ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับญี่ปุ่น การผสานอัตลักษณ์และความร่วมสมัย

Aug 28, 2026
75 views
0 share

        ตลาดเครื่องประดับของประเทศญี่ปุ่นนับเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญของโลก ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ และผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความประณีตและคุณภาพในระดับสูง อีกทั้งยังสามารถผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับงานฝีมือดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานนับพันปีได้อย่างลงตัว จุดเด่นเหล่านี้ทำให้ญี่ปุ่นเป็นทั้งศูนย์กลางการบริโภคและแหล่งสร้างสรรค์งานออกแบบอันมีเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

กำเนิดอัญมณีและเครื่องประดับในญี่ปุ่น 

ในเชิงประวัติศาสตร์ อัญมณีและเครื่องประดับของญี่ปุ่นมีรากฐานยาวนานตั้งแต่ยุคโจมง (Jomon) ช่วงประมาณ 14,000–300 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเริ่มสร้างเครื่องประดับจากวัสดุธรรมชาติ เช่น หิน เปลือกหอย และดินเผา เพื่อใช้ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และพิธีกรรม ต่อมาในยุคซามูไร เครื่องประดับและวัตถุโลหะมีบทบาทสะท้อนสถานะ อำนาจ และชนชั้นทางสังคม วัฒนธรรมเครื่องประดับของญี่ปุ่นได้รับการพัฒนาอย่างมากช่วงยุคเอโดะ (Edo) ระหว่าง ค.ศ. 1603–1868 ช่างฝีมือหันมาใช้ทักษะการลงรักและงานโลหะในการสร้างสรรค์เครื่องประดับที่ประณีต ส่งผลให้เกิดรูปแบบเฉพาะ เช่น คันซาชิ (Kanzashi) หรือเครื่องประดับผมที่มีการทำจากวัสดุหลายชนิดอย่างไม้ โลหะ หรือพลาสติก และโอบิโดเมะ (Obidome) เครื่องประดับสายคาดเอวชุดกิโมโนที่ช่วยเพิ่มความหรูหราหรือความเป็นเอกลักษณ์ให้กับชุดกิโมโน มีหลายวัสดุตั้งเเต่โลหะ แก้ว ไปจนถึงงานฝีมือประณีต เหล่านี้สะท้อนทักษะเชิงช่างและสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ในสมัยเอโดะยังเป็นจุดเริ่มต้นของเทคนิคโมคุเมะกาเนะ (Mokume Gane) หรือการทำโลหะเป็นลายไม้ ที่ช่างโลหะชาวญี่ปุ่นเริ่มใช้ในการตกแต่งโกร่งดาบซามูไร ก่อนที่จะขยายไปยังเครื่องประดับตกแต่งอื่นๆ และแพร่หลายไปยังโลกตะวันตก

   

ภาพโกร่งดาบ และแหวนแต่งงานลวดลาย Mokume Gane

ในยุคเมจิ (Meiji) ระหว่าง ค.ศ. 1868-1912 เมื่อญี่ปุ่นเปิดรับอิทธิพลตะวันตก ทำให้รูปแบบเครื่องประดับพัฒนาไปสู่การผสมผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมกับเทคนิคสมัยใหม่ รวมถึงมีการพัฒนาไข่มุกเลี้ยง ซึ่งกลายเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ยกระดับญี่ปุ่นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องประดับโลก ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าประวัติศาสตร์เครื่องประดับญี่ปุ่นมิได้เป็นเพียงวิวัฒนาการของรูปแบบศิลปะ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของพลวัตทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และอัตลักษณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

ญี่ปุ่นมีการค้นพบอัญมณีล้ำค่าหลากหลายชนิด ได้แก่ หยก อำพัน ควอตซ์ อะเกต โมรา ปะการัง ไข่มุก เป็นต้น ในบรรดาอัญมณีเหล่านั้น หลายชนิดได้รับความนิยมนำมาทำเครื่องประดับและเครื่องใช้ตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะหยกเจไดต์ (Jadeite) ที่ได้รับเลือกให้เป็นอัญมณีประจำชาติของญี่ปุ่นในปี 2016 โดยมีเมืองอิโตอิกาวะ (Itoigawa) ในจังหวัดนีงาตะ เป็นแหล่งค้นพบหยกและทำเป็นเครื่องประดับหยกมานานหลายพันปี ลักษณะของหยกที่พบในญี่ปุ่นนั้นมีสีเขียวใส สีขาว สีม่วงอ่อน และสีฟ้าอ่อน 

 

ภาพเครื่องใช้ที่ทำจากอะเกตของเมืองโอบะ จังหวัดฟุกุอิ จาก https://www.fun-japan.jp/en/articles/14161

ขณะที่ความสำคัญในการผลิตที่สำคัญของญี่ปุ่น เกิดจากโคคิจิ มิคิโมะโตะ ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงมุกแห่งแรกของโลก ที่เกาะไข่มุกมิคิโมะโตะ จังหวัดมิเอะ ก่อให้เกิด Mikimoto แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำของโลกในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังมีแหล่งผลิตไข่มุกคุณภาพสูงอื่นๆ เช่น จังหวัดเอฮิเมะ และเมืองโกเบ ที่เป็นศูนย์กลางการกระจายไข่มุกที่สำคัญ 

ส่วนการผลิตโลหะมีค่านั้น ในอดีตญี่ปุ่นเคยมีเหมืองแร่ทองคำ เงิน ทองแดง และเหล็กมากมาย แต่ปัจจุบัน มีเหมืองทองคำแห่งเดียวที่ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ คือ เหมืองฮิชิคาริ ในจังหวัดคาโกชิมะ และทองคำที่ขุดพบมีคุณภาพสูง มีกำลังผลิตราวปีละ 5 ตัน และคาดการณ์ว่าจะสามารถทำเหมืองไปได้จนถึงราวปี 2046 ส่วนเหมืองโลหะอื่นๆ ถูกปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งบางแห่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แม้ว่าแหล่งอุปทานโลหะมีค่าโดยตรงจากธรรมชาติจะขาดแคลน แต่ญี่ปุ่นมีบริษัทอย่าง Sumitomo Metal Mining และ Mitsubishi Materials ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสกัดโลหะมีค่าจากแหล่งทุติยภูมิ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือจากเศษโลหะ ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของเหมืองในเมือง (Urban Mining) โดยทั้งสองบริษัทยังเป็นสมาชิกของ LBMA ด้วย

ยามานาชิ ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับ

ในปัจจุบัน ญี่ปุ่นไม่มีบทบาทในฐานะแหล่งเหมืองอัญมณีหรือโลหะมีค่าขนาดใหญ่ของโลก แต่ญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญมากในส่วนของการคัดแยกคุณภาพ การเจียระไน และปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดยามานาชิ เมืองโคฟุ ที่ทำหน้าที่เหมือนศูนย์กลางด้านอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ 

ตามการสำรวจของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น พบว่า จังหวัดยามานาชิ มีจำนวนสถานประกอบการที่ประกอบธุรกิจผลิตและแปรรูปเครื่องประดับมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีจำนวน 146 บริษัท ประมาณ 90% ของบริษัทเหล่านี้ตั้งอยู่ในเมืองโคฟุ (Kofu) ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด กลายเป็นศูนย์กลางที่ครบวงจรครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ เจียระไนตกแต่ง แปรรูปโลหะมีค่า ไปจนถึงการจัดจำหน่าย จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตอัญมณีชั้นนำของโลก เคียงข้างเมืองอีดาร์-โอเบอร์ชไตน์ (Idar-Oberstein) ของเยอรมนี 

วัฒนธรรมอัญมณีของเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ มีรากฐานย้อนกลับไปได้ถึงสมัยโจมง (14,000-300 ปีก่อน ค.ศ.) จากการที่ชาวบ้านได้นำผลึกควอตซ์มาใช้ทำหัวลูกศร ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำควอตซ์มาแปรรูปพัฒนาสู่ทักษะที่สูงขึ้นทั้งการแกะสลัก ขัดเงา เจียระไน ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ด้วยปริมาณควอตซ์ที่ลดลงจนต้องนำเข้า จึงมีการต่อยอดทักษะด้านอัญมณีไปยังเพชรและพลอยสี จึงทำให้ยามานาชิเติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องประดับที่ครบวงจร ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเครื่องประดับในท้องถิ่นนั้นเดิมทีเน้นการผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ของบริษัทอื่น แต่ช่วงโควิด-19 ได้รับผลกระทบจากยอดคำสั่งผลิตที่ลดลง ทำให้ปัจจุบันช่างทำเครื่องประดับจำนวนมากหันมาทุ่มเทในการพัฒนาแบรนด์ของตนเอง

 

ภาพการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์คริสตัล ในเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ จาก https://www.tanzawa-net.co.jp/shop/219/

นอกจากยามานาชิแล้ว ในจังหวัดอื่นของญี่ปุ่นที่เป็นย่านสำคัญของอัญมณีและเครื่องประดับ แบ่งตามประเภท ได้แก่

1. กลุ่มความหรูหราและแบรนด์ระดับโลก (The Luxury Hubs)

ย่านกินซ่า (Ginza) โตเกียว โดดเด่นเรื่องเครื่องประดับชั้นสูง ฝีมือประณีต ศูนย์รวมร้านระดับ Flagship Store ของแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ระดับสูงของญี่ปุ่นอย่าง Mikimoto และ Tasaki รวมทั้งเครื่องประดับชั้นสูงแนววินเทจที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ไข่มุกระดับหายาก และเพชรเกรดเพื่อการลงทุน 

ชินจูกุ โตเกียว เด่นในเรื่องเพชรและเครื่องประดับสำหรับงานแต่งงาน มีร้านสาขาของแบรนด์มากมาย  เหมาะสำหรับคู่รักที่มองหาแหวนหมั้นและแต่งงาน มีตัวเลือกทั้งเพชรธรรมชาติและเพชรสังเคราะห์ ในสไตล์ทันสมัยและแบบมินิมอล

 

Flagship Store แบรนด์เครื่องประดับ WSP ในย่านกินซ่า

2. กลุ่มดีไซน์ล้ำสมัยและงานฝีมือ (The Designers & Artisans)

โอโมเตะซันโดและฮาราจูกุ (Omotesando and Harajuku) โตเกียว โดดเด่นเรื่องในงานของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ งานแนวมินิมอลและศิลปะร่วมสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบงานเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์แปลกใหม่ และงาน Limited-edition ที่ร่วมกับแบรนด์แฟชั่น เกียวโต โดดเด่นเรื่องงานช่างทองโบราณและเทคนิคดั้งเดิม เช่น Mokume-gane เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องประดับที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม งานทำมือที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แบบศิลปะดั้งเดิม

3. กลุ่มแหล่งผลิตและวัตถุดิบ (The Production & Sourcing Hubs)

โยโกฮาม่า เด่นเรื่องไข่มุกและการค้าส่งอัญมณีและเครื่องประดับ เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่มองหามุก

อะโกย่า (Akoya) หรือมุกระดับ Hanadama (ไข่มุกอะโกย่าเกรดสูงของญี่ปุ่น) ในราคาส่งและแหล่งประมูลมุกที่สำคัญ เจ้าภาพจัดงาน International Jewellery Autumn ซึ่งดึงดูดผู้นำด้านเพชรและอัญมณีระดับโลกเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น รวมทั้งย่านหรูของเมือง เช่น ย่านมินาโตมิไร เป็นที่ตั้งของบูติกระดับเรือธง อย่าง Van Cleef & Arpels และ Tiffany & Co. ควบคู่ไปกับร้านค้างานฝีมือท้องถิ่น

4. กลุ่มตลาดรองและเทรนด์ใหม่ๆ 

โอซาก้า เด่นเรื่องเครื่องประดับในราคาเข้าถึงง่าย ร้านขายเครื่องประดับวินเทจคุณภาพสูง แหล่งจัดหาพลอยสี เครื่องประดับทองและแพลทินัม ตลาดสินค้าหรูมือสอง สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการคุณภาพสูงแต่ไม่ต้องการจ่ายในราคาแพงแบบย่านกินซ่า ฟุกุโอกะ งานฝีมือจากดีไซเนอร์หน้าใหม่ งานเจียระไนที่เป็นเอกลักษณ์ เครื่องประดับทองฝีมือประณีตที่ผสมผสานสไตล์ญี่ปุ่นและยุโรปเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเทรนด์ใหม่ๆ และงานฝีมือในแบบภูมิภาคคิวชู 

ทั้งนี้ จุดเด่นของญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่ปริมาณการผลิตที่สูง แต่เป็นการผลิตที่ประณีต มีความแม่นยำและมาตรฐานสูง งานเจียระไนของญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพระดับสูงและความสม่ำเสมอ ทำให้อัญมณีที่ผ่านญี่ปุ่นสามารถยกระดับราคาได้ แม้จะนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ 

ภาพรวมตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่น

ศูนย์กลางสำคัญการค้าของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับญี่ปุ่น กระจายตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ที่สำคัญ ได้แก่ กรุงโตเกียวและนครโอซาก้า ด้วยระบบค้าปลีกที่แข็งแกร่งและกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับสูง ขณะที่เมืองโยโกฮาม่าและนาโกย่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นพื้นที่สำคัญแห่งใหม่ของการเติบโตทางตลาด ท่ามกลางภาวะเงินเยนอ่อนค่าลงต่อเนื่องและภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าหลายอย่างเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมไปสู่สินค้าที่คุ้มค่าและราคาเข้าถึงได้มากขึ้น ด้านช่องทางจำหน่าย ทุกช่องทางกลับมามียอดเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี โดยเฉพาะร้านค้าประเภท Discount Store ซึ่งเติบโตเด่นที่สุดและสามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคหญิงวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นได้มากขึ้น ขณะเดียวกันช่องทางออนไลน์และการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ยังคงเติบโต จากการคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่า

ตลาดเครื่องประดับทอง 

ทองคำมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของตลาดเครื่องประดับ ชาวญี่ปุ่นนิยมทองสีเหลืองมากกว่าทองขาว ปัจจัยสนับสนุนมาจากความตระหนักรู้เกี่ยวกับทองคำในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน กระแสนิยมสินค้าหรูที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอิทธิพลของโซเชียลมีเดียและการโปรโมตจากคนดัง ยังช่วยกระตุ้นแนวโน้มการซื้อเครื่องประดับในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยทั่วไปผู้หญิงมักนิยมเครื่องประดับที่มีดีไซน์ประณีต เช่น สร้อยคอ ต่างหู และกำไล ประดับด้วยอัญมณี ขณะที่ผู้ชายจะเน้นความเรียบง่ายและความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ยอดขายทองคำปี 2025 โดยรวมเติบโต 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

    

ภาพเครื่องประดับทองแบรนด์ 4℃ (หนึ่งในแบรนด์ใหญ่ของญี่ปุ่น) จาก https://www.fdcp.co.jp/

ตลาดเครื่องประดับแพลทินัม 

เครื่องประดับแพลทินัมมีสัดส่วนราว 25% รองมาจากเครื่องประดับทอง ในปี 2025 มีสัญญาณฟื้นตัวอย่าง โดยยอดขายในไตรมาส 4 เติบโตได้ 1.5% หลังจากก่อนหน้านี้ชะลอตัวลง ปัจจัยสำคัญคือผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคบางส่วนเริ่มหันมาใช้แพลทินัมแทนทองคำ เนื่องจากราคาทองที่ผันผวนและเพิ่มสูงขึ้น กลุ่มสินค้าที่เติบโตดีที่สุดคือสร้อยคอและจี้ รวมถึงต่างหูและกำไล ซึ่งบางส่วนเข้ามาแทนความต้องการเครื่องประดับทอง ผู้บริโภคญี่ปุ่นมองว่าแพลทินัมคุ้มค่ากว่าในภาวะราคาทองสูง ทำให้ตลาดแพลทินัมเติบโตได้ดีในช่วงราคาประมาณ 50,000–500,000 เยน (ราว 319-3,190 ดอลลาร์สหรัฐ)

ปัจจัยเบื้องหลังการฟื้นตัวนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการรุกตลาดอย่างต่อเนื่องของ Platinum Guild International (PGI) องค์กรกลางผู้พัฒนาตลาดแพลทินัมระดับโลก ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนผู้ค้าปลีกในญี่ปุ่นด้วยการทำกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม (Occasion-led Marketing) เพื่อเปลี่ยนแพลทินัมจากเดิมที่เป็นเพียง เครื่องประดับแต่งงานให้กลายเป็น'เครื่องประดับในชีวิตประจำวัน ผ่านแคมเปญกระตุ้นยอดขาย เช่น คอลเลกชัน "Platinum Woman" ที่เจาะกลุ่มผู้หญิงทำงานยุคใหม่ให้ซื้อเป็นรางวัลให้ตัวเอง และแคมเปญ "Hello Me, Platinum" ที่เจาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงวัย นอกจากนี้ PGI ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน โดยสนับสนุนด้านข้อมูลการตลาดและร่วมมือกับแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำในญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาดีไซน์สินค้ากลุ่มสร้อยคอ จี้ และต่างหู ให้ตอบโจทย์แฟชั่นสมัยใหม่ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าแทนเครื่องประดับทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ภาพโฆษณา Platinum Woman จาก https://platinumguild.com/

ตลาดเครื่องประดับเพชร 

แต่เดิมนั้นตลาดเพชรในญี่ปุ่นนิยมไซส์ขนาดเล็กไม่เกิน 0.1-0.5 กะรัต แต่ด้วยการเปิดกว้างรับวัฒนธรรมต่างชาติและเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ทำให้ขนาดเพชรที่นิยมปรับขึ้นมาเป็น 0.5-1 กะรัต จากเดิมที่ชาวญี่ปุ่นมองว่ามีขนาดใหญ่เกินไป โดยแนวโน้มสำคัญคือผู้บริโภคญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจเพชรสังเคราะห์มากขึ้น เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเพชรขนาดใหญ่ขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 เครื่องประดับเพชรมียอดขายลดลง 2.5% แม้กลุ่มเครื่องประดับเพชรสังเคราะห์จะเติบโตเพิ่มขึ้น แต่ยังมีสัดส่วนตลาดค่อนข้างจำกัดเฉพาะกลุ่ม

นอกจากนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยการตลาดและที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่น อย่างสถาบันวิจัย Yano Research Institute ระบุว่า ในปี 2024 มูลค่าตลาดค้าปลีกเครื่องประดับได้ทะยานขึ้นสู่ระดับ 1.130 ล้านล้านเยน นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งทศวรรษ และขยายตัวต่อเนื่องไปถึงราว 1.207 ล้านล้านเยน ในปี 2025 (ประมาณ 7,643.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยปัจจัยหนุนมาจากตลาดหุ้นและราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มผู้บริโภคที่มีฐานะดีจึงมีการใช้จ่ายสำหรับอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขึ้น ในด้านของผู้ค้าก็ได้มีการปรับราคาสินค้าสูงขึ้นเนื่องจากราคาทองคำพุ่งสูง นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกส่วนนึงที่ทำให้ตลาดมีการซื้อขายที่คึกคัก

การบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับของชาวญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจ โดยภาพรวมของตลาดเกิดการจัดระดับราคาและการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน ในกลุ่มที่มีฐานะดีมีรายได้สูงยังคงซื้ออัญมณีและเครื่องประดับราคาสูงเพื่อการบริโภคและลงทุน ในขณะที่กลุ่มตลาดแมสหรือคนทั่วไปจะเน้นสินค้าราคาจับต้องได้มากขึ้น เกิดแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านวัสดุจากเดิมที่นิยมทองคำบริสุทธิ์อย่างทอง 18K ไปสู่การเลือกใช้ทองคำที่มีสัดส่วนรองลงมา เช่น ทอง 12K และ 10K รวมถึงโลหะเงิน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและดีไซน์ อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม ตลาดเครื่องประดับสำหรับงานแต่งงานกลับมีสัญญาณการฟื้นตัวที่โดดเด่น ด้วยสถิติจำนวนคู่แต่งงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ควบคู่ไปกับงบประมาณการซื้อแหวนแต่งงานต่อคู่สูงขึ้น โดยคู่รักยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ความหรูหรา แต่ให้คุณค่ากับความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร และเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ (Storytelling) เป็นพิเศษ

ในด้านพฤติกรรมและค่านิยมของผู้บริโภค เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญเมื่อสัดส่วนของผู้หญิงที่เลือกซื้อเครื่องประดับเพื่อเป็นรางวัลให้แก่ตนเองเติบโตสูงขึ้นจนแตะระดับ 36% นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แซงหน้าสัดส่วนของผู้ชายที่ซื้อให้เป็นของขวัญซึ่งอยู่ที่ 35% แสดงให้เห็นถึงค่านิยมการพึ่งพาตนเองและอำนาจการซื้อของผู้หญิงยุคใหม่ นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันยังตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและหลักจริยธรรมอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้แบรนด์เครื่องประดับที่ชูจุดยืนเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และความโปร่งใสในกระบวนการผลิต สามารถครองใจและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาด

สำหรับแนวคิดและกระแสนิยมด้านงานออกแบบ ชาวญี่ปุ่นนิยมเครื่องประดับที่มีความเรียบหรู เส้นสายสะอาดตา และสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Wear) เครื่องประดับอย่างสร้อยทองเส้นบางหรือแหวนดีไซน์มินิมอลจึงได้รับความนิยมสูง เพราะตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและการนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับการแต่งตัวหลากหลายสไตล์ ขณะเดียวกันงานออกแบบยังได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น ดอกซากุระ ฟองคลื่น พัด หรือนกกระเรียน รวมถึงอิทธิพลจากวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่าง J-Pop อนิเมะ มังงะ และแฟชั่นสมัยใหม่ ซึ่งมีบทบาทต่อการเลือกเครื่องประดับเพื่อสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนผ่านกลยุทธ์ของแบรนด์เครื่องประดับญี่ปุ่นระดับหรูอย่าง Mikimoto ที่เลือกใช้ Song Weilong นักแสดงและนายแบบชื่อดังชาวจีน มาร่วมโปรโมตคอลเลกชัน “Passionoir” เพื่อขยายภาพลักษณ์ของเครื่องประดับไข่มุกให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคผู้ชายมากขึ้น ผ่านดีไซน์โทนเข้ม โมเดิร์น และสไตล์ที่สวมใส่ได้ทุกเพศ (Gender Neutral) ซึ่งสะท้อนทิศทางของตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่นที่กำลังผสานความประณีตแบบดั้งเดิมเข้ากับแฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อปร่วมสมัยของเอเชียอย่างชัดเจน

   

ซ่งเวยหลง นักแสดงและนายแบบชื่อดังชาวจีน กับการโปรโมทคอลเลกชัน Passionoir ของ Mikimoto

นอกจากรสนิยมด้านรูปลักษณ์แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนมูลค่าของสินค้าในตลาดนี้คือเรื่องคุณภาพและความประณีต โดยตลาดญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ "ความแม่นยำและมาตรฐาน" มากกว่าปริมาณ 

        ดังนั้น งานเจียระไนอัญมณีที่มีความสมมาตร (Symmetry) และความละเอียดลออในระดับสูง เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้แก่เพชรและพลอยสีให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้นได้ และเมื่อพิจารณาในแง่ของช่องทางการจัดจำหน่าย พบว่าพฤติกรรมการชอปปิงได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยสัดส่วนของการค้าออนไลน์ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่อยู่เพียง 10.9% ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทะยานขึ้นจนเกินกว่า 20% ในปี 2025 กลายเป็นช่องทางหลักที่ไม่ว่าแบรนด์ในประเทศหรือต่างประเทศก็ไม่อาจละเลยได้

แบรนด์เครื่องประดับยอดนิยมในญี่ปุ่น

ข้อมูลจากเว็บบล็อกเครื่องประดับของญี่ปุ่นอย่าง Yukizaki ได้จัดอันดับแบรนด์เครื่องประดับหรูยอดนิยมในปัจจุบัน มี 9 แบรนด์ไอคอนิกที่ครองใจผู้หญิงญี่ปุ่น ได้แก่ Cartier ราชาแห่งเครื่องประดับชั้นสูงที่ผสานความคลาสสิกและความหรูหราร่วมสมัยอย่างสง่างาม Tiffany & Co. ความโรแมนติกเหนือกาลเวลาผ่านประกายอัญมณีในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ Van Cleef & Arpels เครื่องประดับอันอ่อนหวานละเมียดละไมที่ถ่ายทอดสัญลักษณ์แห่งโชคดีและบทกวีแห่งธรรมชาติ Bvlgari เสน่ห์แห่งอัญมณีสไตล์โรมันที่โดดเด่น ทรงพลัง และเปี่ยมความลุ่มลึก Chanel จิวเวลรีที่สะท้อนอิสรภาพ ความโมเดิร์น และความสง่างามของหญิงสาวยุคใหม่ และ Harry Winston ผู้รังสรรค์ประกายเพชรชั้นสูงอันเจิดจรัสจนได้รับการขนานนามว่า “King of Diamonds” ตลอดจนงานศิลปะชั้นสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง Graff, Boucheron และ Chaumet

นอกจากนี้ บทความจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่น Classy.Online ได้ถ่ายทอดแบรนด์เครื่องประดับญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมายาวนานและเป็นที่นิยมครองใจชาวญี่ปุ่น แบ่งเป็นสองกลุ่มดังนี้

กลุ่มแบรนด์ชั้นนำมีชื่อเสียงมายาวนาน

MIKIMOTO – ราชาแห่งไข่มุกเลี้ยงรายแรกของโลก ผู้รังสรรค์ความงามบริสุทธิ์อันนุ่มนวลเหนือกาลเวลา ผสานการตีความบทใหม่ผ่านคอลเลกชัน "V Code" ที่เฉียบคม ทรงพลัง ทว่ายังคงความสง่างามชั้นสูงไว้อย่างไร้ที่ติ

TASAKI – ศิลปะแห่งความขัดแย้งที่ลงตัวเหนือระดับ การพบกันระหว่างความอ่อนโยนของไข่มุกเม็ดงามและเพชรน้ำเอก กับความโมเดิร์นโฉบเฉี่ยวในซีรีส์ "danger" สะท้อนเสน่ห์อันแข็งแกร่งและน่าค้นหาของหญิงสาวในโลกยุคใหม่

GINZA TANAKA – ปรมาจารย์ด้านทองคำบริสุทธิ์ผู้สืบทอดตำนานความประณีตอันยาวนาน ถ่ายทอดความหรูหราคลาสสิกผ่านชิ้นงานรูปทรงหยดน้ำอันอ่อนช้อย เติมเต็มสัมผัสอันมีระดับและส่องประกายสีทองอร่ามในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

กลุ่มแบรนด์ร่วมสมัยยอดนิยม

Vendome Aoyama – ความเฉลียวฉลาดอันสง่างามของหญิงสาวในเมืองใหญ่ ถ่ายทอดความเรียบหรูคลาสสิกสไตล์ปารีเซียงผสานความโมเดิร์นแบบโตเกียว เพื่อเติมเต็มความมั่นใจในทุกวันทำงาน

 

เครื่องประดับคอลเลกชัน "Brise-légère” สำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2026 แบรนด์ Vendome Aoyama

4℃ – ประกายคริสตัลและอัญมณีทรงโมเดิร์นที่สะท้อนความบริสุทธิ์ดั่งสายน้ำ ของขวัญล้ำค่าและรางวัลชีวิตอันแสนพิเศษที่ช่วยเติมความโฉบเฉี่ยวให้แก่เรียวนิ้วยามขยับไหว

Agete – มนตร์เสน่ห์แห่งความวินเทจร่วมสมัยที่เล่าเรื่องราวผ่านอัญมณีและหินธรรมชาติ คัตติ้งอันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยสร้างมิติและความลึกซึ้งให้กับการแต่งตัวที่มีรสนิยม

AHKAH – ความขัดแย้งที่งดงามลงตัวระหว่างความเปราะบางละเมียดละไมและความเด็ดเดี่ยวทางแฟชั่น ชิ้นงานที่คอยส่งพลังและปลุกเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวตนของผู้สวมใส่

บทสรุป

จากภาพรวมและพลวัตของตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่าญี่ปุ่นไม่ใช่ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย ปริมาณ แต่เป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า ความประณีตแม่นยำ และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเงินเยนอ่อนค่าและการแบ่งขั้วของระดับราคา (Market Polarization) ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดสู่ประเทศญี่ปุ่น สามารถนำข้อมูลพฤติกรรมเหล่านี้มาปรับใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญได้ 4 แนวทาง

1. การปรับตัวสู่เทรนด์ความหรูหราที่จับต้องได้ 

ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้กลุ่มตลาดแมสในญี่ปุ่นหันมามองหาสินค้าที่คุ้มค่าเงินมากขึ้น การที่ผู้บริโภคเปลี่ยนรสนิยมจากทองคำ 18K มาเป็นทองคำสัดส่วนต่ำ 10K - 12K หรือโลหะเงิน เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพสูงในการผลิตเครื่องประดับเงินและเครื่องประดับแฟชั่นอยู่แล้ว โดยสิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ “งานดีไซน์แบบมินิมอล (Everyday Wear)” เส้นสายสะอาดตา แต่แฝงความประณีตในรายละเอียด ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นและวัยทำงานชาวญี่ปุ่นที่นิยมซื้อเครื่องประดับเป็นรางวัลให้ตนเอง (Self-Reward)

2. จุดแข็งด้าน "ความแม่นยำและการเจียระไนขั้นสูง" 

เนื่องจากญี่ปุ่นมีจุดเด่นและมาตรฐาน ความละเอียด และความสม่ำเสมอของงานเจียระไน ช่างไทยซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการปรับปรุงคุณภาพและการเจียระไนพลอยสี จึงควรยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่น การส่งมอบพลอยเนื้อแข็งหรือพลอยเนื้ออ่อนที่มีผลงานเจียระไนไร้ที่ติ จะช่วยเพิ่มมูลค่า (Value-added) ให้สินค้าไทยสามารถทำราคาในตลาดญี่ปุ่นได้สูงขึ้น แม้ในยามที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย

3. พัฒนาสินค้าภายใต้แนวคิด "ความยั่งยืนและความโปร่งใส" 

ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นยุคใหม่ให้ความสำคัญกับหลักจริยธรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยจึงควรนำเสนอเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) ที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) หรือการใช้โลหะรีไซเคิล มาร่วมในการโฆษณา นอกจากนี้ การสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่นผสมผสาน จะตอบโจทย์กลุ่มคู่แต่งงานรุ่นใหม่ที่มองหาแหวนแต่งงานที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

4. รุกตลาดผ่านช่องทาง "Cross-Border E-Commerce และ Discount Stores"

ด้วยสัดส่วนการค้าออนไลน์ในญี่ปุ่นที่พุ่งสูงทะลุ 20% อย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการเติบโตของร้านค้าประเภท Discount Store และตลาดสินค้าหรูมือสอง ในเมืองรองอย่างโอซาก้าและฟุกุโอกะ การใช้กลยุทธ์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่น่าเชื่อถือในญี่ปุ่น หรือร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในลักษณะ OEM/ODM เพื่อส่งสินค้าเข้าสู่ช่องทางขายที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งเป็นจุดที่กำลังเติบโตแรงที่สุดในขณะนี้

กุญแจสำคัญของภาพลักษณ์สินค้าไทยในสายตาชาวญี่ปุ่นไม่ใช่การแข่งขันด้านราคาที่ถูกที่สุด แต่คือ “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับงานฝีมือที่ไว้วางใจได้” หากผู้ประกอบการไทยสามารถผสานความยืดหยุ่นในการผลิตเข้ากับมาตรฐานที่เข้มงวดของญี่ปุ่นได้ ตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นทำเลทองที่มีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงสำหรับสินค้าไทย



จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พฤษภาคม 2569


ข้อมูลอ้างอิง 

1) Haniyeh jewelry. 2025. Japan’s Jewelry Legacy: A Journey Across Cultures and Time. [Online]. Available at: https://haniyehjewelry.ae/japans-jewelry-legacy-a-journey-across-cultures-and-time/. (Retrieved April 17, 2026).

2) Minerals & Gems Pak. Gemstone in Japan | Which type of Gemstone found in Japan. [Online]. Available at: https://mineralspak.com/gemstone-in-japan/. (Retrieved April 18, 2026). 

3) Government of Japan. 2023. A World-leading Gold Mine in Modern Japan. [Online]. Available at: https://www.gov-online.go.jp/eng/publicity/book/. (Retrieved April 20, 2026).

4) Fun Japan. 2026. Summary of Major "Natural Stones" in Japan: What Are the Production Areas and Characteristics of Japan's Valuable Stones?. [Online]. Available at: https://www.fun-japan.jp/en/articles/14161. (Retrieved April 22, 2026).

5) Inside Retail. July 2025. Japanese Pearls Find A Timeless Natural Treasure of Japan. [Online]. Available at: https://www.kvg-kyoto.com/new-stories/pearl. (Retrieved April 22, 2026).

6) Sparkiya. 2026. The Top Jewelry Districts in Japan - and What Each Is Known For 2026. [Online]. Available at: https://sparkiya.com/articles/m/147-the-top-jewelry-districts-in-japan---and-what-each-is-known-for-(2026-guide). (Retrieved April 22, 2026).

7) Japan's jewelry capital Kofu launches birthstone gifts for newborns. [Online]. Available at: https://mainichi.jp/english/articles/20260416/p2a/00m/0na/034000c. (Retrieved April 22, 2026).

8) BKK Gems magazine. 2024. Yamanashi Prefecture Japan's Jewelry Hub. [Online]. Available at: https://www.bkkgemsmagazine.com/news/yamanashi-prefecture-japan's-jewelry-hub. (Retrieved April 23, 2026).

9) Hana Kouji. 2025. Gems and Jewelry from Kofu, Yamanashi | The Secret of Their Sparkle Connecting History to the Future. [Online]. Available at: https://hanakouji.com/news/944/. (Retrieved April 23, 2026).

10) Linkedin. 2025. The Japan Jewelry Market Growth, Top Players and Trends. [Online]. Available at: https://www.linkedin.com/pulse/japan-jewelry-market-growth-top-players-trends-meenakshi-rawat-d01be/. (Retrieved April 23, 2026).

11) PGI. 2026. Platinum Jewellery Business Review q4 2025. [Online]. Available at: https://platinumguild.com/wp-content/uploads/2026/03/Q4-2025-PJBR.pdf. (Retrieved May 5, 2026).

12) Linkedin. 2026. Japan Gold and Silver Jewelry Market on the Rise: Tracking 14.8% CAGR 2026-2033 with Key Growth Factors. [Online]. Available at: https://www.linkedin.com/pulse/japan-gold-silver-jewelry-market-rise-tracking-148-cagr-2026-2033-sx7sc/. (Retrieved May 12, 2026).

13) Madison Dia. 2026. Japan Lab Grown Diamond Brand: Why Japanese Consumers Are Choosing Bigger Diamonds. [Online]. Available at: https://www.madisondia.com/en/blogs/news/japan-lab-grown-diamond-brand-rise?srsltid=AfmBOor2Tp0Szc9_fBfJ1MCbZXUOCTT11RrNgPWlGeyz0n8P6rcNx7Dg. (Retrieved May 12, 2026).

14) Yano Research Institute. 2025. The Jewelry Market in Japan: Key Research Findings 2025. [Online]. Available at: https://www.yanoresearch.com/en/press-release/show/press_id/3948. (Retrieved May 12, 2026).

15) Japan Jewelry Market Outlook to 2030. [Online]. Available at: https://www.kenresearch.com/industry-reports/japan-jewelry-market. (Retrieved May 15, 2026).

16) Yukizaki. 2026.【2026年最新版】レディース人気ハイブランドジュエリー9選 憧れと価値のあるブランドを紹介. [Online]. Available at: https://gc-yukizaki.jp/blog/?p=7698#rtoc-9. (Retrieved May 19, 2026).

17) Classy.online. 2025. 日本のジュエリーブランド一覧】老舗&人気ブランドおすすめ21選. [Online]. Available at: https://classy-online.jp/fashion/467616/. (Retrieved May 19, 2026).

18) Sesame Note. 2024. 宋威龍以PASSIONOIR及M CODE珠寶為夏日降溫 演繹黑南洋珍珠神秘風格 盡顯型格的黑色魅力. [Online]. Available at: https://www.sesamenote.com/?p=45360. (Retrieved May 19, 2026).

19) DITP. 2025. การเปลี่ยนแปลงในตลาดอัญมณีของญี่ปุ่น. [ออนไลน์]. : https://www.ditp.go.th/post/dagx0bjlpluyd9orfq53x8hj. (ค้นคว้าเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569).











เอกสารแนบ


ความคิดเห็น


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับญี่ปุ่น การผสานอัตลักษณ์และความร่วมสมัย

Aug 28, 2026
75 views
0 share

        ตลาดเครื่องประดับของประเทศญี่ปุ่นนับเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญของโลก ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ และผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความประณีตและคุณภาพในระดับสูง อีกทั้งยังสามารถผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับงานฝีมือดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานนับพันปีได้อย่างลงตัว จุดเด่นเหล่านี้ทำให้ญี่ปุ่นเป็นทั้งศูนย์กลางการบริโภคและแหล่งสร้างสรรค์งานออกแบบอันมีเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

กำเนิดอัญมณีและเครื่องประดับในญี่ปุ่น 

ในเชิงประวัติศาสตร์ อัญมณีและเครื่องประดับของญี่ปุ่นมีรากฐานยาวนานตั้งแต่ยุคโจมง (Jomon) ช่วงประมาณ 14,000–300 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเริ่มสร้างเครื่องประดับจากวัสดุธรรมชาติ เช่น หิน เปลือกหอย และดินเผา เพื่อใช้ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และพิธีกรรม ต่อมาในยุคซามูไร เครื่องประดับและวัตถุโลหะมีบทบาทสะท้อนสถานะ อำนาจ และชนชั้นทางสังคม วัฒนธรรมเครื่องประดับของญี่ปุ่นได้รับการพัฒนาอย่างมากช่วงยุคเอโดะ (Edo) ระหว่าง ค.ศ. 1603–1868 ช่างฝีมือหันมาใช้ทักษะการลงรักและงานโลหะในการสร้างสรรค์เครื่องประดับที่ประณีต ส่งผลให้เกิดรูปแบบเฉพาะ เช่น คันซาชิ (Kanzashi) หรือเครื่องประดับผมที่มีการทำจากวัสดุหลายชนิดอย่างไม้ โลหะ หรือพลาสติก และโอบิโดเมะ (Obidome) เครื่องประดับสายคาดเอวชุดกิโมโนที่ช่วยเพิ่มความหรูหราหรือความเป็นเอกลักษณ์ให้กับชุดกิโมโน มีหลายวัสดุตั้งเเต่โลหะ แก้ว ไปจนถึงงานฝีมือประณีต เหล่านี้สะท้อนทักษะเชิงช่างและสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ในสมัยเอโดะยังเป็นจุดเริ่มต้นของเทคนิคโมคุเมะกาเนะ (Mokume Gane) หรือการทำโลหะเป็นลายไม้ ที่ช่างโลหะชาวญี่ปุ่นเริ่มใช้ในการตกแต่งโกร่งดาบซามูไร ก่อนที่จะขยายไปยังเครื่องประดับตกแต่งอื่นๆ และแพร่หลายไปยังโลกตะวันตก

   

ภาพโกร่งดาบ และแหวนแต่งงานลวดลาย Mokume Gane

ในยุคเมจิ (Meiji) ระหว่าง ค.ศ. 1868-1912 เมื่อญี่ปุ่นเปิดรับอิทธิพลตะวันตก ทำให้รูปแบบเครื่องประดับพัฒนาไปสู่การผสมผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมกับเทคนิคสมัยใหม่ รวมถึงมีการพัฒนาไข่มุกเลี้ยง ซึ่งกลายเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ยกระดับญี่ปุ่นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องประดับโลก ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าประวัติศาสตร์เครื่องประดับญี่ปุ่นมิได้เป็นเพียงวิวัฒนาการของรูปแบบศิลปะ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของพลวัตทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และอัตลักษณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

ญี่ปุ่นมีการค้นพบอัญมณีล้ำค่าหลากหลายชนิด ได้แก่ หยก อำพัน ควอตซ์ อะเกต โมรา ปะการัง ไข่มุก เป็นต้น ในบรรดาอัญมณีเหล่านั้น หลายชนิดได้รับความนิยมนำมาทำเครื่องประดับและเครื่องใช้ตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะหยกเจไดต์ (Jadeite) ที่ได้รับเลือกให้เป็นอัญมณีประจำชาติของญี่ปุ่นในปี 2016 โดยมีเมืองอิโตอิกาวะ (Itoigawa) ในจังหวัดนีงาตะ เป็นแหล่งค้นพบหยกและทำเป็นเครื่องประดับหยกมานานหลายพันปี ลักษณะของหยกที่พบในญี่ปุ่นนั้นมีสีเขียวใส สีขาว สีม่วงอ่อน และสีฟ้าอ่อน 

 

ภาพเครื่องใช้ที่ทำจากอะเกตของเมืองโอบะ จังหวัดฟุกุอิ จาก https://www.fun-japan.jp/en/articles/14161

ขณะที่ความสำคัญในการผลิตที่สำคัญของญี่ปุ่น เกิดจากโคคิจิ มิคิโมะโตะ ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงมุกแห่งแรกของโลก ที่เกาะไข่มุกมิคิโมะโตะ จังหวัดมิเอะ ก่อให้เกิด Mikimoto แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำของโลกในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังมีแหล่งผลิตไข่มุกคุณภาพสูงอื่นๆ เช่น จังหวัดเอฮิเมะ และเมืองโกเบ ที่เป็นศูนย์กลางการกระจายไข่มุกที่สำคัญ 

ส่วนการผลิตโลหะมีค่านั้น ในอดีตญี่ปุ่นเคยมีเหมืองแร่ทองคำ เงิน ทองแดง และเหล็กมากมาย แต่ปัจจุบัน มีเหมืองทองคำแห่งเดียวที่ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ คือ เหมืองฮิชิคาริ ในจังหวัดคาโกชิมะ และทองคำที่ขุดพบมีคุณภาพสูง มีกำลังผลิตราวปีละ 5 ตัน และคาดการณ์ว่าจะสามารถทำเหมืองไปได้จนถึงราวปี 2046 ส่วนเหมืองโลหะอื่นๆ ถูกปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งบางแห่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แม้ว่าแหล่งอุปทานโลหะมีค่าโดยตรงจากธรรมชาติจะขาดแคลน แต่ญี่ปุ่นมีบริษัทอย่าง Sumitomo Metal Mining และ Mitsubishi Materials ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสกัดโลหะมีค่าจากแหล่งทุติยภูมิ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือจากเศษโลหะ ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของเหมืองในเมือง (Urban Mining) โดยทั้งสองบริษัทยังเป็นสมาชิกของ LBMA ด้วย

ยามานาชิ ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับ

ในปัจจุบัน ญี่ปุ่นไม่มีบทบาทในฐานะแหล่งเหมืองอัญมณีหรือโลหะมีค่าขนาดใหญ่ของโลก แต่ญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญมากในส่วนของการคัดแยกคุณภาพ การเจียระไน และปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดยามานาชิ เมืองโคฟุ ที่ทำหน้าที่เหมือนศูนย์กลางด้านอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ 

ตามการสำรวจของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น พบว่า จังหวัดยามานาชิ มีจำนวนสถานประกอบการที่ประกอบธุรกิจผลิตและแปรรูปเครื่องประดับมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีจำนวน 146 บริษัท ประมาณ 90% ของบริษัทเหล่านี้ตั้งอยู่ในเมืองโคฟุ (Kofu) ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด กลายเป็นศูนย์กลางที่ครบวงจรครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ เจียระไนตกแต่ง แปรรูปโลหะมีค่า ไปจนถึงการจัดจำหน่าย จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตอัญมณีชั้นนำของโลก เคียงข้างเมืองอีดาร์-โอเบอร์ชไตน์ (Idar-Oberstein) ของเยอรมนี 

วัฒนธรรมอัญมณีของเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ มีรากฐานย้อนกลับไปได้ถึงสมัยโจมง (14,000-300 ปีก่อน ค.ศ.) จากการที่ชาวบ้านได้นำผลึกควอตซ์มาใช้ทำหัวลูกศร ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำควอตซ์มาแปรรูปพัฒนาสู่ทักษะที่สูงขึ้นทั้งการแกะสลัก ขัดเงา เจียระไน ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ด้วยปริมาณควอตซ์ที่ลดลงจนต้องนำเข้า จึงมีการต่อยอดทักษะด้านอัญมณีไปยังเพชรและพลอยสี จึงทำให้ยามานาชิเติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องประดับที่ครบวงจร ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเครื่องประดับในท้องถิ่นนั้นเดิมทีเน้นการผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ของบริษัทอื่น แต่ช่วงโควิด-19 ได้รับผลกระทบจากยอดคำสั่งผลิตที่ลดลง ทำให้ปัจจุบันช่างทำเครื่องประดับจำนวนมากหันมาทุ่มเทในการพัฒนาแบรนด์ของตนเอง

 

ภาพการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์คริสตัล ในเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ จาก https://www.tanzawa-net.co.jp/shop/219/

นอกจากยามานาชิแล้ว ในจังหวัดอื่นของญี่ปุ่นที่เป็นย่านสำคัญของอัญมณีและเครื่องประดับ แบ่งตามประเภท ได้แก่

1. กลุ่มความหรูหราและแบรนด์ระดับโลก (The Luxury Hubs)

ย่านกินซ่า (Ginza) โตเกียว โดดเด่นเรื่องเครื่องประดับชั้นสูง ฝีมือประณีต ศูนย์รวมร้านระดับ Flagship Store ของแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ระดับสูงของญี่ปุ่นอย่าง Mikimoto และ Tasaki รวมทั้งเครื่องประดับชั้นสูงแนววินเทจที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ไข่มุกระดับหายาก และเพชรเกรดเพื่อการลงทุน 

ชินจูกุ โตเกียว เด่นในเรื่องเพชรและเครื่องประดับสำหรับงานแต่งงาน มีร้านสาขาของแบรนด์มากมาย  เหมาะสำหรับคู่รักที่มองหาแหวนหมั้นและแต่งงาน มีตัวเลือกทั้งเพชรธรรมชาติและเพชรสังเคราะห์ ในสไตล์ทันสมัยและแบบมินิมอล

 

Flagship Store แบรนด์เครื่องประดับ WSP ในย่านกินซ่า

2. กลุ่มดีไซน์ล้ำสมัยและงานฝีมือ (The Designers & Artisans)

โอโมเตะซันโดและฮาราจูกุ (Omotesando and Harajuku) โตเกียว โดดเด่นเรื่องในงานของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ งานแนวมินิมอลและศิลปะร่วมสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบงานเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์แปลกใหม่ และงาน Limited-edition ที่ร่วมกับแบรนด์แฟชั่น เกียวโต โดดเด่นเรื่องงานช่างทองโบราณและเทคนิคดั้งเดิม เช่น Mokume-gane เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องประดับที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม งานทำมือที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แบบศิลปะดั้งเดิม

3. กลุ่มแหล่งผลิตและวัตถุดิบ (The Production & Sourcing Hubs)

โยโกฮาม่า เด่นเรื่องไข่มุกและการค้าส่งอัญมณีและเครื่องประดับ เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่มองหามุก

อะโกย่า (Akoya) หรือมุกระดับ Hanadama (ไข่มุกอะโกย่าเกรดสูงของญี่ปุ่น) ในราคาส่งและแหล่งประมูลมุกที่สำคัญ เจ้าภาพจัดงาน International Jewellery Autumn ซึ่งดึงดูดผู้นำด้านเพชรและอัญมณีระดับโลกเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น รวมทั้งย่านหรูของเมือง เช่น ย่านมินาโตมิไร เป็นที่ตั้งของบูติกระดับเรือธง อย่าง Van Cleef & Arpels และ Tiffany & Co. ควบคู่ไปกับร้านค้างานฝีมือท้องถิ่น

4. กลุ่มตลาดรองและเทรนด์ใหม่ๆ 

โอซาก้า เด่นเรื่องเครื่องประดับในราคาเข้าถึงง่าย ร้านขายเครื่องประดับวินเทจคุณภาพสูง แหล่งจัดหาพลอยสี เครื่องประดับทองและแพลทินัม ตลาดสินค้าหรูมือสอง สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการคุณภาพสูงแต่ไม่ต้องการจ่ายในราคาแพงแบบย่านกินซ่า ฟุกุโอกะ งานฝีมือจากดีไซเนอร์หน้าใหม่ งานเจียระไนที่เป็นเอกลักษณ์ เครื่องประดับทองฝีมือประณีตที่ผสมผสานสไตล์ญี่ปุ่นและยุโรปเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเทรนด์ใหม่ๆ และงานฝีมือในแบบภูมิภาคคิวชู 

ทั้งนี้ จุดเด่นของญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่ปริมาณการผลิตที่สูง แต่เป็นการผลิตที่ประณีต มีความแม่นยำและมาตรฐานสูง งานเจียระไนของญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพระดับสูงและความสม่ำเสมอ ทำให้อัญมณีที่ผ่านญี่ปุ่นสามารถยกระดับราคาได้ แม้จะนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ 

ภาพรวมตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่น

ศูนย์กลางสำคัญการค้าของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับญี่ปุ่น กระจายตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ที่สำคัญ ได้แก่ กรุงโตเกียวและนครโอซาก้า ด้วยระบบค้าปลีกที่แข็งแกร่งและกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับสูง ขณะที่เมืองโยโกฮาม่าและนาโกย่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นพื้นที่สำคัญแห่งใหม่ของการเติบโตทางตลาด ท่ามกลางภาวะเงินเยนอ่อนค่าลงต่อเนื่องและภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าหลายอย่างเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมไปสู่สินค้าที่คุ้มค่าและราคาเข้าถึงได้มากขึ้น ด้านช่องทางจำหน่าย ทุกช่องทางกลับมามียอดเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี โดยเฉพาะร้านค้าประเภท Discount Store ซึ่งเติบโตเด่นที่สุดและสามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคหญิงวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นได้มากขึ้น ขณะเดียวกันช่องทางออนไลน์และการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ยังคงเติบโต จากการคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่า

ตลาดเครื่องประดับทอง 

ทองคำมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของตลาดเครื่องประดับ ชาวญี่ปุ่นนิยมทองสีเหลืองมากกว่าทองขาว ปัจจัยสนับสนุนมาจากความตระหนักรู้เกี่ยวกับทองคำในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน กระแสนิยมสินค้าหรูที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอิทธิพลของโซเชียลมีเดียและการโปรโมตจากคนดัง ยังช่วยกระตุ้นแนวโน้มการซื้อเครื่องประดับในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยทั่วไปผู้หญิงมักนิยมเครื่องประดับที่มีดีไซน์ประณีต เช่น สร้อยคอ ต่างหู และกำไล ประดับด้วยอัญมณี ขณะที่ผู้ชายจะเน้นความเรียบง่ายและความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ยอดขายทองคำปี 2025 โดยรวมเติบโต 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

    

ภาพเครื่องประดับทองแบรนด์ 4℃ (หนึ่งในแบรนด์ใหญ่ของญี่ปุ่น) จาก https://www.fdcp.co.jp/

ตลาดเครื่องประดับแพลทินัม 

เครื่องประดับแพลทินัมมีสัดส่วนราว 25% รองมาจากเครื่องประดับทอง ในปี 2025 มีสัญญาณฟื้นตัวอย่าง โดยยอดขายในไตรมาส 4 เติบโตได้ 1.5% หลังจากก่อนหน้านี้ชะลอตัวลง ปัจจัยสำคัญคือผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคบางส่วนเริ่มหันมาใช้แพลทินัมแทนทองคำ เนื่องจากราคาทองที่ผันผวนและเพิ่มสูงขึ้น กลุ่มสินค้าที่เติบโตดีที่สุดคือสร้อยคอและจี้ รวมถึงต่างหูและกำไล ซึ่งบางส่วนเข้ามาแทนความต้องการเครื่องประดับทอง ผู้บริโภคญี่ปุ่นมองว่าแพลทินัมคุ้มค่ากว่าในภาวะราคาทองสูง ทำให้ตลาดแพลทินัมเติบโตได้ดีในช่วงราคาประมาณ 50,000–500,000 เยน (ราว 319-3,190 ดอลลาร์สหรัฐ)

ปัจจัยเบื้องหลังการฟื้นตัวนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการรุกตลาดอย่างต่อเนื่องของ Platinum Guild International (PGI) องค์กรกลางผู้พัฒนาตลาดแพลทินัมระดับโลก ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนผู้ค้าปลีกในญี่ปุ่นด้วยการทำกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม (Occasion-led Marketing) เพื่อเปลี่ยนแพลทินัมจากเดิมที่เป็นเพียง เครื่องประดับแต่งงานให้กลายเป็น'เครื่องประดับในชีวิตประจำวัน ผ่านแคมเปญกระตุ้นยอดขาย เช่น คอลเลกชัน "Platinum Woman" ที่เจาะกลุ่มผู้หญิงทำงานยุคใหม่ให้ซื้อเป็นรางวัลให้ตัวเอง และแคมเปญ "Hello Me, Platinum" ที่เจาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงวัย นอกจากนี้ PGI ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน โดยสนับสนุนด้านข้อมูลการตลาดและร่วมมือกับแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำในญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาดีไซน์สินค้ากลุ่มสร้อยคอ จี้ และต่างหู ให้ตอบโจทย์แฟชั่นสมัยใหม่ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าแทนเครื่องประดับทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ภาพโฆษณา Platinum Woman จาก https://platinumguild.com/

ตลาดเครื่องประดับเพชร 

แต่เดิมนั้นตลาดเพชรในญี่ปุ่นนิยมไซส์ขนาดเล็กไม่เกิน 0.1-0.5 กะรัต แต่ด้วยการเปิดกว้างรับวัฒนธรรมต่างชาติและเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ทำให้ขนาดเพชรที่นิยมปรับขึ้นมาเป็น 0.5-1 กะรัต จากเดิมที่ชาวญี่ปุ่นมองว่ามีขนาดใหญ่เกินไป โดยแนวโน้มสำคัญคือผู้บริโภคญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจเพชรสังเคราะห์มากขึ้น เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเพชรขนาดใหญ่ขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 เครื่องประดับเพชรมียอดขายลดลง 2.5% แม้กลุ่มเครื่องประดับเพชรสังเคราะห์จะเติบโตเพิ่มขึ้น แต่ยังมีสัดส่วนตลาดค่อนข้างจำกัดเฉพาะกลุ่ม

นอกจากนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยการตลาดและที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่น อย่างสถาบันวิจัย Yano Research Institute ระบุว่า ในปี 2024 มูลค่าตลาดค้าปลีกเครื่องประดับได้ทะยานขึ้นสู่ระดับ 1.130 ล้านล้านเยน นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งทศวรรษ และขยายตัวต่อเนื่องไปถึงราว 1.207 ล้านล้านเยน ในปี 2025 (ประมาณ 7,643.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยปัจจัยหนุนมาจากตลาดหุ้นและราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มผู้บริโภคที่มีฐานะดีจึงมีการใช้จ่ายสำหรับอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขึ้น ในด้านของผู้ค้าก็ได้มีการปรับราคาสินค้าสูงขึ้นเนื่องจากราคาทองคำพุ่งสูง นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกส่วนนึงที่ทำให้ตลาดมีการซื้อขายที่คึกคัก

การบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับของชาวญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจ โดยภาพรวมของตลาดเกิดการจัดระดับราคาและการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน ในกลุ่มที่มีฐานะดีมีรายได้สูงยังคงซื้ออัญมณีและเครื่องประดับราคาสูงเพื่อการบริโภคและลงทุน ในขณะที่กลุ่มตลาดแมสหรือคนทั่วไปจะเน้นสินค้าราคาจับต้องได้มากขึ้น เกิดแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านวัสดุจากเดิมที่นิยมทองคำบริสุทธิ์อย่างทอง 18K ไปสู่การเลือกใช้ทองคำที่มีสัดส่วนรองลงมา เช่น ทอง 12K และ 10K รวมถึงโลหะเงิน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและดีไซน์ อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม ตลาดเครื่องประดับสำหรับงานแต่งงานกลับมีสัญญาณการฟื้นตัวที่โดดเด่น ด้วยสถิติจำนวนคู่แต่งงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ควบคู่ไปกับงบประมาณการซื้อแหวนแต่งงานต่อคู่สูงขึ้น โดยคู่รักยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ความหรูหรา แต่ให้คุณค่ากับความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร และเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ (Storytelling) เป็นพิเศษ

ในด้านพฤติกรรมและค่านิยมของผู้บริโภค เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญเมื่อสัดส่วนของผู้หญิงที่เลือกซื้อเครื่องประดับเพื่อเป็นรางวัลให้แก่ตนเองเติบโตสูงขึ้นจนแตะระดับ 36% นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แซงหน้าสัดส่วนของผู้ชายที่ซื้อให้เป็นของขวัญซึ่งอยู่ที่ 35% แสดงให้เห็นถึงค่านิยมการพึ่งพาตนเองและอำนาจการซื้อของผู้หญิงยุคใหม่ นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันยังตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและหลักจริยธรรมอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้แบรนด์เครื่องประดับที่ชูจุดยืนเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และความโปร่งใสในกระบวนการผลิต สามารถครองใจและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาด

สำหรับแนวคิดและกระแสนิยมด้านงานออกแบบ ชาวญี่ปุ่นนิยมเครื่องประดับที่มีความเรียบหรู เส้นสายสะอาดตา และสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Wear) เครื่องประดับอย่างสร้อยทองเส้นบางหรือแหวนดีไซน์มินิมอลจึงได้รับความนิยมสูง เพราะตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและการนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับการแต่งตัวหลากหลายสไตล์ ขณะเดียวกันงานออกแบบยังได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น ดอกซากุระ ฟองคลื่น พัด หรือนกกระเรียน รวมถึงอิทธิพลจากวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่าง J-Pop อนิเมะ มังงะ และแฟชั่นสมัยใหม่ ซึ่งมีบทบาทต่อการเลือกเครื่องประดับเพื่อสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนผ่านกลยุทธ์ของแบรนด์เครื่องประดับญี่ปุ่นระดับหรูอย่าง Mikimoto ที่เลือกใช้ Song Weilong นักแสดงและนายแบบชื่อดังชาวจีน มาร่วมโปรโมตคอลเลกชัน “Passionoir” เพื่อขยายภาพลักษณ์ของเครื่องประดับไข่มุกให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคผู้ชายมากขึ้น ผ่านดีไซน์โทนเข้ม โมเดิร์น และสไตล์ที่สวมใส่ได้ทุกเพศ (Gender Neutral) ซึ่งสะท้อนทิศทางของตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่นที่กำลังผสานความประณีตแบบดั้งเดิมเข้ากับแฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อปร่วมสมัยของเอเชียอย่างชัดเจน

   

ซ่งเวยหลง นักแสดงและนายแบบชื่อดังชาวจีน กับการโปรโมทคอลเลกชัน Passionoir ของ Mikimoto

นอกจากรสนิยมด้านรูปลักษณ์แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนมูลค่าของสินค้าในตลาดนี้คือเรื่องคุณภาพและความประณีต โดยตลาดญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ "ความแม่นยำและมาตรฐาน" มากกว่าปริมาณ 

        ดังนั้น งานเจียระไนอัญมณีที่มีความสมมาตร (Symmetry) และความละเอียดลออในระดับสูง เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้แก่เพชรและพลอยสีให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้นได้ และเมื่อพิจารณาในแง่ของช่องทางการจัดจำหน่าย พบว่าพฤติกรรมการชอปปิงได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยสัดส่วนของการค้าออนไลน์ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่อยู่เพียง 10.9% ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทะยานขึ้นจนเกินกว่า 20% ในปี 2025 กลายเป็นช่องทางหลักที่ไม่ว่าแบรนด์ในประเทศหรือต่างประเทศก็ไม่อาจละเลยได้

แบรนด์เครื่องประดับยอดนิยมในญี่ปุ่น

ข้อมูลจากเว็บบล็อกเครื่องประดับของญี่ปุ่นอย่าง Yukizaki ได้จัดอันดับแบรนด์เครื่องประดับหรูยอดนิยมในปัจจุบัน มี 9 แบรนด์ไอคอนิกที่ครองใจผู้หญิงญี่ปุ่น ได้แก่ Cartier ราชาแห่งเครื่องประดับชั้นสูงที่ผสานความคลาสสิกและความหรูหราร่วมสมัยอย่างสง่างาม Tiffany & Co. ความโรแมนติกเหนือกาลเวลาผ่านประกายอัญมณีในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ Van Cleef & Arpels เครื่องประดับอันอ่อนหวานละเมียดละไมที่ถ่ายทอดสัญลักษณ์แห่งโชคดีและบทกวีแห่งธรรมชาติ Bvlgari เสน่ห์แห่งอัญมณีสไตล์โรมันที่โดดเด่น ทรงพลัง และเปี่ยมความลุ่มลึก Chanel จิวเวลรีที่สะท้อนอิสรภาพ ความโมเดิร์น และความสง่างามของหญิงสาวยุคใหม่ และ Harry Winston ผู้รังสรรค์ประกายเพชรชั้นสูงอันเจิดจรัสจนได้รับการขนานนามว่า “King of Diamonds” ตลอดจนงานศิลปะชั้นสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง Graff, Boucheron และ Chaumet

นอกจากนี้ บทความจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่น Classy.Online ได้ถ่ายทอดแบรนด์เครื่องประดับญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมายาวนานและเป็นที่นิยมครองใจชาวญี่ปุ่น แบ่งเป็นสองกลุ่มดังนี้

กลุ่มแบรนด์ชั้นนำมีชื่อเสียงมายาวนาน

MIKIMOTO – ราชาแห่งไข่มุกเลี้ยงรายแรกของโลก ผู้รังสรรค์ความงามบริสุทธิ์อันนุ่มนวลเหนือกาลเวลา ผสานการตีความบทใหม่ผ่านคอลเลกชัน "V Code" ที่เฉียบคม ทรงพลัง ทว่ายังคงความสง่างามชั้นสูงไว้อย่างไร้ที่ติ

TASAKI – ศิลปะแห่งความขัดแย้งที่ลงตัวเหนือระดับ การพบกันระหว่างความอ่อนโยนของไข่มุกเม็ดงามและเพชรน้ำเอก กับความโมเดิร์นโฉบเฉี่ยวในซีรีส์ "danger" สะท้อนเสน่ห์อันแข็งแกร่งและน่าค้นหาของหญิงสาวในโลกยุคใหม่

GINZA TANAKA – ปรมาจารย์ด้านทองคำบริสุทธิ์ผู้สืบทอดตำนานความประณีตอันยาวนาน ถ่ายทอดความหรูหราคลาสสิกผ่านชิ้นงานรูปทรงหยดน้ำอันอ่อนช้อย เติมเต็มสัมผัสอันมีระดับและส่องประกายสีทองอร่ามในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

กลุ่มแบรนด์ร่วมสมัยยอดนิยม

Vendome Aoyama – ความเฉลียวฉลาดอันสง่างามของหญิงสาวในเมืองใหญ่ ถ่ายทอดความเรียบหรูคลาสสิกสไตล์ปารีเซียงผสานความโมเดิร์นแบบโตเกียว เพื่อเติมเต็มความมั่นใจในทุกวันทำงาน

 

เครื่องประดับคอลเลกชัน "Brise-légère” สำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2026 แบรนด์ Vendome Aoyama

4℃ – ประกายคริสตัลและอัญมณีทรงโมเดิร์นที่สะท้อนความบริสุทธิ์ดั่งสายน้ำ ของขวัญล้ำค่าและรางวัลชีวิตอันแสนพิเศษที่ช่วยเติมความโฉบเฉี่ยวให้แก่เรียวนิ้วยามขยับไหว

Agete – มนตร์เสน่ห์แห่งความวินเทจร่วมสมัยที่เล่าเรื่องราวผ่านอัญมณีและหินธรรมชาติ คัตติ้งอันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยสร้างมิติและความลึกซึ้งให้กับการแต่งตัวที่มีรสนิยม

AHKAH – ความขัดแย้งที่งดงามลงตัวระหว่างความเปราะบางละเมียดละไมและความเด็ดเดี่ยวทางแฟชั่น ชิ้นงานที่คอยส่งพลังและปลุกเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวตนของผู้สวมใส่

บทสรุป

จากภาพรวมและพลวัตของตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่าญี่ปุ่นไม่ใช่ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย ปริมาณ แต่เป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า ความประณีตแม่นยำ และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเงินเยนอ่อนค่าและการแบ่งขั้วของระดับราคา (Market Polarization) ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดสู่ประเทศญี่ปุ่น สามารถนำข้อมูลพฤติกรรมเหล่านี้มาปรับใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญได้ 4 แนวทาง

1. การปรับตัวสู่เทรนด์ความหรูหราที่จับต้องได้ 

ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้กลุ่มตลาดแมสในญี่ปุ่นหันมามองหาสินค้าที่คุ้มค่าเงินมากขึ้น การที่ผู้บริโภคเปลี่ยนรสนิยมจากทองคำ 18K มาเป็นทองคำสัดส่วนต่ำ 10K - 12K หรือโลหะเงิน เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพสูงในการผลิตเครื่องประดับเงินและเครื่องประดับแฟชั่นอยู่แล้ว โดยสิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ “งานดีไซน์แบบมินิมอล (Everyday Wear)” เส้นสายสะอาดตา แต่แฝงความประณีตในรายละเอียด ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นและวัยทำงานชาวญี่ปุ่นที่นิยมซื้อเครื่องประดับเป็นรางวัลให้ตนเอง (Self-Reward)

2. จุดแข็งด้าน "ความแม่นยำและการเจียระไนขั้นสูง" 

เนื่องจากญี่ปุ่นมีจุดเด่นและมาตรฐาน ความละเอียด และความสม่ำเสมอของงานเจียระไน ช่างไทยซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการปรับปรุงคุณภาพและการเจียระไนพลอยสี จึงควรยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่น การส่งมอบพลอยเนื้อแข็งหรือพลอยเนื้ออ่อนที่มีผลงานเจียระไนไร้ที่ติ จะช่วยเพิ่มมูลค่า (Value-added) ให้สินค้าไทยสามารถทำราคาในตลาดญี่ปุ่นได้สูงขึ้น แม้ในยามที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย

3. พัฒนาสินค้าภายใต้แนวคิด "ความยั่งยืนและความโปร่งใส" 

ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นยุคใหม่ให้ความสำคัญกับหลักจริยธรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยจึงควรนำเสนอเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) ที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) หรือการใช้โลหะรีไซเคิล มาร่วมในการโฆษณา นอกจากนี้ การสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่นผสมผสาน จะตอบโจทย์กลุ่มคู่แต่งงานรุ่นใหม่ที่มองหาแหวนแต่งงานที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

4. รุกตลาดผ่านช่องทาง "Cross-Border E-Commerce และ Discount Stores"

ด้วยสัดส่วนการค้าออนไลน์ในญี่ปุ่นที่พุ่งสูงทะลุ 20% อย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการเติบโตของร้านค้าประเภท Discount Store และตลาดสินค้าหรูมือสอง ในเมืองรองอย่างโอซาก้าและฟุกุโอกะ การใช้กลยุทธ์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่น่าเชื่อถือในญี่ปุ่น หรือร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในลักษณะ OEM/ODM เพื่อส่งสินค้าเข้าสู่ช่องทางขายที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งเป็นจุดที่กำลังเติบโตแรงที่สุดในขณะนี้

กุญแจสำคัญของภาพลักษณ์สินค้าไทยในสายตาชาวญี่ปุ่นไม่ใช่การแข่งขันด้านราคาที่ถูกที่สุด แต่คือ “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับงานฝีมือที่ไว้วางใจได้” หากผู้ประกอบการไทยสามารถผสานความยืดหยุ่นในการผลิตเข้ากับมาตรฐานที่เข้มงวดของญี่ปุ่นได้ ตลาดเครื่องประดับญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นทำเลทองที่มีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงสำหรับสินค้าไทย



จัดทำโดย นายพุทธิพร วิชัยดิษฐ

GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พฤษภาคม 2569


ข้อมูลอ้างอิง 

1) Haniyeh jewelry. 2025. Japan’s Jewelry Legacy: A Journey Across Cultures and Time. [Online]. Available at: https://haniyehjewelry.ae/japans-jewelry-legacy-a-journey-across-cultures-and-time/. (Retrieved April 17, 2026).

2) Minerals & Gems Pak. Gemstone in Japan | Which type of Gemstone found in Japan. [Online]. Available at: https://mineralspak.com/gemstone-in-japan/. (Retrieved April 18, 2026). 

3) Government of Japan. 2023. A World-leading Gold Mine in Modern Japan. [Online]. Available at: https://www.gov-online.go.jp/eng/publicity/book/. (Retrieved April 20, 2026).

4) Fun Japan. 2026. Summary of Major "Natural Stones" in Japan: What Are the Production Areas and Characteristics of Japan's Valuable Stones?. [Online]. Available at: https://www.fun-japan.jp/en/articles/14161. (Retrieved April 22, 2026).

5) Inside Retail. July 2025. Japanese Pearls Find A Timeless Natural Treasure of Japan. [Online]. Available at: https://www.kvg-kyoto.com/new-stories/pearl. (Retrieved April 22, 2026).

6) Sparkiya. 2026. The Top Jewelry Districts in Japan - and What Each Is Known For 2026. [Online]. Available at: https://sparkiya.com/articles/m/147-the-top-jewelry-districts-in-japan---and-what-each-is-known-for-(2026-guide). (Retrieved April 22, 2026).

7) Japan's jewelry capital Kofu launches birthstone gifts for newborns. [Online]. Available at: https://mainichi.jp/english/articles/20260416/p2a/00m/0na/034000c. (Retrieved April 22, 2026).

8) BKK Gems magazine. 2024. Yamanashi Prefecture Japan's Jewelry Hub. [Online]. Available at: https://www.bkkgemsmagazine.com/news/yamanashi-prefecture-japan's-jewelry-hub. (Retrieved April 23, 2026).

9) Hana Kouji. 2025. Gems and Jewelry from Kofu, Yamanashi | The Secret of Their Sparkle Connecting History to the Future. [Online]. Available at: https://hanakouji.com/news/944/. (Retrieved April 23, 2026).

10) Linkedin. 2025. The Japan Jewelry Market Growth, Top Players and Trends. [Online]. Available at: https://www.linkedin.com/pulse/japan-jewelry-market-growth-top-players-trends-meenakshi-rawat-d01be/. (Retrieved April 23, 2026).

11) PGI. 2026. Platinum Jewellery Business Review q4 2025. [Online]. Available at: https://platinumguild.com/wp-content/uploads/2026/03/Q4-2025-PJBR.pdf. (Retrieved May 5, 2026).

12) Linkedin. 2026. Japan Gold and Silver Jewelry Market on the Rise: Tracking 14.8% CAGR 2026-2033 with Key Growth Factors. [Online]. Available at: https://www.linkedin.com/pulse/japan-gold-silver-jewelry-market-rise-tracking-148-cagr-2026-2033-sx7sc/. (Retrieved May 12, 2026).

13) Madison Dia. 2026. Japan Lab Grown Diamond Brand: Why Japanese Consumers Are Choosing Bigger Diamonds. [Online]. Available at: https://www.madisondia.com/en/blogs/news/japan-lab-grown-diamond-brand-rise?srsltid=AfmBOor2Tp0Szc9_fBfJ1MCbZXUOCTT11RrNgPWlGeyz0n8P6rcNx7Dg. (Retrieved May 12, 2026).

14) Yano Research Institute. 2025. The Jewelry Market in Japan: Key Research Findings 2025. [Online]. Available at: https://www.yanoresearch.com/en/press-release/show/press_id/3948. (Retrieved May 12, 2026).

15) Japan Jewelry Market Outlook to 2030. [Online]. Available at: https://www.kenresearch.com/industry-reports/japan-jewelry-market. (Retrieved May 15, 2026).

16) Yukizaki. 2026.【2026年最新版】レディース人気ハイブランドジュエリー9選 憧れと価値のあるブランドを紹介. [Online]. Available at: https://gc-yukizaki.jp/blog/?p=7698#rtoc-9. (Retrieved May 19, 2026).

17) Classy.online. 2025. 日本のジュエリーブランド一覧】老舗&人気ブランドおすすめ21選. [Online]. Available at: https://classy-online.jp/fashion/467616/. (Retrieved May 19, 2026).

18) Sesame Note. 2024. 宋威龍以PASSIONOIR及M CODE珠寶為夏日降溫 演繹黑南洋珍珠神秘風格 盡顯型格的黑色魅力. [Online]. Available at: https://www.sesamenote.com/?p=45360. (Retrieved May 19, 2026).

19) DITP. 2025. การเปลี่ยนแปลงในตลาดอัญมณีของญี่ปุ่น. [ออนไลน์]. : https://www.ditp.go.th/post/dagx0bjlpluyd9orfq53x8hj. (ค้นคว้าเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569).











เอกสารแนบ

เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้   ตั้งค่า ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970
external-site