5 อัญมณีที่แพงที่สุดในปี 2567

Jun 21, 2024
13036 views
7 shares

        มีปัจจัยหลายประการที่มีส่วนในการกำหนดราคาของอัญมณี ซึ่งอัญมณีเกือบทุกชนิดมีมูลค่าสูงมาโดยตลอด โดยความหายาก สี ความใส การเจียระไนที่สมบูรณ์แบบและสีสันสดใส ทำให้อัญมณีมีมูลค่าสูงมาก 

        อีกทั้งอัญมณีหลายชนิดก็สามารถเก็บรักษามูลค่าไว้ได้ตามกาลเวลา ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี จึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาว อย่างไรก็ดี มีอัญมณีบางชนิดที่โดดเด่นและมีราคาแพงที่สุดในแต่ละปี ตามความต้องการของนักสะสมและนักลงทุน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอัญมณีได้สรุปอัญมณีที่มีราคาแพงที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2567 ดังนี้

        1) อเล็กซานไดรท์ (Alexandrite)

        อเล็กซานไดรท์ หรือ คนไทยเรียกว่า เจ้าสามสี เป็นอัญมณีที่หายาก พบครั้งแรกในภายในเหมืองมรกตของเทือกเขาอูราล (Ural Mountains) ในรัสเซียในช่วงปี 2373 และได้รับชื่อเรียกอเล็กซานไดรท์ เมื่อปี 2377 จาก Count Lev Alekseevich Perovskii ขุนนางและนักแร่วิทยา ผู้ตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ของรัสเซีย ปัจจุบันอเล็กซานไดรท์ส่วนใหญ่มาจากศรีลังกา บราซิล และแอฟริกาตะวันออก

        อเล็กซานไดรท์จัดอยู่ในตระกูลคริโซเบริล (Chrysoberyl) เปลี่ยนสีได้ภายใต้แหล่งแสงที่แตกต่างกัน โดยปกติมีสีเขียวมรกตในแสงธรรมชาติแต่กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงม่วงภายใต้แสงเทียนหรือหลอดไฟทังสเตน โดยมูลค่าของอเล็กซานไดรท์ขึ้นอยู่ระดับของการเปลี่ยนสี ถ้าระดับการเปลี่ยนสีนั้นเห็นความแตกต่างชัดเจนก็ยิ่งมีราคาสูง โดยการเปลี่ยนสีที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ  จากสีเขียวเป็นสีแดงม่วงโดยไม่มีสีฟ้าหรือสีน้ำตาลปนอยู่ในนั้น ส่วนการเปลี่ยนเป็นสีฟ้า-เขียว หรือ แดงม่วง/น้ำตาลเข้ม มีมูลค่าน้อยกว่าสีม่วงบริสุทธิ์ ปัจจุบันอเล็กซานไดรท์มีราคาเฉลี่ยราว 12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต


ที่มาภาพ: www.gemstones.com

        2) เบริลสีแดง (Red Beryl)

        เบริลสีแดงเป็นหนึ่งในอัญมณีที่หาได้ยากที่สุดบนโลก พบครั้งแรกในปี 2447 ในเทือกเขาวาวาของรัฐยูทาห์ หาได้ยากกว่าทับทิม 8,000 เท่า โดยเบริลสีแดงที่มีความใสสูงและเกรดสีสดใสเป็นที่ต้องการอย่างมากของนักสะสมและผู้ซื้อที่มีความพร้อม

        มีปัจจัยหลายอย่างที่กำหนดมูลค่าของเบริลสีแดง โดยความเข้มของสีแดงและความบริสุทธิ์ของสีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สีแดงบริสุทธิ์มีมูลค่ามากกว่าเฉดสีอ่อนหรือสีส้มอมน้ำตาล รวมถึงการเจียระไนอย่างไร้ที่ติ ก็จะส่งผลให้เบริลสีแดงมีราคาสูงมาก ส่วนมลทินภายในอัญมณีจะลดความใส ทำให้ราคาลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ เบริลสีแดงขนาดใหญ่ยังหาได้ยากและราคาแพงมาก ปัจจุบันราคาของเบริลสีแดงมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต


ที่มาภาพ: https://instoremag.com/

        3) พัดพารัดชา (Padparadscha Sapphire)

        พัดพารัดชาเป็นแร่ประเภทคอรันดัมที่มีสีชมพูและสีส้มในปริมาณที่เท่าๆ กัน โดยไม่มีสีใดสีหนึ่งมากกว่ากัน เป็นสิ่งที่พบได้ยาก จึงทำให้พลอยพัดพารัดชาเป็นพลอยหายาก และมีระดับราคาสูงเทียบได้กับราคาแซปไฟร์สีน้ำเงินเกรดพรีเมี่ยมเลยทีเดียว

        พัดพารัดชาพบได้โดยส่วนใหญ่ในศรีลังกาซึ่งเป็นแหล่งที่ผลิตพัดพารัดชาคุณภาพดีที่สุด และราคาสูงที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถพบพัดพารัดชาได้ในมาดากัสการ์และแทนซาเนียด้วย แต่ส่วนใหญ่จะมีคุณภาพต่ำและราคาต่ำกว่าจากศรีลังกา ปัจจุบันพัดพารัดชามีราคาเฉลี่ยราว 8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต 


ที่มาภาพ: https://geologyscience.com/

        4) เบนิโทไอต์ (Benitoite)

        เบนิโทไอต์ เป็นแร่ในกลุ่มไซโคลซิเกต หรือเรียกกันว่า “เพชรสีน้ำเงิน” ขุดเจอครั้งแรกเมื่อปี 2450 โดยบริเวณที่พบ คือพื้นที่เทือกเขาซานเบนิโตซึ่งอยู่ระหว่างเมืองซานฟรานซิสโกและเมืองลอสแอนเจลิส เบนิโทไอต์ที่มีสีฟ้าเข้ม มีความสะอาดใส จะหาได้ยากและมีราคาสูงมาก ปัจจุบันเบนิโทไอต์ มีราคาเฉลี่ยราว 3,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต


ที่มาภาพ: https://geologyscience.com/

        5) โอปอดำ (Black Opal)

        โอปอดำเป็นโอปอที่มีพื้นหลังเป็นสีดำหรือสีเทา สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเขียวเข้ม หรือน้ำตาลเข้ม มีมลทินสีคล้ำ เช่น เหล็กออกไซด์ แสดงปรากฏการณ์เล่นสีเป็นประกายสีรุ้ง เนื้อโอปอ โปร่งแสงถึงกึ่งทึบแสง โอปอดำหาได้ยากมากและราคาสูงมาก ส่วนใหญ่มาจากเหมือง Lightning Ridge รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งโอปอดำที่มีชื่อเสียงที่สุดและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก ปัจจุบันโอปอดำมีราคาเฉลี่ยราว 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต 


ที่มาภาพ: https://australian.museum/

ด้วยความสวยงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ และหาได้ยากของอัญมณี ทำให้เป็นที่ต้องการของนักสะสมและนักลงทุนอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาอัญมณีสูงต่อไปในอีกหลายปี ทั้งนี้ ตามรายงานล่าสุดจากบริษัทวิจัยตลาด Future Market Insights ระบุว่า ตลาดอัญมณีของโลกมีมูลค่าประมาณ 32.38 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566 ผู้เชี่ยวชาญพยากรณ์ว่า มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นไปถึง 55.96 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2576 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 5.6% ในช่วงระยะเวลา 10 ปี


จัดทำโดย นางสาววาสนา สมเนตร์

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 มิถุนายน 2567


ข้อมูลอ้างอิง


Which Gemstones Topped the List of the 5 Most Expensive in 2024? [Online]. Available at https://thebossmagazine.com/which-gemstones-most-expensive-2024/. (Retrieved June 5, 2024).

เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


5 อัญมณีที่แพงที่สุดในปี 2567

Jun 21, 2024
13036 views
7 shares

        มีปัจจัยหลายประการที่มีส่วนในการกำหนดราคาของอัญมณี ซึ่งอัญมณีเกือบทุกชนิดมีมูลค่าสูงมาโดยตลอด โดยความหายาก สี ความใส การเจียระไนที่สมบูรณ์แบบและสีสันสดใส ทำให้อัญมณีมีมูลค่าสูงมาก 

        อีกทั้งอัญมณีหลายชนิดก็สามารถเก็บรักษามูลค่าไว้ได้ตามกาลเวลา ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี จึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาว อย่างไรก็ดี มีอัญมณีบางชนิดที่โดดเด่นและมีราคาแพงที่สุดในแต่ละปี ตามความต้องการของนักสะสมและนักลงทุน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอัญมณีได้สรุปอัญมณีที่มีราคาแพงที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2567 ดังนี้

        1) อเล็กซานไดรท์ (Alexandrite)

        อเล็กซานไดรท์ หรือ คนไทยเรียกว่า เจ้าสามสี เป็นอัญมณีที่หายาก พบครั้งแรกในภายในเหมืองมรกตของเทือกเขาอูราล (Ural Mountains) ในรัสเซียในช่วงปี 2373 และได้รับชื่อเรียกอเล็กซานไดรท์ เมื่อปี 2377 จาก Count Lev Alekseevich Perovskii ขุนนางและนักแร่วิทยา ผู้ตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ของรัสเซีย ปัจจุบันอเล็กซานไดรท์ส่วนใหญ่มาจากศรีลังกา บราซิล และแอฟริกาตะวันออก

        อเล็กซานไดรท์จัดอยู่ในตระกูลคริโซเบริล (Chrysoberyl) เปลี่ยนสีได้ภายใต้แหล่งแสงที่แตกต่างกัน โดยปกติมีสีเขียวมรกตในแสงธรรมชาติแต่กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงม่วงภายใต้แสงเทียนหรือหลอดไฟทังสเตน โดยมูลค่าของอเล็กซานไดรท์ขึ้นอยู่ระดับของการเปลี่ยนสี ถ้าระดับการเปลี่ยนสีนั้นเห็นความแตกต่างชัดเจนก็ยิ่งมีราคาสูง โดยการเปลี่ยนสีที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ  จากสีเขียวเป็นสีแดงม่วงโดยไม่มีสีฟ้าหรือสีน้ำตาลปนอยู่ในนั้น ส่วนการเปลี่ยนเป็นสีฟ้า-เขียว หรือ แดงม่วง/น้ำตาลเข้ม มีมูลค่าน้อยกว่าสีม่วงบริสุทธิ์ ปัจจุบันอเล็กซานไดรท์มีราคาเฉลี่ยราว 12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต


ที่มาภาพ: www.gemstones.com

        2) เบริลสีแดง (Red Beryl)

        เบริลสีแดงเป็นหนึ่งในอัญมณีที่หาได้ยากที่สุดบนโลก พบครั้งแรกในปี 2447 ในเทือกเขาวาวาของรัฐยูทาห์ หาได้ยากกว่าทับทิม 8,000 เท่า โดยเบริลสีแดงที่มีความใสสูงและเกรดสีสดใสเป็นที่ต้องการอย่างมากของนักสะสมและผู้ซื้อที่มีความพร้อม

        มีปัจจัยหลายอย่างที่กำหนดมูลค่าของเบริลสีแดง โดยความเข้มของสีแดงและความบริสุทธิ์ของสีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สีแดงบริสุทธิ์มีมูลค่ามากกว่าเฉดสีอ่อนหรือสีส้มอมน้ำตาล รวมถึงการเจียระไนอย่างไร้ที่ติ ก็จะส่งผลให้เบริลสีแดงมีราคาสูงมาก ส่วนมลทินภายในอัญมณีจะลดความใส ทำให้ราคาลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ เบริลสีแดงขนาดใหญ่ยังหาได้ยากและราคาแพงมาก ปัจจุบันราคาของเบริลสีแดงมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต


ที่มาภาพ: https://instoremag.com/

        3) พัดพารัดชา (Padparadscha Sapphire)

        พัดพารัดชาเป็นแร่ประเภทคอรันดัมที่มีสีชมพูและสีส้มในปริมาณที่เท่าๆ กัน โดยไม่มีสีใดสีหนึ่งมากกว่ากัน เป็นสิ่งที่พบได้ยาก จึงทำให้พลอยพัดพารัดชาเป็นพลอยหายาก และมีระดับราคาสูงเทียบได้กับราคาแซปไฟร์สีน้ำเงินเกรดพรีเมี่ยมเลยทีเดียว

        พัดพารัดชาพบได้โดยส่วนใหญ่ในศรีลังกาซึ่งเป็นแหล่งที่ผลิตพัดพารัดชาคุณภาพดีที่สุด และราคาสูงที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถพบพัดพารัดชาได้ในมาดากัสการ์และแทนซาเนียด้วย แต่ส่วนใหญ่จะมีคุณภาพต่ำและราคาต่ำกว่าจากศรีลังกา ปัจจุบันพัดพารัดชามีราคาเฉลี่ยราว 8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต 


ที่มาภาพ: https://geologyscience.com/

        4) เบนิโทไอต์ (Benitoite)

        เบนิโทไอต์ เป็นแร่ในกลุ่มไซโคลซิเกต หรือเรียกกันว่า “เพชรสีน้ำเงิน” ขุดเจอครั้งแรกเมื่อปี 2450 โดยบริเวณที่พบ คือพื้นที่เทือกเขาซานเบนิโตซึ่งอยู่ระหว่างเมืองซานฟรานซิสโกและเมืองลอสแอนเจลิส เบนิโทไอต์ที่มีสีฟ้าเข้ม มีความสะอาดใส จะหาได้ยากและมีราคาสูงมาก ปัจจุบันเบนิโทไอต์ มีราคาเฉลี่ยราว 3,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต


ที่มาภาพ: https://geologyscience.com/

        5) โอปอดำ (Black Opal)

        โอปอดำเป็นโอปอที่มีพื้นหลังเป็นสีดำหรือสีเทา สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเขียวเข้ม หรือน้ำตาลเข้ม มีมลทินสีคล้ำ เช่น เหล็กออกไซด์ แสดงปรากฏการณ์เล่นสีเป็นประกายสีรุ้ง เนื้อโอปอ โปร่งแสงถึงกึ่งทึบแสง โอปอดำหาได้ยากมากและราคาสูงมาก ส่วนใหญ่มาจากเหมือง Lightning Ridge รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งโอปอดำที่มีชื่อเสียงที่สุดและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก ปัจจุบันโอปอดำมีราคาเฉลี่ยราว 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต 


ที่มาภาพ: https://australian.museum/

ด้วยความสวยงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ และหาได้ยากของอัญมณี ทำให้เป็นที่ต้องการของนักสะสมและนักลงทุนอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาอัญมณีสูงต่อไปในอีกหลายปี ทั้งนี้ ตามรายงานล่าสุดจากบริษัทวิจัยตลาด Future Market Insights ระบุว่า ตลาดอัญมณีของโลกมีมูลค่าประมาณ 32.38 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566 ผู้เชี่ยวชาญพยากรณ์ว่า มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นไปถึง 55.96 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2576 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 5.6% ในช่วงระยะเวลา 10 ปี


จัดทำโดย นางสาววาสนา สมเนตร์

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 มิถุนายน 2567


ข้อมูลอ้างอิง


Which Gemstones Topped the List of the 5 Most Expensive in 2024? [Online]. Available at https://thebossmagazine.com/which-gemstones-most-expensive-2024/. (Retrieved June 5, 2024).

เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970