ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

การให้บริการแบบเฉพาะบุคคลและประสบการณ์จะขับเคลื่อนสินค้าหรูในปี 2026

May 18, 2026
63 views
0 share

    ผู้บริหารอุตสาหกรรมสินค้าหรูกล่าวว่าการตลาดแบบ hyper-personalization หรือการตลาดที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละคนแบบเชิงลึก การค้าปลีกเชิงประสบการณ์ รวมถึงตลาดสินค้ามือสองและตลาดที่ผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่าซึ่งกำลังขยายตัวเป็นเทรนด์ผู้บริโภคหลักที่จะส่งอิทธิพลต่อธุรกิจสินค้าหรูในปี 2026

        จาก Global Powers of Luxury 2026 ของ Deloitte ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 เทรนด์เหล่านี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความระมัดระวังทางเศรษฐกิจมหภาค 

        ข้อมูลของรายงานฉบับนี้ได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารสูงสุดและผู้บริหารระดับอาวุโส จำนวน 420 รายจาก 10 ประเทศ โดยผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดรับผิดชอบโดยตรงหรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำเนินการเชิงกลยุทธภายในองค์กรของตนที่อยู่ในภาคส่วนหลักของอุตสาหกรรมสินค้าหรู ซึ่งรวมถึงเครื่องประดับ

        “ภาวะเงินเฟ้อสูง ความไม่แน่นอนเรื่องอัตราภาษีศุลกากร และแรงปะทะอื่นๆ ได้บั่นทอนความคึกคักของอุตสาหกรรมในช่วงไม่กี่ปีมานี้” ผลสำรวจดังกล่าวระบุ “ความตื่นเต้นในช่วงหลังวิกฤติโรคระบาด ช่วงปี ค.ศ. 2021-2022 ช่วยสร้างบรรยากาศความมั่นคงมากขึ้นซึ่งบรรดาผู้บริหารคาดการณ์ว่าผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังโดยเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ อัตราภาษีที่พุ่งสูง และความผันผวนของสถานการณ์โลก”

        รายงานฉบับนี้ระบุว่า ปัจจัยทางโครงสร้างเหล่านี้ ตลอดจนความคาดหวังของผู้บริโภค Gen Z ซึ่งต้องการของแท้ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมทางดิจิตอลที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมทางกายภาพกำลังสร้างรูปแบบวิธีการที่แบรนด์สร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายในทุกตลาดหลักทั่วโลกตั้งแต่ยุโรปไปจนถึงเอเชีย

        Deloitte เปิดเผยว่า ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับแท้ ผู้ผลิตบางส่วนหันมาใช้การให้บริการแบบสตูดิโอที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญ คอร์สเรียนที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงและการแสดงก่อนในรูปแบบแกลลอรีที่เน้นงานฝีมือและวัฒนธรรมมากกว่าการเน้นเพียงแค่การขาย

        นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังเปิดเผยอีกว่า จีนยังคงรักษาบทบาทสำคัญในตลาดสินค้าหรูระดับโลก และผู้บริหารของบริษัทผู้ผลิตสินค้าหรูยังคงคาดการณ์ว่าจีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการบริโภคสินค้าหรูทั่วโลกในปี ค.ศ. 2026 โดยมีญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง อินเดีย และยุโรปกระตุ้นยอดขายสินค้าหรู 

        จากการศึกษา คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรูจะขยายตัวร้อยละ 9.3 ในช่วงปี 2026ขณะที่การท่องเที่ยวระดับหรูอาจเติบโตร้อยละ 36.2

        ขณะเดียวกัน “การทำธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ยังรักษาบทบาทการเป็นหลักยึดเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในตลาดอย่างอินเดีย และตะวันออกกลาง ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

        รายงานระบุว่า “การใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางมีความสำคัญมาก โดยการรักษาความใกล้ชิดกับผู้บริโภคทำให้รับรู้ถึงสัญญาณแรกเริ่มของความชื่นชอบที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยให้แบรนด์ปรับปรุงการเลือกสรรและการส่งข้อความก่อนคู่แข่ง ลดการคาดการณ์และความเสี่ยงในสินค้าคงคลัง และปรับปรุงการรับรู้ราคาโดยการจับคู่มูลค่ากับความยืดหยุ่นในพื้นที่”

        สินค้าในกลุ่มเครื่องประดับ ให้ความสนใจอย่างจริงจังกับความเชื่อมั่น ความต้องการเฉพาะบุคคล และความต่อเนื่อง เพราะการซื้อที่อาศัยการมีส่วนร่วมสูงและความสัมพันธ์หลังการขายช่วยเพิ่มผลลัพธ์

นวัตกรรมและการพลิกโฉม

        ปี 2026 จะเป็นปีที่มุ่งเน้นมากขึ้นในเรื่องการประสมผลิตภัณฑ์และระเบียบวินัยในการปฏิบัติงาน โดยการลงทุนเน้นหนักไปที่การขยายแบรนด์ การเร่งพัฒนาธุรกิจดิจิทัล และการเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้าทาง Ominichannel 

        “ปัจจัยหลักรวมไปถึงการพัฒนาความสามารถและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบอัตโนมัติ” รายงานดังกล่าวระบุ “ร้านเรือธงได้รับการปรับหน้าที่ให้เป็นเหมือนจุดหมายที่เป็นพื้นที่จัดแสดงที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจเพื่อสร้างความภักดีและการมีส่วนร่วม ขณะที่บริษัทต่างๆ ตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและประสิทธิภาพในการดำเนินการ”

        จากข้อมูลการสำรวจผู้บริหารบริษัทผุ้ผลิตเครื่องประดับร้อยละ 31.7 คาดการณ์ว่า AI จะมีอิทธิพลสำคัญในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรูในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ร้อยละ 27 พูดถึงนวัตกรรมด้านวัสดุและการผลิต ส่วนที่เหลือชี้ถึงการปรับปรุงด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการค้าออนไลน์เสมือนจริง (virtual commerce)

        ในเรื่องความยั่งยืน ที่รวมไปถึงนวัตกรรมด้านวัสดุและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน เครื่องประดับอยู่ในกลุ่มสินค้าหลักที่มีความคาดหวังสูงสุดในเรื่องนวัตกรรมด้านวัสดุและการผลิต 

        รายงานระบุว่า เครื่องประดับรวมถึงนาฬิกาข้อมือแสดงให้เห็นถึงโอกาสสูงสุดในการค้าออนไลน์เสมือนจริง เนื่องจากการเล่าเรื่องอันน่าหลงใหลและการแสดงสื่อแบบดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความต้องการในระดับสูง สร้างการซื้อที่มีมูลค่าสูง 



แปลและเรียบเรียงโดย ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

พฤษภาคม 2569



-------------------------------------------------------------

อ้างอิงเนื้อหาและภาพประกอบจาก Jewellerynet (2026) " Personalisation, experiences to drive luxury sector in 2026." Available at:  https://shorturl.asia/5ntCu




เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

การให้บริการแบบเฉพาะบุคคลและประสบการณ์จะขับเคลื่อนสินค้าหรูในปี 2026

May 18, 2026
63 views
0 share

    ผู้บริหารอุตสาหกรรมสินค้าหรูกล่าวว่าการตลาดแบบ hyper-personalization หรือการตลาดที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละคนแบบเชิงลึก การค้าปลีกเชิงประสบการณ์ รวมถึงตลาดสินค้ามือสองและตลาดที่ผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่าซึ่งกำลังขยายตัวเป็นเทรนด์ผู้บริโภคหลักที่จะส่งอิทธิพลต่อธุรกิจสินค้าหรูในปี 2026

        จาก Global Powers of Luxury 2026 ของ Deloitte ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 เทรนด์เหล่านี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความระมัดระวังทางเศรษฐกิจมหภาค 

        ข้อมูลของรายงานฉบับนี้ได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารสูงสุดและผู้บริหารระดับอาวุโส จำนวน 420 รายจาก 10 ประเทศ โดยผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดรับผิดชอบโดยตรงหรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำเนินการเชิงกลยุทธภายในองค์กรของตนที่อยู่ในภาคส่วนหลักของอุตสาหกรรมสินค้าหรู ซึ่งรวมถึงเครื่องประดับ

        “ภาวะเงินเฟ้อสูง ความไม่แน่นอนเรื่องอัตราภาษีศุลกากร และแรงปะทะอื่นๆ ได้บั่นทอนความคึกคักของอุตสาหกรรมในช่วงไม่กี่ปีมานี้” ผลสำรวจดังกล่าวระบุ “ความตื่นเต้นในช่วงหลังวิกฤติโรคระบาด ช่วงปี ค.ศ. 2021-2022 ช่วยสร้างบรรยากาศความมั่นคงมากขึ้นซึ่งบรรดาผู้บริหารคาดการณ์ว่าผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังโดยเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ อัตราภาษีที่พุ่งสูง และความผันผวนของสถานการณ์โลก”

        รายงานฉบับนี้ระบุว่า ปัจจัยทางโครงสร้างเหล่านี้ ตลอดจนความคาดหวังของผู้บริโภค Gen Z ซึ่งต้องการของแท้ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมทางดิจิตอลที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมทางกายภาพกำลังสร้างรูปแบบวิธีการที่แบรนด์สร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายในทุกตลาดหลักทั่วโลกตั้งแต่ยุโรปไปจนถึงเอเชีย

        Deloitte เปิดเผยว่า ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับแท้ ผู้ผลิตบางส่วนหันมาใช้การให้บริการแบบสตูดิโอที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญ คอร์สเรียนที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงและการแสดงก่อนในรูปแบบแกลลอรีที่เน้นงานฝีมือและวัฒนธรรมมากกว่าการเน้นเพียงแค่การขาย

        นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังเปิดเผยอีกว่า จีนยังคงรักษาบทบาทสำคัญในตลาดสินค้าหรูระดับโลก และผู้บริหารของบริษัทผู้ผลิตสินค้าหรูยังคงคาดการณ์ว่าจีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการบริโภคสินค้าหรูทั่วโลกในปี ค.ศ. 2026 โดยมีญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง อินเดีย และยุโรปกระตุ้นยอดขายสินค้าหรู 

        จากการศึกษา คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรูจะขยายตัวร้อยละ 9.3 ในช่วงปี 2026ขณะที่การท่องเที่ยวระดับหรูอาจเติบโตร้อยละ 36.2

        ขณะเดียวกัน “การทำธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ยังรักษาบทบาทการเป็นหลักยึดเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในตลาดอย่างอินเดีย และตะวันออกกลาง ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

        รายงานระบุว่า “การใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางมีความสำคัญมาก โดยการรักษาความใกล้ชิดกับผู้บริโภคทำให้รับรู้ถึงสัญญาณแรกเริ่มของความชื่นชอบที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยให้แบรนด์ปรับปรุงการเลือกสรรและการส่งข้อความก่อนคู่แข่ง ลดการคาดการณ์และความเสี่ยงในสินค้าคงคลัง และปรับปรุงการรับรู้ราคาโดยการจับคู่มูลค่ากับความยืดหยุ่นในพื้นที่”

        สินค้าในกลุ่มเครื่องประดับ ให้ความสนใจอย่างจริงจังกับความเชื่อมั่น ความต้องการเฉพาะบุคคล และความต่อเนื่อง เพราะการซื้อที่อาศัยการมีส่วนร่วมสูงและความสัมพันธ์หลังการขายช่วยเพิ่มผลลัพธ์

นวัตกรรมและการพลิกโฉม

        ปี 2026 จะเป็นปีที่มุ่งเน้นมากขึ้นในเรื่องการประสมผลิตภัณฑ์และระเบียบวินัยในการปฏิบัติงาน โดยการลงทุนเน้นหนักไปที่การขยายแบรนด์ การเร่งพัฒนาธุรกิจดิจิทัล และการเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้าทาง Ominichannel 

        “ปัจจัยหลักรวมไปถึงการพัฒนาความสามารถและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบอัตโนมัติ” รายงานดังกล่าวระบุ “ร้านเรือธงได้รับการปรับหน้าที่ให้เป็นเหมือนจุดหมายที่เป็นพื้นที่จัดแสดงที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจเพื่อสร้างความภักดีและการมีส่วนร่วม ขณะที่บริษัทต่างๆ ตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและประสิทธิภาพในการดำเนินการ”

        จากข้อมูลการสำรวจผู้บริหารบริษัทผุ้ผลิตเครื่องประดับร้อยละ 31.7 คาดการณ์ว่า AI จะมีอิทธิพลสำคัญในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรูในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ร้อยละ 27 พูดถึงนวัตกรรมด้านวัสดุและการผลิต ส่วนที่เหลือชี้ถึงการปรับปรุงด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการค้าออนไลน์เสมือนจริง (virtual commerce)

        ในเรื่องความยั่งยืน ที่รวมไปถึงนวัตกรรมด้านวัสดุและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน เครื่องประดับอยู่ในกลุ่มสินค้าหลักที่มีความคาดหวังสูงสุดในเรื่องนวัตกรรมด้านวัสดุและการผลิต 

        รายงานระบุว่า เครื่องประดับรวมถึงนาฬิกาข้อมือแสดงให้เห็นถึงโอกาสสูงสุดในการค้าออนไลน์เสมือนจริง เนื่องจากการเล่าเรื่องอันน่าหลงใหลและการแสดงสื่อแบบดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความต้องการในระดับสูง สร้างการซื้อที่มีมูลค่าสูง 



แปลและเรียบเรียงโดย ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

พฤษภาคม 2569



-------------------------------------------------------------

อ้างอิงเนื้อหาและภาพประกอบจาก Jewellerynet (2026) " Personalisation, experiences to drive luxury sector in 2026." Available at:  https://shorturl.asia/5ntCu




เอกสารแนบ

เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970
external-site