเลือกซื้อเครื่องประดับในจำนวนชิ้นที่น้อยลงแต่มีมูลค่าต่อชิ้นสูงขึ้น ทั้งนี้ พันธมิตรของ PGI รายงานรายได้เติบโตระดับสองหลัก แม้ว่ายอดขายเชิงปริมาณจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ได้ช่วยเสริมสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์แพลทินัมในตลาดผ่านแคมเปญเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนใจลูกค้าจากทองคำขาว (White Gold) มาเป็นแพลทินัม ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับแพลทินัมมากยิ่งขึ้น
จีน มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 5.52% ต่อปี ตลาดเครื่องประดับแพลทินัมของจีนในปี 2568 มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งแรกของปี ความต้องการในกลุ่มเครื่องประดับแพลทินัมฝังอัญมณียังคงแข็งแกร่ง สะท้อนถึงรสนิยมของผู้บริโภคที่ยังให้คุณค่ากับงานออกแบบและความประณีตมากกว่าการพิจารณาเพียงราคา ผู้ค้าหลายรายเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์รสนิยมของผู้บริโภค ทั้งนี้ PGI ยังเข้ามาสนับสนุนด้านสื่อ ณ จุดขายและการฝึกอบรมพนักงานขาย รวมถึงแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าในช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งช่วยดึงดูดใจผู้บริโภคชาวจีนที่เดิมมีความชื่นชอบแพลทินัมอยู่แล้วให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ญี่ปุ่น เป็นตลาดที่แข็งแกร่งสำหรับเครื่องประดับแพลทินัมมาอย่างยาวนาน ในปี 2568 สะท้อนภาพของความมั่นคงและความต่อเนื่อง แม้ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณการจำหน่ายยังคงทรงตัว แสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแพลทินัมในฐานะโลหะสำหรับการใช้งานในระยะยาว มูลค่าการขายโดยรวมที่เพิ่มขึ้นได้รับแรงหนุนจากราคาเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าระดับราคากลาง เครื่องประดับแบบ Kihei (เครื่องประดับรูปแบบโซ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของญี่ปุ่น โดยโครงสร้างของข้อโซ่จะถูกบิดในมุมประมาณ 90 องศา และนำมาขัดหรือรีดให้แบน ทำให้ผิวของโซ่สะท้อนแสงได้ดี ให้ภาพลักษณ์หรูหราอย่างมีพลัง ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในผู้ชายและผู้หญิง) ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของตลาดญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเรียบง่าย และความคงทน มากกว่าความหวือหวาทางแฟชั่น
สร้อยคอแพลทินัมแบบ Kihei จาก https://apre-gr.com/
อินเดีย เป็นตลาดเครื่องประดับที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นกว่าตลาดอื่น โดยแม้จะเผชิญกับความท้าทายจากฐานยอดขายเดิมที่สูงอยู่แล้วและราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น แต่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ PGI ยังคงบันทึกยอดการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกได้เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยการทำตลาดด้วยแคมเปญ
Men of Platinum นี้ช่วยขยายฐานการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคผู้ชาย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ขณะที่ในช่วงเมษายนได้มีการออกแคมเปญส่งเสริมการขาย "Season of Love" (SOL) ระหว่างวันที่ 25 เมษายน-31 พฤษภาคม 2568 มีร้านค้าปลีกเข้าร่วมมากกว่า 1,825 แห่ง ใน 375 เมือง ส่งผลให้ยอดขายเครื่องประดับแพลทินัมเติบโต 21% ตลอดช่วงแคมเปญ เมื่อเทียบกับ SOL 2566 (ไม่มีการจัด SOL ในปี 2567)
ส่วนตลาดในยุโรปที่มีมูลค่ารวมกันราว 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอุปสงค์เพิ่มขึ้นตลอดปี 2568 ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแพลทินัม ในยุโรป คือ การเปลี่ยนจากทองคำมาเป็นแพลทินัมในกลุ่มแบรนด์ระดับพรีเมียมและแบรนด์หรู ซึ่งนิยมใช้แพลทินัมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนือกว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนจากราคาที่น่าดึงดูดใจของแพลทินัมเมื่อเทียบกับทองคำ ควบคู่ไปกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งให้คุณค่ากับความสวยงามที่คงทนและความพิเศษเฉพาะตัวของแพลทินัม
โดยในปี 2568-2569 PGI ได้จัดแคมเปญและการโปรโมทเครื่องประดับแพลทินัมภายใต้กลยุทธ์ระดับโลกที่ชื่อว่า “Metal of Truth” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แพลทินัมเป็นสัญลักษณ์ของความจริงใจ ความบริสุทธิ์ และคุณค่าที่แท้จริง ส่วนแคมเปญที่สำคัญของ PGI ได้แก่
1. Season of Love (SOL) ในอินเดีย เป็นแคมเปญประจำปีที่ใหญ่ที่สุดจัดในปี 2568 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 (ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน) เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลแต่งงาน โดยมีการทำการตลาดกระจายไปยังร้านค้า 1,825 ร้าน กระจายไปยัง 375 เมืองทั่วอินเดีย
2. Men of Platinum เป็นแคมเปญที่ปฏิวัติวงการเครื่องประดับชายในอินเดีย โดยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากเครื่องประดับที่เน้นการอวดความมั่งคั่ง มาสู่เครื่องประดับที่สะท้อนคุณค่าภายใน และความสง่างามที่เรียบง่าย เน้นผู้ชายยุคใหม่ โดยเจาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z มีการใช้บุคคลที่มีอิทธิพลสูงและมีภาพลักษณ์ที่แกร่งแต่สุภาพ เช่น MS Dhoni และ KL Rahul
MS Dhoni Signature Edition 'Lucky 7 Bracelet' ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 จาก https://www.indianjeweller.in/
3. Platinum Woman เป็นโครงการที่เปิดตัวร่วมกันโดยแบรนด์เครื่องประดับชั้นนำของญี่ปุ่น 4 แบรนด์ ได้แก่ 4℃, Vendome Aoyama, Ginza Tanaka และ Ponte Vecchio ตั้งแต่ปี 2563 เน้นส่งเสริมให้ผู้หญิงยุคใหม่เชื่อมั่นในตัวเอง และก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม โดยเน้นการออกแบบเครื่องประดับที่เรียบหรู เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ วัน ทั้งยังมีช่วงราคาเข้าถึงง่าย ส่วนใหญ่ไม่เกิน 100,000 เยน หรือราว 19,800 บาท โดยล่าสุดมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี ของ Platinum Woman ด้วยการเปิดตัวไอเท็มใหม่ในไลน์ผลิตภัณฑ์ Platinum Woman โดยมีดาราที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง Fuka Koshiba เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
โฆษณาฉลองครบรอบ 5 ปีของ Platinum Woman จาก https://platinumguild.com/
โลหะเงิน (Silver)
เงินเป็นโลหะมีค่าสีขาวเงิน มีการนำมาใช้ตั้งแต่สมัยโบราณมากกว่า 4,000 ปีมาแล้ว ในหลากหลายอารยธรรมอย่างอียิปต์ อาณาจักรไบเซนไทน์ หรือกรีกโรมัน มีบทบาทเป็นโลหะที่เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนในเกือบทุกวัฒนธรรมทั้งในยุคโบราณและยุคปัจจุบัน ทั้งยังมีการนำมาทำเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ ในภาคอุตสาหกรรม และการลงทุน เงินเป็นโลหะมีค่าที่หาได้ง่ายกว่าทองและแพลทินัม
ข้อมูลจาก The Silver Institute องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดทำข้อมูลอุปทานและอุปสงค์ของเงิน รวมทั้งสถิติข้อมูลต่างๆ พบว่า ในปี 2568 มีการผลิตเงินทั่วโลกประมาณ 25,972 ตัน เพิ่มขึ้น 1.86% โดยผู้ผลิตรายสำคัญประกอบด้วยเม็กซิโก (สัดส่วน 21%), จีน (สัดส่วน 12%), เปรู (สัดส่วน 12%), โบลีเวีย (สัดส่วน 5%) ชิลี (สัดส่วน 5%) และอื่นๆ (สัดส่วน 45%) ตามลำดับ และมีส่วนที่เกิดจากการรีไซเคิล 6,000 ตัน โดยมีการนำไปใช้ในด้านต่างๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (สัดส่วน 40.55%), การลงทุน (สัดส่วน 17.80%), เครื่องประดับ (สัดส่วน 17.09%), เครื่องเงิน (สัดส่วน 4.01%), และอื่นๆ (สัดส่วน 20.55%)
ภาพรวมตลาดเครื่องประดับเงิน
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดและที่ปรึกษาธุรกิจ TechSci Research พบว่า ในปี 2568 ตลาดเครื่องประดับเงินโดยรวมคาดว่า มีมูลค่าประมาณ 41,000 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องที่อัตรา 4.66% ต่อปี ในช่วงปี 2567-2573 (CAGR 2024-2030) โดยเมื่อพิจารณาในตลาดที่สำคัญ พบว่า
สหรัฐอเมริกา
เป็นตลาดที่ใหญ่และมีอิทธิพลสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เครื่องประดับเงินได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มแฟชั่นและพรีเมียม โดยในแง่ของผู้ขายความสามารถในการทำกำไรที่สูงกว่าโลหะมีค่าชนิดอื่นๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการมียอดขายที่เติบโตขึ้น กลุ่มเป้าหมายหลักขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานช่วงอายุ 20-40 ปี ตามมาด้วยช่วงอายุ 41-50 ปี ผู้บริโภคมองหาเครื่องประดับที่มีความโดดเด่น สะดุดตา (Big and Bold) ผลิตจากเงินสเตอร์ลิงแท้ 925 และมีดีไซน์ทันสมัย ในราคาที่สบายกระเป๋า ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มแร็ปเปอร์หรือนักกีฬา แต่กลายเป็นกระแสหลักที่ผู้ชายจากหลากหลายไลฟ์สไตล์เลือกสวมใส่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและเสริมบุคลิกให้กับการแต่งตัว
ภาพเครื่องประดับเงินแบรนด์Tiffany & Co.
อินเดีย
อินเดียถือเป็นตลาดที่โดดเด่นที่สุดในแง่ของปริมาณการบริโภคและการเติบโต ข้อมูลจาก World Silver Survey 2025 ระบุว่าอินเดียครองสัดส่วนการบริโภคเครื่องประดับเงินมากที่สุดถึง 39.2% ของการบริโภคทั่วโลก ทั้งยังมีปัจจัยขับเคลื่อนการลดภาษีนำเข้าโลหะเงินจาก 15% เหลือ 6% และเศรษฐกิจในเมืองรองขยายตัวขึ้น ทำให้ความต้องการพุ่งสูงขึ้น ผู้บริโภคเครื่องประดับอินเดียเน้นเงินที่มีความบริสุทธิ์สูง นิยมซื้อเพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลสำคัญและงานแต่งงาน ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ซื้อเครื่องประดับเงินในฐานะเป็นสินค้าที่ตอบสนองแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ มีน้ำหนักเบา ดีไซน์ที่สวมใส่ได้ทุกวัน และสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล
จีน
แม้เครื่องประดับทองจะเป็นที่หนึ่งในใจชาวจีน แต่เครื่องประดับเงินยังคงครองส่วนแบ่งสำคัญในฐานะสินค้าแฟชั่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจีนมองว่าเงินเป็นวัสดุที่แสดงถึงสไตล์และความทันสมัยมากกว่าทองคำที่มีภาพลักษณ์แบบดั้งเดิม โดยจากการสำรวจของ World Gold Council พบว่า ชาวจีนนิยมซื้อเครื่องประดับเงินให้ตัวเองมากเป็นอันดับ 2 รองจากเครื่องประดับทอง โดยเหตุผลส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจซื้อ ได้แก่ วันเกิด การซื้อแบบเห็นแล้วตัดสินใจซื้อทันที (Saw it and purchased it spontaneously) ทั้งด้านราคาและดีไซน์ ได้รับการดึงดูดจากโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่น่าสนใจ เป็นต้น สะท้อนพฤติกรรมการซื้อเชิงอารมณ์และความเข้าถึงง่ายของเครื่องประดับเงิน นอกจากนี้ การขายผ่าน E-commerce และ Live Streaming ทำให้เครื่องประดับเงินที่มีราคาเข้าถึงง่ายได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น
ยุโรป
นำโดยประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอิตาลี เป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ งานฝีมือ และความงามเหนือกาลเวลา อิตาลีเป็นศูนย์กลางการออกแบบและการผลิตที่มีชื่อเสียง ขณะที่ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรเน้นแฟชั่นและแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ขณะที่ในภาพรวมตลาดในภูมิภาคนี้มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากสำหรับดีไซน์สไตล์วินเทจและโบราณที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการใช้เงินรีไซเคิลเป็นอย่างมาก
ภาพเครื่องประดับเงินจาก https://luisanajewelry.com/
เครื่องประดับเงินมีลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่ทำให้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าโลหะมีค่าอื่นอย่างทองคำหรือแพลทินัม ผู้บริโภคจึงสามารถเป็นเจ้าของเครื่องประดับที่ให้ภาพลักษณ์หรูหราได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เลือกซื้อได้หลายชิ้นตามไลฟ์สไตล์และโอกาสการใช้งาน
ในด้านแฟชั่น เครื่องประดับเงินสามารถปรับตัวได้รวดเร็วและหลากหลาย ตั้งแต่ดีไซน์เรียบง่ายแบบมินิมอลไปจนถึงลวดลายพื้นเมืองหรือชาติพันธุ์ รวมถึงเทคนิคการตกแต่งอย่างเงินรมดำหรือการชุบโรเดียมให้ผิวเงางาม ความยืดหยุ่นด้านการออกแบบนี้ทำให้เงินเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์กระแสแฟชั่นร่วมสมัย และช่วยผลักดันความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ตลาดเครื่องประดับมือสองและการซื้อเพื่อเป็นของขวัญก็มีบทบาทสำคัญ เครื่องประดับเงินที่มีมาตรฐาน มีตราประทับรับรอง และอยู่ในสภาพดี สามารถขายต่อหรือส่งต่อเป็นของขวัญในโอกาสสำคัญต่างๆ ได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการซื้อซ้ำและการหมุนเวียนในตลาดอย่างสม่ำเสมอ
จากมุมมองทางธุรกิจ เครื่องประดับเงินใช้เงินลงทุนในวัตถุดิบน้อย แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ได้รับประโยชน์จากการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก สามารถทำความสะอาดและขัดเงาได้ง่าย เหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันมากกว่าเครื่องประดับทองที่มักเก็บไว้ใช้ในโอกาสพิเศษ
นอกจากนี้ ความหลากหลายของรูปแบบและดีไซน์ยังช่วยให้เครื่องประดับเงินเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง คู่รัก หรือการเลือกเป็นของขวัญ อีกทั้งเงินแท้ เช่น เงินสเตอร์ลิง 925 ยังเป็นมาตรฐานสากลที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ง่าย และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืนและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของผู้บริโภคยุคใหม่
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญของเครื่องประดับเงิน คือ การผสมผสานเงินเข้ากับโลหะมีค่าและชุบโลหะชนิดอื่น เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับงานออกแบบและตอบโจทย์รสนิยมที่หลากหลายของผู้บริโภค การใช้โลหะผสมช่วยเพิ่มความแตกต่าง ความทันสมัย และยกระดับภาพลักษณ์ของเครื่องประดับเงินจากความเรียบง่ายไปสู่ความหรูหราร่วมสมัย รูปแบบที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การผสมเงินกับทองสีเหลือง ให้ความรู้สึกหรูหราแบบคลาสสิก การจับคู่เงินกับโรสโกลด์ที่สะท้อนความสง่างามและอารมณ์โรแมนติก รวมถึงการใช้เงินร่วมกับการชุบโรเดียมสีดำที่ให้ภาพลักษณ์โดดเด่น ทันสมัย และตอบโจทย์ผู้บริโภคสายแฟชั่นและกลุ่มคนรุ่นใหม่
ภาพแหวนเงินกับทองสีเหลือง เงินกับโรสโกลด์ และเงินชุบโรเดียมสีดำ
การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ได้ กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมเครื่องประดับโลกต้องปรับตัวขนานใหญ่ การยึดติดกับทองคำเพียงอย่างเดียวไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืนอีกต่อไปสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค สถานการณ์ดังกล่าวผลักดันให้ผู้ประกอบการหันมาใช้กลยุทธ์ทางเลือก เช่น การลดกะรัต การใช้เทคนิคชุบโลหะ และการเลือกใช้โลหะมีค่าอื่นทดแทนทองคำ โลหะทางเลือกอย่างแพลทินัม และเงิน จึงก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญ โดยแพลทินัมตอบโจทย์ตลาดพรีเมียมด้วยความทนทานและภาพลักษณ์หรูหรา ส่วนเงินตอบสนองไลฟ์สไตล์แฟชั่นด้วยราคาที่เข้าถึงได้และความยืดหยุ่นในงานดีไซน์ การกระจายความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ และสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบรับค่านิยมผู้บริโภคยุคใหม่ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเสริมความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงทางธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
มกราคม 2569ฃ
------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง
1) Jewellery Magazine. 2025. Jewellers express concerns about rising price of gold. [Online]. Available at: https://www.jewellermagazine.com/Article/14561/Jewellers-express-concerns-about-rising-price-of-gold. (Retrieved December 16,2025).
2) The Silver Mountain. 2024. The differences between platinum, palladium, gold, and silver. [Online]. Available at: https://www.thesilvermountain.nl/en/knowledge/the-differences-between-platinum-palladium-gold-and-silver. (Retrieved December 17,2025).
3) Gemmyo. Platinum. [Online]. Available at: https://www.gemmyo.com/en/guidance/precious-metals/. (Retrieved January 9,2025).
4) Miller. 2024. Why platinum jewelry is so popular. [Online]. Available at: https://www.miller.fr/en/blogs/news/. (Retrieved January 12,2025).
5) Discovery Alert. 2025. Global Platinum Jewellery Market Surges as Gold Prices Soar. [Online]. Available at: https://discoveryalert.com.au/platinum-jewellery-market-resurgence-2025-gold-prices/. (Retrieved January 13,2025).
6) GJEPC. 2025. Platinum Jewellery Demand Shows Resilience Amid Volatile Price Environment. [Online]. Available at: https://gjepc.org/solitaire/platinum-jewellery-demand-shows-resilience-amid-volatile-price-environment/. (Retrieved January 14,2025).
7) Cognitive. 2025. Platinum Jewelry Market Analysis 2026. [Online]. Available at: https://www.cognitivemarketresearch.com/platinum-jewelry-market-report. (Retrieved January 14,2025).
8) Auronum. 2025. Shining Brighter: Platinum Jewellery Demand Surges Worldwide. [Online]. Available at: https://auronum.co.uk/shining-brighter-platinum-jewellery-demand-surges-worldwide/. (Retrieved January 15,2025).
9) Solitaire. 2025. PGI India Launches 7th ‘Platinum Season of Love’ Across 1800+ Stores. [Online]. Available at: https://gjepc.org/solitaire/pgi-india-launches-7th-platinum-season-of-love-across-1800-stores/. (Retrieved January 15,2025).
10) Platinum Guild. 2025. PLATINUM WOMAN announces new product launch. [Online]. Available at: https://platinumguild.com/platinum-woman-announces-new-product-launch/. (Retrieved January 16,2025).
11) Mining Weekly. 20226. Platinum jewellery demand continues to show resilience amid market fluctuations. [Online]. Available at: https://www.miningweekly.com/article/platinum-jewellery-demand-continues-to-show-resilience-amid-market-fluctuations-2026-01-07. (Retrieved January 16,2025).
12) The Silver Institute. 2025. World Silver Survey 2025. [Online]. Available at: https://silverinstitute.org/wp-content/uploads/2025/04/World_Silver_Survey-2025.pdf. (Retrieved January 16,2025).
13) The Silver Institute. 2025. Silver Supply & Demand. [Online]. Available at: https://silverinstitute.org/silver-supply-demand/#silver_jewelry_silverware. (Retrieved January 16,2025).
14) Retail Research Trends. 2025. Silver Jewelry Market to Grow with a CAGR of 4.66% through 2030. [Online]. Available at: https://www.linkedin.com/pulse/silver-jewelry-market-grow-cagr-466-through-2030-aw1cc/. (Retrieved January 16,2025).
15) Silvona Jewel. 2025. Why Silver Jewelry Is a Profitable Investment in 2025 – A Guide by Silvona Jewel. [Online]. Available at: https://silvonajewel.com/blogs/. (Retrieved January 16,2025).
16) The Silver Institute. 2025. Silver Shines and Delivers Strong Results for U.S. Jewelers. [Online]. Available at: https://silverinstitute.org/silver-shines-and-delivers-strong-results-for-u-s-jewelers/. (Retrieved January 16,2025).
17) Trade Jini. 2025. Unlocking Growth in India’s $90 Billion Jewellery Industry. [Online]. Available at: https://www.tradejini.com/blogs/unlocking-growth-in-indias-90-billion-jewellery-industry. (Retrieved January 19,2025).
18) World Gold Council. 2025. 2025 Chinese gold jewellery consumer insights: Opportunities in the slowdown. [Online]. Available at: https://www.gold.org/goldhub/research/2025-chinese-gold-jewellery-consumer-insights-opportunities-slowdown. (Retrieved January 19,2025).
19) Hong Factory. 2025. Top 10 Silver Jewelry Trends for 2025 You Need to Know. [Online]. Available at: https://www.hongfactory.com/top-10-silver-jewelry-trends-for-2025-you-need-to-know/. (Retrieved January 19,2025).
20) Platinum Guild. 2025. Platinum Jewellery Business Review Q2 2025. [Online]. Available at: https://platinumguild.com/research-publications-platinum-jewellery-business-review/. (Retrieved January 20,2025).

