Infographic

ข้อมูลด้านการตลาด

ปี 2565

สถานการณ์ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยเดือนมกราคม-มิถุนายน 2565

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนของปี 2565 มีมูลค่า 8,713.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 93.86 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 หากพิจารณาเฉพาะการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย (ไม่รวมทองคำ) ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2565 มีมูลค่า 3,851.32 ล้านดอลาร์สหรัฐ เติบโตได้ร้อยละ 39.82 โดยมีปัจจัยสนับสนุนอย่างเช่นภาคการการผลิตของโลกและกำลังซื้อ อีกทั้งการคลายล็อคดาวน์กลับมาใช้ชีวิตในรูปแบบปกติ ส่งผลต่ออุปสงค์ของสินค้าหลายประเภทรวมทั้งอัญมณีและเครื่องประดับให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างตามอ่านได้ในบทความ

โอกาสและปัจจัยเสี่ยงของตลาดเครื่องประดับเพชรสังเคราะห์

ตลาดเพชรสังเคราะห์นั้นมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ด้วยกระแสความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายธรรมชาติ ทั้งยังมีความโปร่งใส และไม่มีปัญหาด้านการเอาเปรียบแรงงานหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยกระแสเหล่านี้ขยายตัวแพร่หลายโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคเครื่องประดับเพชรสังเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในสัดส่วนกว่า 90% นอกจากนี้ จะมีปัจจัยส่งเสริมการเติบโตอย่างไร หรือปัจจัยเสี่ยงที่ควรทำความเข้าใจอะไรบ้าง สามารถพิจารณาได้ในภาพอินโฟกราฟิกนี้

สถานการณ์ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2565

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมของปี 2565 มีมูลค่า 7,589.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 113.96 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 หากพิจารณาเฉพาะการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย (ไม่รวมทองคำ) ในรอบ 5 เดือนแรกของปี 2565 มีมูลค่า 3,289.09 ล้านดอลาร์สหรัฐ ขยายตัวได้ร้อยละ 46.90 โดยมีปัจจัยสนับสนุนอย่างเช่น การบริโภคของนานาประเทศฟื้นตัวกลับมา การลดความเข้มงวดของมาตรการด้านสุขอนามัยและการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวของหลายประเทศ รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ

แนวโน้มตลาดเพชรแท้-เพชรสังเคราะห์เติบโตต่อเนื่อง

หลังจากที่ประเทศต่างๆ ผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 ทำให้ความต้องการซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น และส่งผลให้อุปสงค์เพชรแท้และเพชรสังเคราะห์มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น อ่านรายละเอียดได้จากภาพนี้

สถานการณ์ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยเดือนมกราคม-เมษายน ปี 2565

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของปี 2565 มีมูลค่า 6,574.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 167.72 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 หากพิจารณาเฉพาะการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย (ไม่รวมทองคำ) ในรอบ 4 เดือนแรกของปี 2565 มีมูลค่า 2,531.62 ล้านดอลาร์สหรัฐ เติบโตร้อยละ 41.22 โดยมีปัจจัยสนับสนุนอย่างดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) ยืนอยู่ในระดับเหนือ 50 อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเปิดเมืองของบางประเทศทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีต่อการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น สามารถติดตามอ่านเนื้อหาได้ในบทความ

สถานการณ์ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยเดือนมกราคม-มีนาคม ปี 2565

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในไตรมาสแรกของปี 2565 มีมูลค่า 5,486.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 203.93 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยได้รับแรงหนุนจากการเก็งกำไรทองคำที่มีเข้ามามากขึ้น ด้วยความวิตกจากภาวะเงินเฟ้อและความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน หากพิจารณาเฉพาะการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย (ไม่รวมทองคำ) ในไตรมาสแรกของปี 2565 มีมูลค่า 1,898.03 ล้านดอลาร์สหรัฐ เติบโตร้อยละ 39.96 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยเปิดเมืองในหลายประเทศทั่วโลก เป็นตัวแปรให้เกิดการเร่งการบริโภคเพิ่มมากขึ้น ติดตามอ่านเนื้อหาได้ในบทความ

เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในอินเดีย

อินเดียไม่เพียงแต่เป็นประเทศผู้ผลิตและบริโภคทองคำที่สำคัญของโลก แต่ยังเป็นตลาดผู้บริโภคเครื่องประดับเงินรายใหญ่ของโลกด้วย นอกจากนี้ อินเดียยังมีประชากรวัยมิลเลนเนียลและเจน Z มากกว่า 800 ล้านคน ซึ่งคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้มีความชื่นชอบเครื่องประดับเงินมากเป็นพิเศษ ขณะที่ช่วงที่ผ่านมาชาวอินเดียมีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่เป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของประเทศมีอัตราการเติบโตสูง การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอินเดีย จึงเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพแห่งนี้ พิจารณาได้ดังภาพ

สถานการณ์ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2565

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2565 มีมูลค่า 2,077.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 101.15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ซึ่งการขยายตัวที่เกิดขึ้นยังได้รับผลเชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากนานาประเทศ สะท้อนจากดัชนี Global Manufacturing PMI อยู่ที่ระดับ 53.6 นั่นหมายถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตได้ดี แม้ว่าปัจจุบันจะมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เข้ามากดดันเพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไทย ต้นปี 2565

ในช่วงต้นปี 2565 อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพแวดล้อมธุรกิจภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งปัจจัยต่างๆย่อส่งผลให้เกิดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด โดยฉพาะสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของภาคต่างประเทศย่อมส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยอย่างมาก ปัจจัยต่างๆส่งผลให้อุตสาหกรรมต้องพบกับความเสี่ยง ปัจจัยเหล่านั้นมีอะไรบ้าง สามารถติดตามอ่านต่อได้ที่

Goldman Sachs คาดราคาทองคำจะสูงถึง 2,300-2,500 USD/Oz. ในปี 2022

Goldman Sachs คาดราคาทองคำจะสูงถึง 2,300-2,500 USD/Oz. ในปี 2022 จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งอุปทานและอุปสงค์ทองคำ รวมถึงอุปสงค์เครื่องประดับทองทั่วโลกเป็นอย่างไรดูรายละเอียดได้จากภาพ Infographic นี้

เราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายคุกกี้ ยอมรับ

×
140 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 0 2634 4999 ต่อ 444
โทรสาร: 0 2634 4970